อดีต ผอ.รร.ชิ่อดังลงสมัคร สส.ในนามพรรคประชาธิปัตย์ในถิ่นบ้านเกิดอำนาจเจริญ

อำนาจเจริญ- อดีต ผอ.รร.ชิ่อดังลงสมัคร สส.ในนามพรรคประชาธิปัตย์ในถิ่นบ้านเกิด. ออกแฉ มีการชื้อเสียงกันแล้วอย่างโจ๋งครึ้ม วอนเจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องลงตรวจสอบด้วย

นายพลชัย. โสภากันต์ อดีต ผอ.ชื่อดังโรงเรียนประจำจังหวัด รร.เมืองอำนาจเจริญเปิดใจว่าแรงบันดาลใจในการลงสมัครเลือกตั้งสส.พรรคประชาธิปัตย์หมายเลข 4 ครั้งแรก เนื่องจากเกิดมาเป็นลูกชาวนา จึงมีความรู้สึกเห็นอกและเห็นใจเกษตรกร ชาวไร่ชาวนา ที่เอาหลังสู้ฟ้าเอาหน้าสู้ดิน แต่วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวนายังไม่ดีขึ้น นานนับหลายร้อยปีมายังมีหนี้สิน ชีวิตความเป็นอยู่ของบางคนบางครอบครัวแร้นแค้น ขาดโอกาสทางการศึกษา พืชผลทางการเกษตร มีราคาถูก ทำนาทำไร่ ตลอดปีรายได้ไม่พออยู่พอกิน จึงเกิดแรงบันดาลใจอยากจะเข้าไปเสนอเรื่องความเดือดร้อนของชาวเกษตกรต่อรัฐบาลและการกำหนดนโยบายของพรรคการเมืองในการแก้ไขปัญหาหนี้สินของชาวเกษตรกรและทำงานเพื่อประชาชนในถิ่นบ้านเกิดของตนเอง

นายพลชัยฯกล่าวอีกว่า การลงสมัครสส. ในครั้งนี้มีความมั่นใจว่าจะได้คะแนน จากพี่น้องประชาชน ในถิ่นบ้านเกิดตนเองและ พื้นที่ ที่ไปทำงานรับราชการครู อยู่หลายหมู่บ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตเทศบาลเมืองอำนาจเจริญที่มารับราชการ ในตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียน เป็นระยะเวลา 10 กว่าปี สร้างคุณงามความดีในการทำงานด้วยความตั้งอกตั้งใจในการปฏิบัติหน้าที่ตลอดมา จึงเชื่อว่าพี่น้องประชาชนจะให้การสนับสนุน อีกประการหนึ่งพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะกลับมาเป็นหัวหน้าพรรค กระแสความเชื่อมั่น และความศรัทธาต่อตัวหัวหน้าพรรค จากพี่น้องประชาชนทั้งประเทศน่าจะดีขึ้น จึงมั่นใจว่าจะได้คะแนน ในแต่ละเขตพอสมควร อาหนึ่งอยากจะเห็นการทำงานทางการเมืองของผู้แทนประชาชน ได้ทำหน้าที่ เพื่อพี่น้องประชาชนจริงๆ ไม่คิดที่จะเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ทางการเมือง

พลชัยพล กล่าวด้วยว่า ต่อกรณีที่มีข่าวว่ามีบางกลุ่มการเมืองหรือบางพรรคการเมือง ที่ใช้เงินซื้อเสียงในการเลือกตั้งในครั้งนี้ เท่าที่ทราบข้อมูลมีจริง ตอนนี้ได้ทราบว่ามีการเริ่มแจกเงินให้กับชาวบ้านและหัวคะแนนกันแล้วโจ๋งครึ้ม ทั้งในส่วนหัวคะแนนและชาบ้านที่เป็นเครือข่ายของกลุ่มการเมือง พรรคการเมืองดังกล่าว ได้แจกเงินให้กับหัวคะแนนคนละ 500 บาท และมีการจัดปราศรัยหาเสียง โดย แจกเงินให้หัวละ 300 บาทต่อหัวต่อคน เวลามีการปราศรัย เท่าที่ทราบมีจริง ซึ่งผมเห็นว่าเป็นการกระทำที่เลวร้ายที่สุด เป็นการบ่อนทำลายระบบประชาธิปไตย และเป็นการเอาเปรียบคู่ต่อสู้ทางการเมือง อยากถามว่า นักการเมืองเหล่านี้เอาเงินมาจากที่ไหน ไม่ต่ำกว่าเขตเลือกตั้งละ 50 ถึง 60 ล้านบาท เป็นอย่างต่ำ

