ตำรวจสอบสวนกลางบุกตรังทลายซุ้มผู้มีอิทธิพลภาคใต้ ปิดคดี "อุ้มเรียกค่าไถ่" 5 ผู้ต้องหา

ตำรวจสอบสวนกลางบุกตรังทลายซุ้มผู้มีอิทธิพลภาคใต้ ปิดคดี "อุ้มเรียกค่าไถ่" 5 ผู้ต้องหา





Image
ad1

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) กก.5 บก.ป. และ กก.สสน.(ชุดหนุมาน) ประกอบกำลังกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 9 เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นและบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ภาคใต้ เพื่อถอนรากถอนโคนกลุ่มอิทธิพลมืดที่ก่อคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ "คดีอุ้มเรียกค่าไถ่"

โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด 5 ราย มีรายละเอียด ดังนี้

1. นายสุชาติฯ อายุ 56 ปี เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 551/2569 ลงวันที่ 28 ม.ค.69 โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นเพื่อให้ ได้มาซึ่งค่าไถ่, ร่วมกันกรรโชก, ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่นหรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจาก เสรีภาพในร่างกายและให้ผู้อื่นนั้นกระทำการใดให้แก่ผู้กระทำหรือบุคคลอื่น และ ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่น โดยทำให้กลัวอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ทรัพย์สิน ของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือของผู้อื่น”
สถานที่จับกุม โรงแรมใน ต.กระบี่ใหญ่ อ.เมืองกระบี่ จว.กระบี่

2. นายเชิดศักดิ์ฯ อายุ 56 ปี เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 553/2569 ลงวันที่ 28 ม.ค.69 โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นเพื่อให้ ได้มาซึ่งค่าไถ่, ร่วมกันกรรโชก, ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่นหรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจาก เสรีภาพในร่างกายและให้ผู้อื่นนั้นกระทำการใดให้แก่ผู้กระทำหรือบุคคลอื่น และ ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่น โดยทำให้กลัวอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ทรัพย์สิน ของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือของผู้อื่น”
สถานที่จับกุม โรงแรมใน ต.กระบี่ใหญ่ อ.เมืองกระบี่ จว.กระบี่

3. นายกิตติศักดิ์ฯ อายุ 32 ปี เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 554/2569 ลงวันที่ 28 ม.ค.69 โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “เป็นผู้ก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นเพื่อให้ ได้มาซึ่งค่าไถ่, กรรโชก, หน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่นหรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกายและให้ผู้อื่นนั้นกระทำการใดให้แก่ผู้กระทำหรือบุคคลอื่น และ ข่มขืนใจผู้อื่น โดยทำให้กลัวอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ทรัพย์สิน ของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือของผู้อื่นหรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขื่นใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้น หรือจำยอมต่อสิ่งนั้น”

สถานที่จับกุม บ้านพักใน ต.กันตังใต้ อ.กันตัง จ.ตรัง

4. น.ส.อนันตยาฯ อายุ 45 ปี เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 550/2569 ลงวันที่ 28 ม.ค.69 “เป็นผู้ก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นเพื่อให้ ได้มาซึ่งค่าไถ่, กรรโชก, หน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่นหรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกายและให้ผู้อื่นนั้นกระทำการใดให้แก่ผู้กระทำหรือบุคคลอื่น และ ข่มขืนใจผู้อื่น โดยทำให้กลัวอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ทรัพย์สิน ของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือของผู้อื่นหรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขื่นใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้น หรือจำยอมต่อสิ่งนั้น”

สถานที่จับกุม บ้านพัก ใน ต.มะขามเตี้ย อ.เมืองสุราษฎร์ธานี จ.สุราษฎร์ธานี

5. นายจิรพงศ์ฯ อายุ 45 ปี เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 552/2569 ลงวันที่ 28 ม.ค.69 โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นเพื่อให้ ได้มาซึ่งค่าไถ่, ร่วมกันกรรโชก, ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่นหรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจาก เสรีภาพในร่างกายและให้ผู้อื่นนั้นกระทำการใดให้แก่ผู้กระทำหรือบุคคลอื่น และ ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่น โดยทำให้กลัวอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ทรัพย์สิน ของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือของผู้อื่น”

