เจ้าของสปีดโบ๊ทถูกเพลิงเผาปริศนาเรือวอด 20 ลำโอดคดีล่าช้า-หาคนผิดไม่ได้

ภูเก็ต-เจ้าของสปีดโบ๊ทที่ถูกเพลิงเผาเรือวอด 20 ลำโอดแม้ผ่านมาหลายวันยังไร้วี่แววทางคดี-คนผิด ขณะที่นายกเทมส์เร่งเคลียร์ซากเรือที่เกิดเหตุฟื้นคืนชายหาด ช่วยเงินส่วนตัวลำละ 5,000 บาทสงสารเจ้าของเรือตื่นมาก็หมดตัว
จากเหตุการณ์เพลิงไหม้สปีดโบ๊ทที่จอดอยู่ตามแนวชายหาดบริเวณท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง ต.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ตเมื่อเกือบรุ่งเช้าวันที่ 7 ม.ค.69 ทำให้เพลิงเผาเรือไป 23-24 ลำ โดยเป็นของผู้ประกอบการทั่วไป 20 ลำ และเป็นของบริษัทชื่อดังด้านการท่องเที่ยวทางทะเลอีกจำนวน 4 ลำ ค่าเสียหายไม่ต่ำกว่า 38 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบและสอบสวนของ สภ.ฉลอง เพื่อหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ครั้งนี้

สำหรับความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 12 ม.ค.69 ที่บริเวณชายหาดใกล้ท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง ต.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุเพลิงไหม้สปีดโบ๊ททั้ง 24 ลำดังกล่าว นายเทมส์ ไกรทัศน์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลราไวย์พร้อมทีมเก็บกู้ซากสปีดโบ๊ทได้นำรถแบ็คโฮเข้าเก็บเศษซากไฟเบอร์ของสปีดโบ๊ทขึ้นรถบรรทุก เพื่อนำออกจากแนวชายหาดดังกล่าว หลังจากพิสูจน์หลักฐาน จ.ภูเก็ตได้เข้าเก็บหลักฐานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีผู้ประกอบการเจ้าของสปีดโบ๊ทจำนวน 20 ลำได้มารอดูการเก็บกู้ซากเรือ
โดยนายเทมส์ ไกรทัศน์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลราไวย์ได้เข้าพูดคุยและรับฟังปัญหาจากผู้ประกอบการและเจ้าของสปีดโบ๊ทที่ถูกเพลิงไหม้ ซึ่งมีเจ้าของสปีดโบ๊ทแต่ละลำได้พูดถึงความในใจและปัญหาต่างๆหลังเกิดเหตุการณ์เพลิงไหม้เรือดังกล่าว ชนิดที่ว่าตื่นเช้ามาหมดตัวและเป็นหนี้ทันทีโดยไม่รู้ตัว โดยนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลราไวย์ได้รับฟังปัญหาต่างๆพร้อมกับมีการพูดคุยหลักการในการช่วยเหลือต่างๆ

นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลราไวย์กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในพื้นที่รับผิดชอบของเทศบาลตำบลฉลอง แต่ผู้ประกอบการหรือเจ้าของเรือส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่ ต.ราไวย์ ตอนเกิดเหตุใหม่ๆผู้ประกอบการได้รวมตัวกันมาพบตนเอง เพื่อสอบถามถึงแนวทางในการที่เจ้าของเรือจะสามารถเรียกร้องค่าเสียหายในเชิงมาปรึกษาหารือ โดยหลังเกิดเหตุเจ้าของเรือได้มาพบกับตนเอง 2-3 ครั้ง
ซึ่งตนเองก็พยายามที่จะหาช่องทางในการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยมีเจ้าของเรือที่เข้ามาพบกับตนเองจำนวน 15 ราย ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 80 ล้านบาท ลำหนึ่งไม่ต่ำกว่า 2-3 ล้านบาท ส่วนอำนาจของทางเทศบาลตำบลราไวย์เกี่ยวกับการเยียวยาอยู่ระหว่างการตรวจสอบของนิติกร แม้ถึงจะมีหรือทำได้ ก็เป็นยอดเงินที่น้อยนิด เทียบกับความเสียหายไม่ได้อย่างแน่นอน

"ขณะนี้ทางเทศบาลพยายามจะนำเศษซากของเรือที่บางส่วนจะนำไปใช้งานได้ โดยให้เจ้าของเรือแจ้งมา ซึ่งทางเทศบาลจะเป็นผู้ขนย้ายและอำนวยความสะดวกในการขนย้าย โดยในวันนี้จะเริ่มขนเศษซากเรือออกจากแนวชายหาด ซึ่งอาจจะใช้เวลาเคลียร์พื้นที่ชายหาดบริเวณจุดเกิดเหตุราว 3-4 วัน"
ขณะที่เจ้าของสปีดโบ๊ทได้รวมตัวกันบริเวณจุดเกิดเหตุ เพื่อดูการเก็บกู้ซากเรือ พร้อมกับพูดคุยกับนายเทศมนตรีเทศบาลตำบลราไวย์ โดยมีเจ้าของเรือพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า หลังเกิดเหตุยังไม่ได้รับความชัดเจนในการช่วยเหลือจากส่วนที่เกี่ยวข้อง แม้ว่าเวลาจะผ่านมาแล้วหลายวันก็ตาม

โดยเจ้าของเรือแต่ละลำกำลังตกที่นั่งลำบาก เนื่องจากต้องเช่าสปีดโบ๊ทจากผู้ประกอบการอื่นๆมารับลูกค้าที่จองเรือไว้ล่วงหน้า เพื่อเดินทางไปท่องเที่ยวตามเกาะแก่งต่างๆ บางรายไม่มีเงินที่จะไปจ้างเรือมารับลูกค้า จำเป็นต้องให้เรือลำอื่นๆรับงานต่อ บางรายยังต้องผ่อนเรือ บางรายมีเรือ 2 ลำหมดตัว บางรายมี 4 ลำเป็นหนี้ที่ไม่ได้ก่อขึ้น
"พวกเราต้องการเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งจังหวัด-ตำรวจเร่งหาความจริงของการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ เพื่อความเป็นธรรมและความถูกต้อง ขณะเดียวกันต้องการให้เรือที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ออกมารับผิดชอบที่ทำให้เรือของพวกเราต้องเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้"

