กสทช. - ตำรวจไซเบอร์ บุกจับกล้องวงจรปิดเถื่อนกลางกรุงยึดของกลางมูลค่า 100 ล้านบาท

กสทช. - ตำรวจไซเบอร์ บุกจับกล้องวงจรปิดเถื่อนกลางกรุงยึดของกลางมูลค่า 100 ล้านบาท





Image
ad1

กสทช. - ตำรวจไซเบอร์ บุกจับกล้องวงจรปิดเถื่อนกลางกรุง ยึดของกลางกว่า 1 แสนชุด และซิมเถื่อนต่างประเทศกว่า 2 หมื่นซิม มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 16 ม.ค. 69 สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) กรมศุลกากร กรมสรรพสามิต สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) จับกุมผู้ประกอบการจำหน่ายและติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ที่ใช้คลื่นความถี่โดยไม่ได้รับอนุญาต ในซอยลาดพร้าว 101 เขตบางกะปิ กทม.

นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาฯ กสทช. เปิดเผยว่า มีผู้ประกอบการหลายรายนำเข้าและจำหน่ายกล้องวงจรปิดโดยไม่ได้ขออนุญาตใช้คลื่นความถี่ และอุปกรณ์ดังกล่าวไม่ผ่านการรับรองมาตรฐานจาก กสทช. จากการลงพื้นที่พบเจ้าของบริษัทเป็นคนจีน มีผู้จัดการเป็นคนจีน ใช้โกดังขนาดใหญ่ตั้งอยู่ในซอยลาดพร้าว 101 เป็นพื้นที่จัดเก็บ และกระจายสินค้า ซึ่งเป็นกล้องวงจรปิดเถื่อนนำเข้าจากจีน ขายผ่านช่องทางออนไลน์ราคาเครื่องละ 500-1,000 บาท ยอดขายต่อวันสูงสุดกว่า 4,000 เครื่อง

เจ้าหน้าที่ได้ตรวจค้น และยึดกล้องวงจรปิดเถื่อนกว่า 100,000 ชุด และซิมการ์ดโทรศัพท์อีกกว่า 21,000 ซิม ซึ่งเป็นซิมจากต่างประเทศ ผูกเข้ากับบัญชีเติมเงินผ่านแอปพลิเคชัน มูลค่ารวมประมาณ 100 ล้านบาท ถือเป็นการนำเข้าซิมการ์ดผิดกฎหมาย

กสทช. ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษเพื่อดำเนินคดีกับผู้จำหน่าย คลังสินค้า ซึ่งมีความผิดตาม พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พ.ศ.2498 และที่แก้ไขเพิ่มเติม จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจมีความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 หากตรวจสอบพบไม่มีใบอนุญาตประกอบวิทยุคมนาคม โทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท

นายไตรรัตน์ แนะนำการเลือกซื้อ และใช้งานกล้องวงจรปิดอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ดังนี้

1. ซื้อจากผู้จำหน่ายที่เชื่อถือได้ เลือกซื้อจากร้านค้า หรือตัวแทนจำหน่ายที่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจ และขอดูเอกสารการรับรองมาตรฐานของสินค้าก่อนตัดสินใจซื้อ

2. ระวังสินค้าราคาถูกผิดปกติ อาจเป็นสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือไม่ถูกกฎหมาย และไม่ควรหลงเชื่อโฆษณาที่อ้างว่าเป็นของแท้แต่ขายในราคาที่ต่ำกว่าปกติมาก

3. กรณีซื้อออนไลน์ ตรวจสอบรีวิว และความน่าเชื่อถือของผู้ขาย สอบถามเกี่ยวกับการรับรองมาตรฐานก่อนสั่งซื้อ และเก็บหลักฐานการสั่งซื้อและการสนทนากับผู้ขายไว้เป็นหลักฐาน

"สำนักงาน กสทช. จะเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบและจับกุมผู้กระทำความผิดอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งประสานงานกับกรมศุลกากรในการตรวจสอบสินค้านำเข้า รวมถึงหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อทำงานร่วมกัน และร่วมมือกับแพลตฟอร์มการค้าออนไลน์ต่าง ๆ ในการกำจัดสินค้าที่ผิดกฎหมายออกจากระบบ" นายไตรรัตน์ กล่าว

.