ชาวนราฯ-มาเลเซีย แห่ร่วมมุทิตาจิต 88 ปี ‘เจ้าคุณพระธรรมวัชรจริยาจารย์’ ‘ทวี’ จี้ปฏิรูป กม.ศอ.บต. ดับไฟใต้

ชาวนราฯ-มาเลเซีย แห่ร่วมมุทิตาจิต 88 ปี ‘เจ้าคุณพระธรรมวัชรจริยาจารย์’ ‘ทวี’  จี้ปฏิรูป กม.ศอ.บต. ดับไฟใต้





Image
ad1

ที่วัดประชุมชลธารา ต.สุไหงปาดี อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส มีการจัดงาน “ฉลองอายุวัฒนมงคล ครบรอบ 88 ปี 67 พรรษา พระธรรมวัชรจริยาจารย์” (เทพสิทธิญาณรังสี) ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 18 และเจ้าอาวาสวัดประชุมชลธารา โดยมี นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานในพิธี

บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก มีบุคคลสำคัญเข้าร่วม อาทิ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยผู้นำศาสนาทั้งพุทธและอิสลาม ตลอดจนประชาชนจากหลายพื้นที่ รวมถึงกลุ่มชาวพุทธจากประเทศมาเลเซียที่เดินทางข้ามพรมแดนมาเข้าร่วมแสดงมุทิตาจิตอย่างคับคั่ง

จุดเด่นของงานคือการจัดซุ้มอาหารกว่า 90 ซุ้ม จากฝีมือของคนในชุมชนทั้งพุทธและมุสลิม รวมถึงกิจกรรมอนุรักษ์ภาษาถิ่น (ภาษาเจ๊ะเห) ซึ่งสะท้อนบทบาทของ พระธรรมวัชรจริยาจารย์ ในฐานะพระเถระผู้มีบทบาทสำคัญในการสร้างสมานฉันท์และเป็นตัวกลางประสานปัญหาที่ดินทำกินระหว่างรัฐกับราษฎรมาอย่างยาวนาน

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงทิศทางการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ โดยระบุว่า ภาพความร่วมมือของประชาชนในวันนี้คือสัญญาณบวกด้านสันติภาพที่เริ่มจากฐานราก

อย่างไรก็ตาม ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่มีความซับซ้อนเกินกว่ามิติยาเสพติดหรือความยุติธรรมเพียงอย่างเดียว แต่หัวใจสำคัญอยู่ที่ “โครงสร้างทางกฎหมาย”

พ.ต.อ.ทวี เสนอแนวคิดว่า ในสภาวะที่การยกเลิกกฎอัยการศึกหรือ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ยังมีความเห็นต่างในสังคมสูง ทางออกที่ทำได้จริงคือการ “ปฏิรูปกฎหมาย ศอ.บต.” "เรามีแนวคิดว่า แทนที่จะสร้างกฎหมายใหม่ที่ตกลงกันยาก เราควรนำ พ.ร.บ.การบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีอยู่เดิม มาทำการแก้ไขและปรับปรุงให้สอดรับกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างแท้จริง พ.ต.อ.ทวี กล่าว

นอกจากประเด็นกฎหมายความมั่นคง พ.ต.อ.ทวี ยังได้เชื่อมโยงถึงการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยหยิบยกสถิติการลงประชามติเมื่อปี 2559 มาเป็นบทเรียนสำคัญ

"เมื่อปี 2559 จังหวัดนราธิวาส เป็นจังหวัดที่ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญมากที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจากปัตตานี วันนี้เราทดลองใช้มาเกือบ 10 ปีแล้ว ถึงเวลาที่ต้องมาดูว่าทัศนคติของพี่น้องประชาชนเป็นอย่างไรต่อผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น"

การลงพื้นที่ของหัวหน้าพรรคประชาชาติในครั้งนี้ ถูกมองว่าเป็นความพยายามในการสื่อสารทางการเมืองผ่านกิจกรรมพหุวัฒนธรรม เพื่อชี้ให้เห็นว่า "ศูนย์รวมจิตใจ" อย่างวัดประชุมชลธารา สามารถลดกำแพงความขัดแย้งได้ และรัฐควรนำโมเดลการยอมรับความแตกต่างนี้ไปใช้ในระดับนโยบายและการแก้ไขกฎหมายในอนาคต.

โดย...แวดาโอ๊ะ หะไร จ.นราธิวาส