ปราสาทตาควาย พรานป่าชื่อตาวาย เป็นผู้ค้นพบ ต่อมาตั้งชื่อเป็นปราสาทตาควาย เฉยเลย

ปราสาทตาควาย พรานป่าชื่อตาวาย เป็นผู้ค้นพบ ต่อมาตั้งชื่อเป็นปราสาทตาควาย เฉยเลย





Image
ad1

อันว่า ปราสาทตาควาย เป็นปราสาทขอมโบราณ สร้างราวพุทธศตวรรษที่ 16-18 คริสต์ศตวรรษที่ 11 -13 ในยุคปลายสมัยนครวัดถึงต้นสมัยบายน เพื่อเป็นเทวสถานฮินดูบูชาพระศิวะืและอาจยังสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์ จึงไม่มีหมู่บริวารลักษณะเป็นประสาทเดียว บนเขาพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์

ข้อเขียนนี้จากคำบอกเล่าของ
อดีตตำรวจตระเวนชายแดน โพสต์เล่าที่มา
ชื่อเดิมของปราสาทตาควาย ว่า

“…วันนี้ผมเอาภาพให้ดูในสมัยที่ผมไปปฏิบัติหน้าที่ 
ที่ปราสาทตาวาย ปี 2538 ถึง 2545

 ชื่อเดิมของปราสาทตาควาย คือ ปราสาทตาวาย 
หรือเขมรเรียกว่าตากระเบย (กระบือที่แปลว่าควาย )
  
การตั้งชื่อสถานที่สำคัญต่างๆ ส่วนมาก 
จะตั้งชื่อตามบุคคลที่ค้นพบ 

ชื่อของปราสาท "ตาวาย" ที่ปัจจุบัน 
คนเรียกปราสาทตาควาย มีที่มาจากพรานชาวบ้าน 
ที่อยู่บริเวณบ้านไทยนิยมพัฒนา ที่เป็นปัจจุบันนี้ 
เป็นหมู่บ้านสุดชายแดนก่อนที่จะขึ้นไปปราสาทตาวาย
  
ในสมัยก่อนเป็นดงเป็นป่า ยังไม่มีผู้คนเข้าไปอยู่อาศัย 
มีแต่ตาวายกับครอบครัว และเพื่อนบ้านอีก 2-3 หลัง 
ได้อพยพเข้าไปในป่าลึก บุกป่าฝ่าดง ไปหาทำเลทำไร่สวน 
ในทำเลใหม่ 

ในสมัยอดีตที่เพิ่งเข้าไปอยู่ใหม่ๆ ตาวาย ได้ออกไปล่าสัตว์ 
ตามสัตว์เข้าไปในป่าลึก แล้วไปเจอปราสาท จึงได้กลับออก
มาเล่าให้เพื่อนบ้านฟัง 

ตาวายพาพราน เพื่อนบ้านญาติพี่น้องหลายคนกลับเข้าไปที่
ปราสาทนี้ เพื่อยืนยันว่าตัวเองพบเห็นปราสาทใหญ่อยู่ใน
กลางป่าลึกในสภาพป่าไม้เครือคลุมสมบูรณ์ จริง ๆ


   
เมื่อไปเห็นแล้ว ทุกคนเกิดอัศจรรย์ใจในความยิ่งใหญ่ของ
ปราสาทหินที่อยู่กลางป่าเป็นยิ่งนัก จึงได้พร้อมใจกันตั้งชื่อ
เพื่อเป็นที่ระลึก ให้แก่ตาวาย ว่า "ปราสาทตาวาย" 

และคำบอกเล่าของชาวบ้านไทยนิยม ว่าปราสาทที่พากันไป
เจอครั้งแรก ด้านในเข้าไม่ได้ ถูกอัดแน่นด้วยขี้ค้างคาวที่
สะสมมาเป็นระยะเวลาเกือบพันปี จึงได้พากันโกยออก จน
เผยให้เห็นในสภาพด้านในได้
   
นี่เป็นข้อมูลที่ผม ส.ต.ต. เจริญ ปานพรมมา ยศในขณะนั้น 
บันทึกข้อมูล ผมเป็น ตชด. ตำรวจตระเวนชายแดน 
ไปประจำการอยู่ที่ฐานอินทรีย์พิชิตศึกที่อยู่ตีนบ้านไทยนิยม 
ฐานช่องติ๊กเบ๊าะ ติดกับปราสาทตาวาย (โดยได้ไปผลัด
เปลี่ยนกับกองกำลัง กองร้อย ตชด 216) 

ผมได้จดบันทึกเรื่องราวต่างๆ ไว้มาก แต่น่าเสียดาย
ที่หนังสือที่ผมจดบันทึกเกี่ยวกับทั้งปราสาทตาเมือนธม 
และปราสาทตาวาย ชื่อบุคคลที่ผมสัมภาษณ์พูดคุย
และภาพถ่าย เกิดการสูญหายในระหว่างย้ายบ้าน

