ปอศ.แจ้งข้อหาเพิ่ม "เวย์-นานา"เข้าข่ายพ.ร.ก.กู้ยืมเงิน- แชร์ลูกโซ่ ยอดเสียหายพุ่ง 170 ล้านบาท

ปอศ.แจ้งข้อหาเพิ่ม "เวย์-นานา"เข้าข่ายพ.ร.ก.กู้ยืมเงิน- แชร์ลูกโซ่ ยอดเสียหายพุ่ง 170 ล้านบาท





Image
ad1

ปอศ.แจ้งข้อหาเพิ่ม "เวย์ ไทเทเนี่ยม-นานา" เข้าข่าย พ.ร.ก.กู้ยืมเงิน-แชร์ลูกโซ่ ยอดเสียหายพุ่ง 170 ล้าน ด้านเจ้าตัวปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา เร่งประสาน ปปง.สืบทรัพย์เฉลี่ยคืนให้เหยื่อ คาดสรุปสำนวนกลางเดือน ก.พ.นี้

พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ. กล่าวถึงกรณีที่ นายปริญญา อินทชัย หรือ เวย์ ไทเทเนี่ยม และนางไรบีนา อินทชัย หรือ นานา เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้าได้ทำการแจ้งข้อกล่าวหา ฉ้อโกงกับ เวย์ ไทเทเนี่ยม ภายหลังจากรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมพบว่านอกจากความผิดฐานฉ้อโกงแล้ว มีพยานหลักฐานบางอย่างที่เชื่อมโยงพบการใช้เงินใช้บัญชีของตนเองโอนกลับไปให้ผู้เสียหาย จึงได้ขยับสถานะร่วมกับตัวนานา เป็นความผิดมูลฐานตาม พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และแชร์ลูกโซ่ โดยก่อนหน้าได้มีหมายเรียกให้เข้ามาพบแต่เลื่อนมาแล้ว จนถึงวันนี้ทนายได้ประสานว่าจะเข้ามา พบพนักงานสอบสวน เป็นเหตุให้ เวย์ไทเทเนี่ยม เข้ามารับทราบข้อกล่าวหา

พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ กล่าวว่า เวย์ ไทเทเนี่ยม ได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ส่วนนานามีประเด็นที่ต้องแจ้งพฤติการณ์เพิ่มเติมเนื่องจากมีผู้เสียหายได้เข้ามาแจ้งความเพิ่มเติม ส่วนนิติบุคคลที่พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมไปในคราวเดียวที่มาพบด้วย ส่วนผู้เสียหายจะเป็นใครนั้นเจ้าตัวไม่ประสงค์ให้ออกชื่อแต่จากวงเงิน 150 ล้านบาท กระโดดไปเป็น 170 ล้านบาท และจำนวนผู้เสียหายมี 17 รายเท่าเดิม

"ตอนนี้ยังไม่มีผู้เสียหายรายอื่นเข้ามาร้องทุกข์กล่าวโทษ แต่ในส่วนของนางสาวเจนสุดา ที่เข้ามาแจ้งความก่อนหน้านั้นก็เป็นการถูกชักชวนให้ลงทุนเหมือนกัน ส่วนนางสาวพอลล่าก็เป็นการชักชวนลงทุนเช่นกัน และจากการสอบปากคำในปัจจุบันยังไม่มีผู้เสียหายรายใดได้รับการชดเชยจากเงินที่เสียไป แต่ได้รับค่าตอบแทนที่เป็นวงรอบ ลักษณะเหมือนแชร์ลูกโซ่ คือในระหว่างที่มีการชักชวนลงทุนก็จะมีการโอนค่าตอบแทนให้กลับไปตามวงรอบปกติ แต่หลังจากที่เป็นคดีแล้วก็ยังไม่มีผู้เสียหายรายใดได้รับเงินชดเชย"พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ กล่าว

เมื่อถามว่าเจ้าหนี้หลายคนกังวลเรื่องการใช้เงินคืน เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถให้ความสบายใจกับเจ้าหนี้อย่างไรได้บ้าง พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ กล่าวว่า ตนและพนักงานสอบสวนมีหน้าที่ในการตามตัวเขามาลงโทษตามกฎหมาย แน่นอนว่ามันเป็นความผิดตาม พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน เป็นความผิดมูลฐานอยู่แล้ว และในวันนี้ได้มีการดำเนินการเรื่องกฎหมายฟอกเงิน และรายงานให้กับ ปปง.เพื่อตั้งเจ้าหน้าที่สืบสวน ว่าเป็นความผิดตามกฎหมายฟอกเงินหรือไม่ และเรื่องนี้เป็นระเบียบปฏิบัติตามปกติแน่นอนว่า เมื่อได้รับรายงานเรื่องการสืบทรัพย์สินของผู้ต้องหาไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สินใด

ทั้งหมดเราต้องรายงานไปที่ ปปง. เพื่อให้ ปปง.ที่มีหน้าที่ในการเกลี่ย เฉลี่ยทรัพย์ หากมีกรณีที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ ว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาก่อนกระทำความผิด หน้าที่หลักจึงเป็นของ ปปง.ที่จะเฉลี่ยทรัพย์คืนให้กับผู้เสียหาย ตามสัดส่วนความเสียหาย

ด้านพ.ต.อ.จำนาญ จันทร์เทศ ผกก.4 บก.ปอศ.กล่าวว่า ไม่ต้องกังวลใจเพราะคดีนี้พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานรวมถึงเส้นเงิน ทั้งพยานบุคคล พยานวัตถุ และสอบถามผู้เชี่ยวชาญแล้ว น่าจะสรุปสำนวนคดีได้ไม่เกินกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้แน่นอน