สถานที่จับกุม บ้านพัก ต.ทับเที่ยง อ.เมืองตรัง จ.ตรัง

พฤติการณ์แห่งคดี สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2568  เจ้าหน้าที่พบศพ นายสุรศักดิ์(อายุ 22 ปี) สภาพถูกยิงเสียชีวิตบริเวณสวนปาล์มน้ำมัน ริมถนนเลียบเขาจิงโจ้ ต.ชัยบุรี อ.เมือง จ.พัทลุง ในที่เกิดเหตุพบคราบเลือดและร่องรอยการยิงไม่ต่ำกว่า 6 นัดในช่วงเช้ามืดเวลาประมาณ 05.00 น. ภายในกระเป๋าสะพายของผู้ตาย พบจดหมายเขียนด้วยลายมือถึงแม่ มีใจความว่า "อยากกลับบ้านแล้วครับแม่ ช่วยลูกหน่อย... ขอให้ใครก็ได้มาไถ่ชีวิตลูก" พร้อมบัญชีรายชื่อเงินกู้นอกระบบ ซึ่งเป็นหลักฐานชัดเจนว่าผู้ตายถูกลักพาตัวมากักขังเพื่อเรียกค่าไถ่ จากการสืบสวนพบว่าผู้ตายถูกกลุ่มอิทธิพลลักพาตัวมาจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี

แล้วนำมากักขังหน่วงเหนี่ยวไว้ในพื้นที่จังหวัดตรังเพื่อเรียกเงินค่าไถ่จากครอบครัว  คาดว่ามีความขัดแย้งเกี่ยวกับธุรกิจเงินกู้นอกระบบและการทวงหนี้ ซึ่งกลุ่มผู้ก่อเหตุมีลักษณะเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ภาคใต้ที่มีพฤติกรรมใช้ความรุนแรง ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กก.6 บก.ป. จึงปิดล้อมตรวจค้นรวม 11 จุด ครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ จ.ตรัง, จ.สุราษฎร์ธานี และ จ.กระบี่ เพื่อจับกุมทีมอุ้มเรียกค่าไถ่กลุ่มนี้

ผลการปฏิบัติในปฏิบัติการครั้งนี้ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวกลุ่มผู้ต้องหาตามหมายจับที่เกี่ยวข้องกับคดีอุ้มเรียกค่าไถ่นายสุรศักดิ์ฯ จำนวน 5 รายได้ทั้งหมด ประกอบด้วย นายสุชาติ , นายเชิดศักดิ์ ,นายกิตติศักดิ์ , น.ส.อนันตยา และนายจิรพงศ์ ในข้อหาร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่, ร่วมกันกรรโชกทรัพย์, และร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นโดยทำให้กลัวอันตรายต่อชีวิต

จากการตรวจค้นพบของกลางและทำการตรวจยึด ได้แก่

1) กลุ่มอาวุธและกระสุน ได้แก่ ยี่ห้อ SIG SAUER (ขนาด 9 มม.) และยี่ห้อ CZ 75 B (ขนาด 9 มม.) รวม 2 กระบอก, ปืนลูกซองยาว 5 นัด (ขนาด 12) จำนวน 1 กระบอก, ตรวจพบกระสุนหลากหลายขนาด รวมทั้งกระสุนอาวุธปืนสงคราม (5.56), กระสุน .357 Magnum, กระสุน 9 มม. และกระสุนลูกซองเบอร์ 12 และอุปกรณ์เสริม เช่น แม็กกาซีนปืน, ซองบรรจุกระสุน และซองพกในหนังสีดำรวมหลายรายการ

2) กลุ่มยานพาหนะ ได้แก่ รถกระบะ Mitsubishi Triton สีขาว 1 คัน และรถยนต์ Ford Fiesta สีดำ 1 คัน

3) หลักฐานอื่นๆ ได้แก่ อุปกรณ์สื่อสารโทรศัพท์มือถือรวม 13 เครื่อง ,สมุดบัญชีธนาคารรวม 6 เล่ม เงินสดจำนวนกว่า 1 ล้านบาท และชุดเสื้อผ้าที่ใช้ในวันก่อเหตุเพื่อส่งตรวจพิสูจน์

ในชั้นจับกุม เบื้องต้นผู้ต้องหาตามหมายจับทุกคนยังคงให้การปฏิเสธ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด นำส่งมอบให้พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

อนึ่ง ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการปูพรมตรวจค้นทั่วประเทศ เพื่อทำลาย "เงา" ของผู้มีอิทธิพลและซุ้มมือปืนให้เป็นศูนย์ก่อนวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยมุ่งเน้นคดีอุกฉกรรจ์ที่สร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชนอย่างคดีอุ้มเรียกค่าไถ่ ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ถึงการใช้อำนาจเหนือกฎหมายในพื้นที่ภาคใต้