ซึ่งปราสาทตาเมือนธม ก็เหมือนกัน ตาเมือนเป็นคนไป
ค้นพบปราสาทกลุ่มตาเมือน เป็นคนแรก แต่เรายังเรียกชื่อ
ตาเมือนเหมือนเดิม แต่ปราสาทตาวาย เรียกเพี้ยน
เปลี่ยนไป เป็น ตาควาย 

ปี 2545 กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 215 
ได้มีหนังสือไปถึง กรมศิลปากร ให้เข้ามาร่วมสำรวจ 
และ ตชด.ได้นำพาสำรวจ หลังจากนั้น ได้เริ่มอนุญาต
ให้ชาวบ้านไทยนิยม บ้านไทยสันติสุข และบ้านใกล้เคียง
และผู้คนที่ได้ยินข่าวขึ้นไปเที่ยวชมได้ โดยมี กองกำลัง ตชด. 
เป็นผู้ดูแล

หลังจากที่กรมศิลปากรได้ขึ้นไปสำรวจ แล้วนำข่าวออก
แพร่กระจายออกไป ช่วงแรกๆ ยังมีคนเรียกชื่อ ทั้งตาวาย
และตาควาย 
  
ต่อมา คำว่า ตาวาย หายไป น่าจะเกิดจากการเพี้ยน 
ทุกคนเรียกแต่ ปราสาทตาควาย ทั้งหมด 
  
ปัจจุบัน ยังมีชาวบ้านออกมาให้ข่าว และสื่อบางสำนัก 
บอกว่าชื่อเดิมของปราสาทนี้ คือปราสาทตาวาย อยู่ครับ
  
ส่วนยอดปราสาท ที่หล่นพังลงมาด้านล่าง เรือนธาตยอด
ปราสาท หน้าบันที่พังลงมา ผมได้รับการยืนยันจากชาวบ้าน
ไทยนิยมรุ่นเก่า ที่ผมพูดคุยด้วย ในช่วงที่เขมรแดงเข้ามา
หลบอาศัยอยู่ตามแนวชาวแดนเทือกเขาพนมดงรัก 
แถบปราสาทตาเมือนธม และปราสาทตาวาย 

ได้ค้นหาโบราณวัตถุและทองคำของมีค่าต่างๆ 
บนปราสาท ได้ระเบิดยอดปราสาทตาวาย 
และงัดผลักยอดปราสาทให้ตกหล่นลงมาเพื่อหาของโบราณ 

รวมทั้งระเบิดหน้าบันอีกทั้งสองด้าน ทำให้หน้าบันพังลงมา
ตามสภาพที่เราเห็น ก่อนที่จะมีการสู้รบกัน ในเดือนธันวาคม 2568 

 ซึ่งก่อนการสู้รบกัน ไทย เขมร ในเดือน กรกฎาคม 
และ เดือน ธันวาคม 2568 มีผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณคดี 
เป็นไกด์ มัคคุเทศก์ พานักท่องเที่ยวไปชม แล้วอธิบายว่า
ยอดปราสาท ถูกฟ้าผ่าพังลงมา  ซี่งไม่เป็นความจริง 

เพราะผมขึ้นไปถึงบนยอดปราสาทด้วยตัวเองเห็นร่องรอย
การงัดก้อนหินยอดบัวตูมของปราสาทลงมาชัดเจน
  
ส่วนการขึ้นตัดเครือไม้คลุมปราสาท มีผม สิบตำรวจตรี 
เจริญ ปานพรมมา และ สิบตำรวจเอก ประยูร โคลนกระโทก 
ได้ทำพิธีกราบขอขมาแล้วปีนขึ้นไปตัดเครือไม้ที่ปกคลุม
ปราสาท จนถึงยอดออกทั้งหมด ในวันที่ 2 มีนาคม ปี 2545 

เนื่องจากมองเห็นรากไม้เริ่มแทงเข้าไปในช่องว่างของหินทำให้หินอ้าออกบ้างแล้ว 
   
ปัจจุบันนี้ สภาพปราสาทได้ถูกกองกำลังทหารไทยยึดคืน
มาจากทหารเขมรซึ่งเอาตัวปราสาทเป็นป้อมปราการ 
ยิงทหารไทย จึงทำให้ทหารไทยเข้ายึดตัวปราสาท
ในสภาพปราสาทที่ทุกคนเห็นในสภาพพัง ณ ปัจจุบันนี้ 
และอีกไม่นานกรมศิลปากรคงจะได้บูรณะขึ้นใหม่
ให้สวยงามดังเดิมครับ…”

ขอบคุณ ที่มา
facebook: เจริญ ปานพรหมา
เสนาะ วรรักษ์/รายงาน