ภาคอสังหาฯสงขลาระดมพลรับมือน้ำท่วมใหญ่อนาคต

ภาคอสังหาฯสงขลาระดมพลรับมือน้ำท่วมใหญ่อนาคต





Image
ad1

อสังหาฯสงขลาระดมพลรับมือน้ำท่วมใหญ่อนาคต ปรับ “เทรนด์”  สภาเศรษฐกิจผลักดันเรื่องน้ำมาตั้งแต่ปี 43 ยังเดินต่อ พร้อมดัน “หาดใหญ่ 2” รองรับพื้นที่ป้องกันน้ำ

นายวรัชญ์ ปริสุทธิ์กุล นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์จังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า ภาพรวมอสังหาริมทรัพย์ จ.สงขลา ที่ถูกท่วมประมาณ 40 % ได้รับความเสียหายในระดับหนึ่ง ส่วนที่น้ำท่วมไม่ถึง แต่อยู่ในสภาพเป็นเกาะมีน้ำล้อมรอบมีอยู่จำนวนมาก ส่วนที่น้ำไม่ท่วมย่านรัศมีรอบมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) เทศบาลเมืองคอหงส์บาฃส่วน และเขตองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านทุ่งใหญ่ จรดไปถึงรอบเมืองสงขลา ตลอดย่านรัศมีรอบข้างสนามบินนานาชาติหาดใหญ่ ระยะ 1 กม. เทศบาลเมืองควนลังบางส่วน ซึ่งต่างเป็นพื้นที่รอยต่อหาดใหญ่ ฯลฯ

นายวรัชญ์ กล่าวว่า สมาคมอสังหาริมทรัพย์จังหวัดสงขลา ได้มีการประชุมสรุปหารือถอดบทเรียนจากน้ำท่วมใหญ่เกิดมหาวิปโยคจะมีการเปลี่ยนเทรนด์บ้านเพื่อป้องกันรับมือน้ำท่วมใหญ่มีระบบกำแพง ระบบท่อ มีห้องรวม และสถานที่จอดรถ ฯลฯ และที่สามารถปรับตัวขึ้นมาอยู่ชั้น 2

นายวรัชญ์ กล่าวว่า เหตุผลที่หันมาลงทุนสร้างบ้านเดี่ยวและชั้นเดียวกันมากเพราะต้องการตอบสนองผู้สูงอายุที่เพิ่มมากขึ้น ประกอบกับบ้าน 2 ชั้นถึงจุดอิ่มตัวแต่จากการประสบมหาอุทุกภัยหนนี้จะต้องเปลี่ยนเทรนด์มีการปรับปรุงพัฒนาต้องเพื่อรองรับน้ำท่วมในอนาคต และในการดำเนินการบ้านใหม่ที่สูงพ้นน้ำจะต้องมีต้นทุนเพิ่มขึ้นท่ามกลางไม่มีกำลังซื้อจึงไม่สามารถจะปรับราคาได้ทางเลือกจึงต้องปรับลดต้นทุนแทนการปรับราคาโดยลดที่ดิน ขนาดบ้าน พร้อมวัสดุตกแต่ง และสิ่งของไม่จำเป็น แต่ผู้ซื้อบ้านสามารถปรับปรุงเพิ่มเติมได้

“ผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จ.สงขลา ต่างเป็นของคนท้องถิ่น และเป็น SME ถึง 75 % สร้างงานสร้างรายได้ให้กับท้องถิ่น และสร้างบ้านที่เป็นที่อยู่อาศัยเป็นดับ 1 ของภาคใต้”

นายศุภชัย รุจิเรืองโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ปุณณกัณฑ์วัลเลย์ จำกัด อดีตนายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์จังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า โครงการหมู่บ้านจัดสรรมีผลกระทบไม่ถึง 50 % ของภาพรวม แต่เดิมก่อนเกิดสถาการณ์โควิด โครงการบ้านจัดสรรมีการเติบโตมากบางปีกว่า 1,000 ยูนิต เฉลี่ยมีมูลค่าประมาณ 3,000 – 4,000 ล้าน แต่ต่อมาการขยายตัวเติบโตลดลง เพราะหลายปัจจัยประกอบ เช่น เรื่องสินเชื่อที่มีมาตรการเข้มข้น และเรื่องเศรษฐกิจภาพรวม

