สกัดชาวไร่อ้อยเป็นจำเลยสังคม!ผู้ว่าฯอุทัยธานีติวเข้มตัดอ้อยสด งดเผาป้องกัน PM 2.5 ใบขายได้ราคา

อุทัยธานี- ผู้ว่า อุทัย ฯ ติวเข้มตัดอ้อยสด งดเผาอ้อยป้องกัน PM 2.5ไม่ให้ชาวไร่อ้อย เป็นจำเลยสังคมปม PM 2.5 เคาะได้แต่ราคารับซื้อ โดยไม่เล็งเห็นต้นทุนของชาวไร่อ้อย นี่คือน้ำตาของชาวไร่อ้อย
ที่พุ่งสูงขึ้นในกรุงเทพฯและหลายจังหวัดในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง โดยสังคมส่วนหนึ่งพุ่งเป้าสงสัยไปที่ การเผาอ้อย ว่าเป็นต้นเหตุสำคัญ ทว่าข้อเท็จจริง คือปัญหาฝุ่นพิษนี้กลับปรากฏขึ้นก่อนที่ฤดูกาลเก็บเกี่ยวอ้อยจะมาถึงเสียอีก จึงทำให้เกิดคำถามว่า เมื่อโรงงานยังไม่เปิดอีก ชาวไร่อ้อยยังไม่ได้ตัดอ้อย แล้วฝุ่น PM 2.5 มาจากไหน แล้วทำไมชาวไร่อ้อยจึงเป็นจำเลยสังคม และมักจะถูกมองว่าเป็นผู้ก่อปัญหาฝุ่นเสมอมา
แต่สิ่งที่รัฐ สมาคม,โรงงาน ไม่ได้มองถึงต้นทุนของชาวไร่อ้อย ครั้งเริ่มต้นการปลูก การบำรุงรักษาดูแล รวมถึงการเก็บเกี่ยว ต้นทุนพุ่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่สิ่งที่ชาวไร่อ้อยได้รับ คือราคาตกต่ำที่ไม่เหลือแม้แต่เงิน 1 บาทที่จะปลูกหรือบำรุงต่อไปข้างหน้า เคาะได้แต่ราคารับซื้อ โดยไม่เล็งเห็นต้นทุนของชาวไร่อ้อย นี่คือน้ำตาของชาวไร่อ้อยฤดูกาลปี 68/69. สมาคมโรงงานน้ำตาล ป้องชาวไร่ยันอ้อยไม่ใช่"จำเลยสังคม"ปม PM 2.5

วันที่ 20 มกราคม 2569 นายสมบัติ ไตรศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี ได้ลงพื้นที่ ต.ทัพหลวง อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี เพื่อเยี่ยมชมการตัดอ้อย พร้อมการใช้รถตัดอ้อย รวมทั้งการรับซื้อใบอ้อยเพื่อไปผลิตเป็นไฟฟ้าชีวมวล โดยมีนายศิริพัฒน์ ชั้นศิริ ผู้อำนวยการโรงงาน บริษัท ไทยรุ่งเรือง คอร์ปอเรชั่น จำกัด ให้การต้อนรับ
นายรังสิต เฮียงราช ผู้อำนวยการบริษัท ไทยซูก้าร์มิลเลอร์ จำกัด และเลขานุการคณะกรรมการประสานงาน 3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทราย (TSMC) เปิดเผยข้อเท็จจริงว่า ฤดูกาลห*บอ้อยประจำปีนี้เพิ่งเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 2 ธันวาคม 2568 โดยจากจำนวนโรงงานน้ำตาลทั่วประเทศ 58 แห่ง ปัจจุบันมีเพียง 8 โรงงานเท่านั้น(ข้อมูล ณ วันที่ 7 ธันวาคม 2568) ที่เริ่มเดินเครื่องจักร ซึ่งโรงงานทั้ง 8 โรงงานก็มีการรับอ้อยสดมากถึง 99.7% และปัจจุบันภาครัฐขอความร่วมมือให้โรงงานฯ รับอ้อยไฟไหม้ไม่เกิน 5% ของปริมาณอ้อยทั้งหมดในช่วงก่อนวันเด็กแห่งชาติ ตัวเลขดังกล่าวนี้จึงเป็นเครื่องยืนยันและก่อให้เกิดคำถามว่า ปัญหามลพิษที่เกิดขึ้นในขณะนี้ มีต้นตอมาจากการเผาอ้อยจริงหรือไม่ และด้วยเหตุผลใดที่ชาวไร่อ้อยยังคงถูกมองว่าเป็นผู้รับผิดชอบหลักต่อสถานการณ์
อย่างไรก็ตาม ภายใต้เจตนารมณ์อันแน่วแน่เพื่อการเปลี่ยนแปลงผ่านธุรกิจอ้อยและน้ำตาล ในฐานะองค์กรที่เป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายของประเทศไทย ซึ่งมีสมาชิกครอบคลุมโรงงานน้ำตาลทั้ง 58 แห่งทั่วประเทศ เราพร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับภาครัฐอย่างเต็มกำลัง ในการปฏิบัติตามแนวทางที่สำคัญงานอ้อยและน้ำตาลกำหนดโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การรณรงค์และส่งเสริมให้พี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อยหันมา"ตัดอ้อยสด" อย่างจริงจัง ซึ่งได้รับความร่วมมือจากชาวไร่อ้อยด้วยความพร้อม ควบคู่ไปกับบทบาทของโรงงานน้ำตาลที่สนับสนุนการทำเกษตรสมัยใหม่ การใช้รถตัดอ้อย รวมทั้งการรับซื้อใบอ้อยเพื่อไปผลิตเป็นไฟฟ้าชีวมวล ซึ่งเชื่อมั่นว่าการสนับสนุนจากภาครัฐจะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยสร้างแรงจูงใจในการรับซื้อใบอ้อยของโรงงานและแก้ปัญหาการเผาอย่างเป็นรูปธรรม นำไปสู่การเติบโตของอุตสาหกรรมฯ อย่างยั่งยืน

