ไทยเปิดฉากมิติใหม่การแพทย์โลก : รวมใจรักษ์–Geneovita ผนึกพันธมิตร 5 ประเทศ เปิด “Halal Regenerative Medicine Ecosystem” แห่งแรก

ประเทศไทยส่งสัญญาณครั้งสำคัญสู่เวทีเวชศาสตร์โลก ด้วยการเปิดตัวแนวคิด “Halal Regenerative Medicine Ecosystem” เป็นครั้งแรก โดย โรงพยาบาลรวมใจรักษ์ (Ruamjairak Hospital) และ Geneovita Biocare International ร่วมกับ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการวิจัยเซลล์ต้นกำเนิดและนวัตกรรมทางการแพทย์ (Center of Excellence in Stem Cell Research and Innovation: ESRI) และวิทยาลัยนานาชาติอิสลามกรุงเทพ ผนึกกำลังพันธมิตรทางการแพทย์และวิชาการจาก มาเลเซีย เวียดนาม ออสเตรเลีย
และเครือข่ายความร่วมมือ ซาอุดีอาระเบีย–ไทย จัดงานสัมมนาวิชาการระดับนานาชาติ “Bangkok Symposium on Integrative & Translational Regenerative Medicine Ecosystems” การรวมตัวครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงเวทีวิชาการ แต่ถูกวางตำแหน่งให้เป็น จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนบทบาทประเทศไทย จาก “ศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์” ไปสู่ ประเทศผู้นำด้านการแพทย์ฟื้นฟูที่ยึดหลักจริยธรรมและความรับผิดชอบระดับสากล
จากเทคโนโลยีล้ำ สู่ระบบนิเวศใหม่ของเวชศาสตร์ฟื้นฟูไทย
การจัดงานครั้งนี้เป็นหมุดหมายสำคัญของวงการแพทย์ไทย ด้วยการประกาศสร้าง ระบบนิเวศเวชศาสตร์ฟื้นฟูแบบบูรณาการ (Integrative & Translational Regenerative Medicine Ecosystem) ที่เชื่อมโยงงานวิจัย เทคโนโลยีชีวภาพ กฎระเบียบ จริยธรรม และการรักษาจริงเข้าไว้ด้วยกันอย่างเป็นระบบ พร้อมการเปิดตัว Halal Wellness Medical Center ต้นแบบการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและฟื้นฟูแบบองค์รวม รองรับผู้รับบริการจากทั่วโลก โดยเฉพาะตลาดมุสลิมนานาชาติที่กำลังเติบโต

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญ คือการจัดตั้ง บอร์ดชารีอะห์ทางการแพทย์ เป็นครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อกำกับจริยธรรมทางการแพทย์ตามหลักอิสลาม ควบคู่กับมาตรฐานวิชาชีพและกฎหมายของรัฐ ถือเป็นก้าวสำคัญที่ยกระดับบทบาทของประเทศไทยสู่การเป็นหนึ่งในประเทศแรกของภูมิภาคที่ผสานหลักศาสนาเข้ากับเวชศาสตร์ฟื้นฟูขั้นสูงอย่างเป็นระบบ
นายอภิรักษ์ อภิสารธนารักษ์ กรรมการผู้จัดการ โรงพยาบาลรวมใจรักษ์ กล่าวว่า “เรากำลังสร้างมากกว่าสถานพยาบาล แต่คือแพลตฟอร์มความร่วมมือทางการแพทย์ระดับนานาชาติ ที่ทำให้เทคโนโลยีล้ำสมัยเดินไปพร้อมกับจริยธรรม ความปลอดภัย และผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง”
นพ.สุนทร ศรีทา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลรวมใจรักษ์ ระบุว่า ประเทศไทยมีความพร้อมทั้งด้านบุคลากรและมาตรฐานการรักษาระดับโลก โดยเป็นประเทศแรกในเอเชียที่ได้รับการรับรองจาก Joint Commission International (JCI) และมีสถานพยาบาลที่ได้รับการรับรองมากกว่า 60 แห่ง ซึ่งเป็นฐานสำคัญในการยกระดับบทบาทของไทยจากผู้ให้บริการ สู่ผู้ร่วมกำหนดมาตรฐานเวชศาสตร์ฟื้นฟูของภูมิภาค

