เพจหมอปลาลงคลิปสีกาสูงอายุนวดบ่าไหล่ให้พระสูงวัยมีพระอีกรูปนั่งอยู่

เพจหมอปลาลงคลิปสีกาสูงอายุนวดบ่าไหล่ให้พระสูงวัยมีพระอีกรูปนั่งอยู่





Image
ad1

ปราจีนบุรี –  เพจหมอปลาลงคลิปสีกาสูงอายุนวดบ่าไหล่ให้พระสูงวัยมีพระอีกรูปนั่งอยู่ ตามพบคนร้องโซเชี่ยลเป็นลูกสาวของสีกา

เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี  เพจหมอปลาช่วยด้วย  โพสต์คลิปภาพพระสูงอายุกำลังให้สีกาผู้หญิงสูงอายุรายหนึ่ง  สีกานวดบ่าหลังไหล่ใกล้ๆ ยังพบมีพระอีกรูปหนึ่งอยู่ด้วย พร้อมข้อความระบุว่า … พระก้อเมื่อยเป็นเหมือนกันน่ะโยม คนที่นวดพระไม่ใช่แม่และไม่ใช่ญาติน่ะ จังหวัดปราจีนเข้าประกวดน่ะจ๊ะ …

ในช่องแสดงความคิดเห็น  มีผู้คนแสดงความเห็นหลากหลาย  อาทิ  ...     เขาป่วย เขาก็มานวดฟังจากเจตนาบอกให้เอาหมอนตากแดดด้วย ... เอาเขามาลงเพื่ออะไรมีคนแก่น่าจะเป็นเครือญาติมานวดให้ คุณต้องการอะไร  …  ถ้าพระสงฆ์อาพาธ หมอก็สามารถรักษาได้ค่ะอยู่ที่เจตนา  …

… ควรหาหมอผู้ชาย ถ้าพระจะนวด …  หมอนวดเส้นอายุคงมากแล้ว แล้วมีพระอยู่ด้วยเท่าที่เห็นอีก1รูป …  หมอนวดคนนี้เป็นคนแก่นะ.ดูทรงคุยนะคำว่าเอาหมอนไปตากแดดอิอิ.เคยได้ยินยายพูดสมัยเป็นเด็กๆ..    เอ้ยได้หรอหมอหญิง …    ไม่ผิดนะ ถ้ารักษาจริงๆ อยู่ที่เจตนา …  

… พระป่วยพระธรรมวินัยยกเว้นจ้า  หลักพระวินัยที่เกี่ยวข้อง  ใน พระวินัยปิฎก หมวดภิกษุวิภังค์ ปาจิตตีย์ มีข้อบัญญัติว่าภิกษุใดจับต้องกายหญิงด้วยความกำหนัด ต้องอาบัติปาจิตตีย์ถ้ามีเจตนากำหนัดร้ายแรง อาจเข้าข่ายสังฆาทิเสส

สรุปหลักสำคัญห้ามจับต้องสตรีด้วยเจตนากำหนัด (อาบัติปาจิตตีย์ หรือหนักกว่านั้น)การอยู่สองต่อสองในที่ลับตา ก็มีอาบัติอีกหมวดหนึ่ง (สังฆาทิเสส)กรณี “ป่วยไข้ จำเป็นต้องรักษา”พระวินัยมีหลักว่า ดูที่เจตนา (เจตนาเป็นตัวกรรมถ้าเป็นกรณีพระป่วยหนักไม่มีหมอผู้ชายไม่มีทางเลือกทำเพื่อการรักษา มิใช่เพื่อความกำหนัด

 โดยหลักไม่ถือเป็นอาบัติ หากไม่มีเจตนากำหนัดแต่ต้องทำอย่างสำรวม มีพยาน หรือในที่เปิดเผย ไม่ลับตาในสมัยพุทธกาล มีกรณีพระป่วย และพระพุทธเจ้าทรงอนุญาตให้ช่วยดูแลรักษากันได้ เพราะทรงตรัสว่า

“ผู้ใดปรนนิบัติภิกษุป่วย ผู้นั้นชื่อว่าปรนนิบัติเรา”ข้อความนี้อยู่ในมหาวรรค แห่งพระวินัยปิฎก (มหาขันธกะ เรื่องภิกษุไข้)แนวปฏิบัติที่เหมาะสม (ตามธรรมเนียมสงฆ์ไทย)ในประเทศไทย ปฏิบัติกันว่าถ้าเลี่ยงได้ ควรใช้หมอผู้ชายถ้าเลี่ยงไม่ได้ทำในที่เปิดเผยมีพระรูปอื่นหรือโยมอยู่ใกล้หลีกเลี่ยงการอยู่ลำพังไม่มีเจตนาทางกาม

สรุปตรงคำถาม ถ้าพระป่วย และจำเป็น ไม่มีเจตนากำหนัดไม่อยู่ในที่ลับตาทำเพื่อการรักษาทำได้โดยไม่เป็นอาบัติแต่ถ้ามีเจตนาทางกาม → เป็นอาบัติทันที  ….
        