ซึ่งพอเข้าไปเป็นส.ส.มีรายได้จากเงินเดือน ปีละ1 ล้านกว่าบาท 4 ปีก็ไม่น่าจะเกิน 5 ล้าน เงินที่นำมาใช้ซื้อเสียงเป็นจำนวนมาก ตนคิดว่าน่าจะเป็นเงินสีเทา ที่ได้มาโดยไม่สุจริตหรือไม่ เพื่อเข้าไปแสวงหาผลประโยชน์ทางการเมือง จึงขอวิงวอนพี่น้องประชาชนในเขตเลือกตั้งที่1 และ2หรือผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทุกท่านได้เห็นแก่ประเทศชาติ รับเงินสีเทาเหล่านี้ แล้วปฏิเสธ ไม่ให้โอกาสคนเหล่านี้เข้าไปทำหน้าที่ทางการเมือง เพื่อประเทศชาติจะได้นักการเมืองที่ดีมีคุณภาพมีอุดมการณ์เข้าไปทำหน้าที่เป็นสส. เพื่อพัฒนาประเทศให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งๆขึ้นไป

รายละเอียดนโยบายหลักของพรรคประชาธิปัตย์ (ข้อมูลอัปเดตสำหรับปี 2569) มีประเด็นสำคัญดังนี้ครับ
1. นโยบายประกันรายได้เกษตรกร
พรรคประชาธิปัตย์ยังคงชู "การประกันรายได้" เป็นนโยบายเรือธง (DNA ของพรรค) โดยเน้นการสร้างหลักประกันด้านราคาสินค้าเกษตรหลัก 5 ชนิด เพื่อช่วยให้เกษตรกรมีรายได้ที่แน่นอนแม้ในช่วงราคาตลาดตกต่ำ รายละเอียดล่าสุดมีดังนี้:

ครอบคลุมพืช 5 ชนิด: ข้าว, ยางพารา, ปาล์มน้ำมัน, มันสำปะหลัง และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์
เกณฑ์ราคาประกัน (โดยประมาณ):
ข้าว: ประกันรายได้ 10,000 - 15,000 บาทต่อตัน (ขึ้นอยู่กับชนิดข้าว) จำกัดไม่เกิน 20 ตันต่อราย
ยางพารา: ประกันรายได้ที่ 60 บาทต่อกิโลกรัม
ปาล์มน้ำมัน: ประกันรายได้ที่ 5 บาทต่อกิโลกรัม
มันสำปะหลัง: ประกันรายได้ที่ 2.50 บาทต่อกิโลกรัม
ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์: ประกันรายได้ที่ 8.50 บาทต่อกิโลกรัม

เงินสนับสนุนต้นทุน: เสนอให้เงินสนับสนุนต้นทุนการผลิตและค่าเก็บเกี่ยว ไร่ละ 1,000 บาท (โดยมีแนวทางผลักดันให้เพิ่มขึ้นเป็น 2,000 บาท ในบางกรณีตามความเหมาะสมของงบประมาณ)
กลไกการจ่ายเงิน: จ่ายเงินส่วนต่างเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรงผ่าน ธ.ก.ส. เพื่อความโปร่งใสและตรวจสอบได้
2. นโยบายการศึกษา
นโยบายการศึกษาของพรรคเน้นแนวคิด "เรียนสั้น ทันยุค มีงานรอ" เพื่อตอบโจทย์ตลาดแรงงานยุคใหม่และความก้าวหน้าของเทคโนโลยี:

เรียนสั้น ทันยุค: ปรับเปลี่ยนหลักสูตรให้กระชับ เน้นการสร้างทักษะ (Skill-based) มากกว่าทฤษฎี เพื่อให้จบออกมาทำงานได้รวดเร็วขึ้น
เรียนแล้วต้องมีงานทำ: เชื่อมโยงสถานศึกษากับภาคอุตสาหกรรมและแรงงาน เพื่อออกแบบหลักสูตรที่ตรงความต้องการของตลาดงานจริง
การใช้เทคโนโลยีและ AI: นำ AI มาเป็นผู้ช่วยในการเรียนการสอน (Education Buffet) เพื่อให้ผู้เรียนเลือกเรียนตามความสนใจและศักยภาพของตนเองได้อย่างยืดหยุ่น
เน้นทักษะภาษา: ให้ความสำคัญกับภาษาอังกฤษและภาษาที่สาม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับสากล
แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ: ผลักดันเงินอุดหนุนเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายทางการศึกษา และทำให้ "เรียนฟรี" เป็นนโยบายที่เกิดขึ้นได้จริงในทุกระดับ

นโยบายเพิ่มเติมที่น่าสนใจ (ปี 2569)
พันธบัตรป่าไม้: จ่ายเงินเดือนให้เกษตรกรที่ปลูกป่า เพื่อสร้างรายได้เสริมและแก้ปัญหาโลกร้อน
เงินอุดหนุนเด็กและผู้สูงอายุ: เงินอุดหนุนมารดาตั้งครรภ์ 1,500 บาท/เดือน และเด็กแรกเกิดจนถึง 6 ปี 1,000 บาท/เดือน
ต้องการให้ผมเจาะลึกรายละเอียดราคาประกันของพืชชนิดไหนเป็นพิเศษ หรือต้องการข้อมูลเกี่ยวกับที่มาของงบประมาณที่พรรคเสนอไหมครับ

ภาพข่าว ทิพกร. หวานอ่อน ผู้สื่อข่าวจังหวัดอำนาจเจริญ รายงาน