ดร.ซัน จิน เจมส์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Geneovita Biocare International กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังก้าวสู่บทบาท แพลตฟอร์มยุทธศาสตร์ด้าน Advanced Therapy Medicinal Products (ATMPs) โดยการเปิดตัว Thailand ATMP Fast Track Roadmap 2025 เป็นสัญญาณชัดเจนของการเร่งนำงานวิจัยด้านเซลล์และยีนไปสู่การรักษาจริงอย่างปลอดภัยและมีความรับผิดชอบ
นายสันติ (อาลี) เสือสมิง ประธานคณะอนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักงานจุฬาราชมนตรี กล่าวว่า การมีบอร์ดชารีอะห์ทางการแพทย์ช่วยเสริมความเชื่อมั่นแก่ชุมชนมุสลิม และสะท้อนการผสานคุณค่าทางจริยธรรมของอิสลามเข้ากับการแพทย์สมัยใหม่อย่างสมดุล
Mr. Osama Kokandy ประธานสภาธุรกิจไทย–ซาอุดีอาระเบีย กล่าวถึงความมุ่งมั่นในการเสริมสร้างความร่วมมือด้านการแพทย์ระหว่างสองประเทศ ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และแนวปฏิบัติทางการแพทย์ที่ทันสมัย โดยการเปิดตัว Halal Wellness Medical Center ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือด้านนวัตกรรมทางการแพทย์ในระดับนานาชาติ

เวทีโลกและองค์ความรู้ระดับนานาชาติ
งานสัมมนาครั้งนี้ยังรวบรวมผู้เชี่ยวชาญจาก ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการวิจัยและนวัตกรรมสเต็มเซลล์ (ESRI) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แพทยสภา N Health และผู้แทนสถานทูตจาก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ปากีสถาน และตุรกี สะท้อนความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางใหม่ของเวชศาสตร์ฟื้นฟูเชิงจริยธรรมบนเวทีโลก
ศาสตราจารย์ ดร.นพ.ภาคภูมิ เขียวละม้าย ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการวิจัยและนวัตกรรมสเต็มเซลล์ (ESRI) คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้นำเสนอบทบาทของ Mesenchymal Stem Cells (MSCs) ในเวชศาสตร์ฟื้นฟูปัจจุบันและอนาคต พร้อมเน้นความสำคัญของงานวิจัยเชิงคลินิกและมาตรฐานการผลิต
รศ.นพ.ปรีชา วาณิชยเศรษฐกุล กรรมการฝ่ายวิชาการ แพทยสมาคม และผู้อำนวยการทางการแพทย์ โรงพยาบาลรวมใจรักษ์ อธิบายกรอบกำกับดูแลการแพทย์ด้านเซลล์ของประเทศไทย ภายใต้การกำกับของแพทยสภา กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เพื่อการดำเนินงานที่ถูกต้องตามกฎหมายและจริยธรรม
นพ.กนิน ธีรวัฒนพงศ์ ผู้บริหารด้านห้องปฏิบัติการคลินิก ชีวโมเลกุล และพันธุศาสตร์ N Health ชี้ให้เห็นบทบาทของห้องปฏิบัติการในฐานะหัวใจของความแม่นยำทางการแพทย์ และการขับเคลื่อนการแพทย์เฉพาะบุคคล

Dr. Huynh Thanh Tuan (M.D., Ph.D.) ผู้ก่อตั้ง Huang Healthcare กล่าวถึงบทบาทของ การแพทย์เสริมจากผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ ในการดูแลผู้ป่วยมะเร็ง เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตภายใต้การดูแลของแพทย์และหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
โดยภาพรวม งานสัมมนาครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนศักยภาพของประเทศไทยด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูและการแพทย์ขั้นสูงเท่านั้น
หากยังตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะ “พื้นที่กลางของความร่วมมือระดับโลก” ที่ผสานองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ นวัตกรรมทางการแพทย์ และกรอบจริยธรรมอย่างรอบด้าน ความร่วมมือระหว่างภาควิชาการ หน่วยงานกำกับดูแล ภาคเอกชน และพันธมิตรระหว่างประเทศ ถือเป็นก้าวสำคัญในการวางรากฐานระบบการแพทย์ฟื้นฟูที่ปลอดภัย โปร่งใส และยั่งยืน พร้อมยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการแพทย์เชิงจริยธรรมที่ได้รับการยอมรับในเวทีโลก

