“ยศชนัน”ยาหอมชลบุรีต้นแบบของการพัฒนาเศรษฐกิจที่ทุกคนเข้าถึงได้

“ยศชนัน”ยาหอมชลบุรีต้นแบบของการพัฒนาเศรษฐกิจที่ทุกคนเข้าถึงได้





Image
ad1

เมื่อวันเสาร์ที่ 17 มกราคม บรรยากาศที่อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี เป็นไปอย่างคึกคัก เมื่อพรรคเพื่อไทยนำโดย ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย เดินทางมาจัดกิจกรรมพบปะประชาชนและเปิดเวทีปราศรัย ณ หอประชุมเทศบาลเมืองพนัสนิคม (โรงไม้ขีดเก่า) โดยมีประชาชนในพื้นที่เดินทางมาร่วมรับฟังแนวนโยบายและให้การต้อนรับอย่างล้นหลามจนเต็มพื้นที่หอประชุม

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า สถานการณ์วิกฤตที่ประเทศกำลังเผชิญ ประเทศไทยกำลังพบกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งปัญหาเศรษฐกิจที่ฝืดเคือง ภาระหนี้สินที่พอกพูน และค่าครองชีพที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งพรรคเพื่อไทยไม่ได้นิ่งนอนใจและมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการเปลี่ยนแปลงฐานรากเศรษฐกิจของประเทศ โดยจะมุ่งเน้นการผลักดัน “เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่” เพื่อสร้างรายได้เข้าสู่กระเป๋าของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะการยกระดับให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพและการแพทย์ระดับโลก (Wellness & Medical Hub) ซึ่งเป็นจุดแข็งสำคัญที่จะนำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

ศ.ดร.ยศชนัน ยังแสดงความเชื่อมั่นในศักยภาพของคนไทยว่า ต้องเปลี่ยนจากเมืองที่เน้นเพียงแรงงานอุตสาหกรรม ให้กลายเป็นเมืองแห่งนวัตกรรมและการสร้างสรรค์ โดยพรรคเพื่อไทยมุ่งหวังที่จะสร้างโอกาสผ่านการเรียนรู้และเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อให้ลูกหลานชาวชลบุรีสามารถก้าวทันโลกที่เปลี่ยนแปลงเร็ว โดยจะมีโครงการศูนย์บ่มเพาะนวัตกรรมในระดับท้องถิ่นเพื่อให้คนรุ่นใหม่สร้างอาชีพในบ้านเกิดได้ ไม่ต้องพลัดพรากจากครอบครัวไปทำงานในเมืองใหญ่ ซึ่งถือเป็นความมั่นคงที่กินได้และยั่งยืน พร้อมกันนี้ยังได้ประกาศเป้าหมายสำคัญในการพัฒนามหาวิทยาลัยบูรพาให้ติดอันดับ 1 ใน 100 ของโลกให้ได้

นอกจากนี้ ศ.ดร.ยศชนัน ยังได้กล่าวถึงความสำคัญของระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC โดยเน้นย้ำว่าหัวใจนี้จะเต้นได้อย่างแข็งแรงก็ต่อเมื่อความมั่งคั่งกระจายมาถึงมือประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน พรรคเพื่อไทยมีนโยบายกระจายอำนาจเพื่อให้งบประมาณถูกนำมาแก้ปัญหาหนี้สินและเพิ่มรายได้ตามบริบทของพื้นที่อย่างแท้จริง โดยตนและทีมผู้สมัครทั้ง 10 ท่าน พร้อมแล้วที่จะผลักดันนโยบายเหล่านี้ให้เป็นจริง เพื่อให้คำว่า “คนชลบุรีต้องมีกินมีใช้” เป็นความจริงที่สัมผัสได้ในทุกครัวเรือน

“ผมมาที่นี่วันนี้ ไม่ได้มาเพื่อตัวเอง แต่มาเพื่อขอโอกาสให้พรรคเพื่อไทยได้เข้าไปเป็นตัวแทนในการแก้ไขปัญหาให้พี่น้อง ผมอยากจะพาผู้สมัคร สส. ชลบุรี ทั้ง 10 เขต เข้าไปทำงานในสภาฯ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนนโยบายที่กินได้จริง และทำให้ชลบุรีกลายเป็นต้นแบบของการพัฒนาเศรษฐกิจที่ทุกคนเข้าถึงได้ ขอให้พี่น้องเชื่อมั่นในพรรคเพื่อไทย เลือกทั้งคนทั้งพรรค เพื่อประเทศไทยที่ดีขึ้นกว่าเดิมครับ” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวทิ้งท้ายอย่างเข้มแข็ง

ด้าน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย ในฐานะผู้ช่วยหาเสียง ได้ขึ้นปราศรัยถึงประเด็นการเมืองในจังหวัดชลบุรี โดยยืนยันถึงคุณภาพของผู้สมัครพรรคเพื่อไทยทุกคนว่าไม่เคยทิ้งพื้นที่ และอยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับประชาชนมาโดยตลอด พร้อมทั้งระบุว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมาหลายคนอาจเลือกตามกระแส จนทำให้บางเขตได้ สส. ที่ไม่เคยอยู่ในพื้นที่จริง ดังนั้นครั้งนี้จึงขอให้ชาวชลบุรีมั่นใจในตัวผู้สมัครของพรรคเพื่อไทย

นายณัฐวุฒิยังได้เล่าเกร็ดการเมืองจากการลงพื้นที่เมื่อปี 2566 ว่า แม้วันนี้ “คนเก่าบ้านใหญ่” จะจากไปแล้ว แต่พรรคเพื่อไทยก็ได้ “เลือดใหม่” เข้ามาแทนที่ ซึ่งตนมีความเป็นห่วงสถานการณ์การเมืองในชลบุรีที่ปัจจุบันบ้านใหญ่สองหลังที่เคยแข่งกันกลับมาคืนดีกัน โดยเกรงว่าหากกลุ่มคนเหล่านี้ได้รับชัยชนะและมีอำนาจ อาจจะอยู่ด้วยกันไม่ได้ดังสุภาษิตไทยที่ว่า “เสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้” พรรคเพื่อไทยจึงขอเสนอตัวเป็นทางเลือกเพื่อความสมานฉันท์และเดินหน้าจังหวัดด้วยนโยบายที่จับต้องได้ ซึ่งการปราศรัยช่วงนี้ได้รับเสียงปรบมือและเสียงหัวเราะอย่างถูกใจจากมวลชนที่มารับฟัง

สำหรับ รายชื่อผู้สมัครสส.ชลบุรี ทั้ง 10 เขต ที่พรรคเพื่อไทยส่ง ประกอบด้วย นายรัฐรุจน์ ปิยะพงศ์ภัทร์ เขต 1 เบอร์ 4, นายคงพัชร ไขรัศมี เขต 2 เบอร์ 6, นายพายุ เนื่องจำนงค์ เขต 3 เบอร์ 5, นายลิขิต อัศวจารุวรรณ เขต 4 เบอร์ 3, นายประมวล เอมเปีย เขต 5 เบอร์ 7, นายศรกฤต ผลลูกอินทร์ เขต 6 เบอร์ 1, นายนฤพล นิยมทรัพย์ เขต 7 เบอร์ 5, นายชาญยุทธ เฮงตระกูล เขต 8 เบอร์ 3, นายรัฐกิจ เฮงตระกูล เขต 9 เบอร์ 6 และนายอัครเศรษฐ รักษ์สกุลสงสัย เขต 10 เบอร์ 3