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่      ต.วังดาล อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ซึ่งเป็นบ้านที่นางสาวปริชาติ (สงวนนสมสกุล)   อายุ 21 ปี สาวพนักงานโรงงานแห่งหนึ่งในนิคม 304 ซึ่งพักอาศัยอยู่กับนาย ทองไส และนางอัมพร ธรไธสง พ่อกับแม่ซึ่งมีอาชีพทำเป็นปางไม้ไผ่ทำไม้ไผ่ส่งขาย     รับว่าเป็นคลิปที่ตนแอบถ่ายไว้เมื่อวันที่ 20 ก.พ. 2569  โดยถ่ายจากห้องพักภายในบ้าน 
 
เนื่องจากเห็นว่าพระสำราย ทราบว่าปัจจุบันจำพรรษาที่วัดใน ต.กรอกสมบูรณ์ อ.ศรีมหาโพธิ์ จ.ปราจีนบุรี และ  อีกสองรูปมาที่บ้านเป็นประจำ   โดยอาศัยความสนิทสนมกับแม่ตน    จากการติดต่อเรื่องไม้ไผ่ และซื้อขายที่ดิน 

ที่ตนทนไม่ไหวเนื่องจากพระสำรวยมาที่บ้านเป็นประจำ   บางครั้งหลังบิณทบาตรก็ขัยรถกระบะมาฉันท์ข้าวที่บ้าน มานอนพักผ่อนจนเย็นถึงจะกลับ     ตนทำงานออกกะมาตอนเช้าจะพักผ่อนหรืออยากทำธุระส่วนตัวไม่สะดวก   เพราะพระทั้งสามนั่งๆนอนๆอยู่ในบ้านเนื่องจากตนเป็นผู้หญิง  แต่ที่ตนรับไม่ได้      เมื่อพระสำรวยยังได้ให้ผู้หญิงมานวดให้ที่บ้านตนแบบไม่แคร์สายตาและความรู้สึกของใคร

ถ้าเป็นได้ตนไม่อยากให้พระสำรวยกับพวกมาที่บ้านหรือถ้าพูดกันตรงๆอยากให้สึกออกไปเลยจะดีกว่า     เพราะว่าการกระทำดังกล่าวมันไม่เหมะสม   พระต้องอยู่วัดไม่ใช่มาอยู่บ้านและไม่ใช่บ้านตนเอง   บางครั้งพระสำรวยอยากกินอะไรก็จะโทรมาให้แม่ทำให้กิน หรือไปเจอของที่ไหนอร่อยก็จะโทรมาชวนแม่ออกไปกิน นอกจากนี้ยังคุยว่าเคยมีเมียมาแล้ว 9 คน    แต่ที่ดูแย่ที่สุดคือบอกกับหลานว่า แม่หน้าเหมือนเมีย
          
นางสาว ปาริชาติ   เปิดเผยต่อด้วยว่า ตนกับพี่สาวเคยร้องไปทางฝ่ายบ้านเมืองให้มาตรวจสอบ    เมื่อ มาขอตรวจหลักฐานใบสุทธิ พระสำรวยกลับไม่ให้ตรวจอ้างไม่มีสิทธิและก็ทำอะไรไม่ได้   ตนจึงรู้สึกอัดอัดหมดที่พึ่งจึงนำเรื่องทั้งหมดลงโซเชียลและขอให้สื่อช่วยเหลือ
       
ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวติดต่อสอบถามทางโทรศัพท์ไปยัง เจ้าอาวาสวัด ราษฎรเจริญศรัทธาธรรม (กรอกสมบูรณ์ )    ถึงพระสำรวยกับพวก ที่มีผู้นำเรื่องราวดังกล่าวลงในโซเชียล ท่านเจ้าอาวาสวัดราษฎรเจริญศรัทธาธรรม เปิดเผยว่า    เรื่องดังกล่าวตนทราบเพราะทางโยมอัมพร ซึ่งเป็นแม่ของนางสาวปาริชาติ    ได้เข้ามาแสดงความบริสุทธิ์ว่าตนมีความสนิทสนมและนับถือในพระสำรวยเพราะเห็นว่าท่านเป็นพระดีแต่ทางลูกสาวอาจเข้าใจผิด

 ยืนยันว่าท่านไม่ได้ทำอะไร ให้เสียหาย ส่วนเรื่องพระสำรวยจะมีประวัติมาอย่างไรจากวัดเดิม นั้นไม่ทราบ    แต่เมื่อพระมาขอพักอาศัยเป็นการชั่วคราว   ทางวัดตรวจสอบแล้วว่าเป็นพระจริงมีใบสุทธิถูกต้องก็ให้อาศัยได้    แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับไว้ในปกครองหรือระบบของวัด พระสำรวยจะไปไหนก็เป็นสิทธิของท่าน หรือจะไปทำอะไรเสียหายไม่เกี่ยวกับทางวัดถือเป็นเรื่องส่วนตัว

ล่าสุด   พี่สาวผู้ร้องแจ้งว่าช่วงเย็น คณะพระวินยาธิการ (พระภิกษุชาวไทยผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการตามพระวินัย หรือ ตำรวจพระ) จำนวน 3 รูป ได้ลงมาสอบถามแล้วที่บ้าน และด้านนางวารินทร์ สิกขชาติ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดปราจีนบุรี  ได้รับทราบกรณีที่สื่อโซเชี่ยลนำเสนอแล้ว  ในวันพรุ่งนี้(23ก.พ.)จะประสานคณะสงฆ์ก่อนลงพื้นที่แต่เช้าต่อไป

โดย...  มานิตย์ สนับบุญ - ข่าว / ชัชวาล ศิริปิ่น – ภาพ / ปราจีนบุรี###