แม้จะเป็นเป้าหมายที่ท้าทาย แต่ตัวเลขการรับอ้อยสดมากถึง 99.7% ก็เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างแท้จริงในการจัดการปัญหา ซึ่งจะเป็นสิ่งที่ช่วยยืนยันว่าอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล เป็นอุตสาหกรรมที่โปร่งใส ตรวจสอบได้และมีผลลัพธ์อย่างเป็นรูปประธรรม ผ่านการดำเนินนโยบายและมาตรการลดผลกระทบอย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากยุทธศาสตร์ความร่วมมือที่รอบด้านและจริงจัง ระหว่างภาครัฐ โรงงานน้ำตาล และเกษตรกรชาวไร่อ้อย ผ่านการทำเกษตรสมัยใหม่และการใช้รถตัก เพื่อรถผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 อย่างยั่งยืนต่อไปนายรังสิตกล่าวทิ้งท้าย
สำหรับปี 68/69 ราคาอ้อยขั้นต้นที่คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย(กอน.) เคาะแล้วคือ 890 บาทต่อตัน ณ ระดับความหวาน 10 ccs (ซี.ซี.เอส.) โดยเป็นราคาเดียวทั่วประเทศ พร้อมมาตรการจูงใจชาวไร่ตัดอ้อยสดคุณภาพดี เช่น รับเงินเพิ่ม 40 บาท/ตันในบางเขต และมีนโยบายเข้มงวดเรื่องการลดเผาเพื่อควบคุมฝุ่น pm.25
รายละเอียดสำคัญ
- ราคาขั้นต้น: 890 บาท/ตัน
- ระดับความหวาน: ณ 10 ccs.
- อัตราขึ้น-ลง: 53.40 บาท ต่อ 1 ccs.
- ผลตอบแทนน้ำตาล: 381.43 บาท/ตัน
- มาตรการสนับสนุน: มีการจูงใจชาวไร่ตัดอ้อยสด (อ้อยคุณภาพ) โดยจ่ายเพิ่ม 40 บาท/ตัน
- การควบคุมเผาอ้อย: โรงงานรับอ้อยเผาได้ไม่เกิน 20% และหยุดรับอ้อยเผาช่วงวันหยุดยาวปลายปี

หมายเหตุ:
- ข้อมูลนี้เป็นราคาขั้นต้นที่ประกาศจาก กอน. และผ่านการประชาพิจารณ์แล้ว
-ราคานี้อาจมีการปรับปรุงสุดท้าย ขึ้นอยู่กับผมประกอบการของโรงงานและราคาตลาดน้ำตาล
ดังนั้น ราคาอ้อยปี 68/69 เบื้องต้นคือ 890 บาท/ตัน และมีมาตรการเสริมสำหรับอ้อยสดคุณภาพดี