นายสิทธิศักดิ์ ตันมงคล เลขาธิการสภาเศรษฐกิจหาดใหญ่ เปิดเผยว่า ทางสภาเศรษฐกิจหาดใหญ่ มีโครงการเกี่ยวกับเรื่องการป้องกันน้ำท่วมหาดใหญ่ มาตั้งแต่ 2543 คราวนั้นหาดใหญ่ที่ถูกน้ำท่วมใหญ่ ซึ่งมีสภาพัฒน์ และกรมโยธาธิการ ได้ทำการศึกษาและได้สรุปว่าในการสร้างเมืองใหม่เป็นครัสเตอร์ และจะต้องมีทางน้ำโดยมี 2 ทางเลือกสร้างเมืองใหม่ 1. ที่เนินบ้านควนลัง อ.หาดใหญ่  2. บ้านท่าช้าง เทศบาลตำบลท่าช้าง อ.บางกล่ำ และบ้านท่าช้างมีที่ดินรัฐที่เป็น นสล.จำนวนกว่า 2,000 ไร่ จึงมีความเหมาะสมในการทำเมืองใหม่หาดใหญ่ 2 รองรับเพราะเมืองหาดใหญ่ศูนย์กลางเศรษฐกิจการค้าของภาคใต้ที่เติบโตเต็มที่พื้นที่แล้ว

แต่ในการสร้างเมืองใหม่หาดใหญ่ 2 จะต้องมีแรงดึงดูดตัวอื่น ๆ ได้ตามเข้ามา จึงมีแนวทางในการขยายโรงพยาบาลหาดใหญ่ มีโรงพยาบาลหาดใหญ่ 2 ขึ้นในพื้นที่เป็นอันดับแรก เพราะโรงพยาบาลหาดใหญ่ได้เกิดความหนาแน่นจนไม่สามารถจะอำนวยความสะดวกผู้ป่วยที่มาจากหลายจังหวัดทางภาคใต้ได้ดีพอ

“เมื่อโรงพยาบาลเข้ามาประชาชนก็จะเข้ามาก็จะมีชุมชุมเข้ามา ที่พักอยู่อาศัย ร้านค้า ร้านอาหาร ร้านสิ่งของอำนวยความสะดวก  ฯลฯ  แต่สุดท้ายโรงพยาบาลหาดใหญ่ 2  ก็ได้เคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่อื่นไม่เป็นไปตามเป้าที่ทำไว้”

นายสิทธิศักดิ์ กล่าวอีกว่า สภาเศรษฐกิจหาดใหญ่จะยังดำเนินการต่อไปเกี่ยวกับหาดใหญ่ 2  และหาดใหญ่เก่าที่จะต้องดำเนินการต่อ  และในการดำเนินการต่อเรื่องบริหารจัดการน้ำ จะดำเนินการเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องตัวจริงเสียงจริงเจ้าของพื้นที่จริง ในฐานะผู้สัมผัสกับบริบทภูมิประเทศตรงจะได้ออกแบบถูกต้อง

“น้ำท่วมหาดใหญ่ เพราะสภาพหาดใหญ่เปลี่ยนไป จากการพัฒนาเจริญเติบโตกระทบต่อที่อยู่ของน้ำวิถีของน้ำ และหากยังแก้ไขย่ำอยู่กับที่ก็จะมีสภาพเดิม และมีแต่จะสูญเสียงบประมาณ สูญเสียทรัพย์สินเศรฐกิจการค้าอย่างมหาศาล หาดใหญ่ก็ยังสามารถแก้ไขได้เรื่องน้ำ” นายสิทธิศักดิ์ กล่าว.