“อนุทิน”รุกวางหมากรัฐบาลมั่นใจอยู่ครบ 4 ปีซัดแรงพวกแพ้แล้วโวยพิรุธ

“อนุทิน”รุกวางหมากรัฐบาลมั่นใจอยู่ครบ 4 ปีซัดแรงพวกแพ้แล้วโวยพิรุธ





Image
ad1

เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงทิศทางการจัดตั้งรัฐบาลและตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่ามกลางกระแสการเมืองที่ร้อนแรง ภายหลังการเลือกตั้ง โดยย้ำชัดว่า “ทุกอย่างต้องเป็นไปตามขั้นตอน” และยังไม่ขอแสดงความเห็นใด ๆ ก่อนผลการนับคะแนนจะเป็นทางการ

นายอนุทิน ระบุว่า ขณะนี้ผลการนับคะแนนยังอยู่ที่ประมาณ 92% จึงยังไม่ใช่เวลาที่จะพูดถึงตำแหน่งสำคัญทางการเมือง รวมถึงตำแหน่งประธานสภาฯ ว่าจะต้องเป็นของพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ โดยยืนยันว่าจะรอการรับรองจาก “ผู้ควบคุมกติกา” คือคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เท่านั้น

เมื่อถูกถามถึงหลักการจัดตั้งรัฐบาลและการจัดการกับประเด็น “การเมืองสีเทา” นายอนุทิน กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยยึดเสียงประชาชนเป็นหลัก หลังได้คะแนนเสียงอย่างไม่เป็นทางการกว่า 190 เสียง ซึ่งสะท้อนความไว้วางใจของประชาชนอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม ยังไม่ใช่เวลาที่จะเปิดเผยรายละเอียดใด ๆ แม้จะมีการดำเนินการอยู่เบื้องหลังก็ตาม

เมื่อถามเรื่องเสถียรภาพรัฐบาลและจำนวนเสียงที่เหมาะสม นายอนุทิน ระบุว่า ต้องรอการยืนยันจำนวน ส.ส. อย่างเป็นทางการ รวมถึงการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งอาจมีพรรคเล็กพรรคน้อยเข้ามาเพิ่มเติม พร้อมขอให้ทุกฝ่าย “นิ่งก่อน”

สำหรับความกังวลว่ารัฐบาลจะอยู่ครบวาระ 4 ปีได้หรือไม่ นายอนุทิน แสดงความมั่นใจเต็มที่ โดยยืนยันว่า การทำงานของตนไม่เคยฝ่าฝืนกฎหมาย ศีลธรรม หรือความรู้สึกของประชาชน และย้ำว่าหากสิ่งใดไม่เป็นไปตามความต้องการของประชาชน ตนจะไม่ทำอย่างเด็ดขาด

เมื่อถูกถามถึงการควบคุมพรรคร่วมรัฐบาล นายอนุทิน กล่าวว่า แม้ยังไม่สามารถพูดได้มากจากตัวเลข ส.ส. ที่ยังไม่ชัดเจน แต่ในฐานะนายกรัฐมนตรี “คุมได้แน่” พร้อมทิ้งท้ายอย่างหนักแน่นว่า หากควบคุมกันไม่ได้ ก็อยู่ร่วมรัฐบาลกันไม่ได้

ต่อเสียงวิจารณ์เรื่อง “บ้านใหญ่” ทางการเมือง นายอนุทิน โต้กลับว่า คำว่าบ้านใหญ่ไม่ใช่คำไม่ดี หากหมายถึงความไว้เนื้อเชื่อใจและเป็นที่พึ่งพิงของประชาชน พร้อมตั้งคำถามกลับว่า มีพรรคการเมืองใดที่ไม่มีบ้านใหญ่บ้าง

นายอนุทิน ยังย้ำว่า เสถียรภาพรัฐบาลไม่ได้วัดจากตัวเลขเพียงอย่างเดียว แต่วัดจากการทำงาน โดยยกตัวอย่างประสบการณ์การเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยที่สามารถผลักดันนโยบายสำคัญได้ครบถ้วน ทั้งเศรษฐกิจ ความมั่นคง การทูต และการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ พร้อมเปรียบการทำงานในอนาคตว่าเป็น “การขับรถด้วยความระมัดระวังสูงสุด”

เมื่อถูกถามถึงเสียงวิจารณ์จากพรรคเพื่อไทยที่ตั้งข้อสังเกตเรื่องความไม่โปร่งใสของการเลือกตั้ง นายอนุทิน ตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า “เวลาชนะก็ไม่มีพิรุธ เวลาแพ้ก็มีทุกที” พร้อมย้ำว่ารัฐบาลไม่ได้จัดการเลือกตั้ง การกล่าวหาเช่นนี้เท่ากับกล่าวหา กกต. ซึ่งเป็นองค์กรอิสระ โดยรัฐบาลมีหน้าที่เพียงสนับสนุนให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อยเท่านั้น