สตม. เข้มจับต่อเนื่องจับ 2 หมายแดงคนร้ายข้ามชาติ ก่อเหตุฉกรรจ์กบดานไทย สุดท้ายไม่รอด

ตามที่ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. ได้สั่งการทุกหน่วยใน สตม. เพิ่มความเข้ม ระดมตรวจสอบคนต่างด้าวที่อยู่ในราชอาณาจักรเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด (OVERSTAY) ในพื้นที่ทั่วประเทศ ที่อาจจะมีคนต่างชาติแฝงตัวหลบหนีคดีจากต่างประเทศ หรือเข้ามาก่อเหตุความไม่สงบเรียบร้อยในไทย หรืออยู่เกินกำหนดอนุญาต โดยให้มีการประสานงานร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงระหว่างประเทศ ตำรวจสากลระหว่างประเทศ

ภายใต้อำนวยการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม./ผอ.ศปชก.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม./รอง ผอ.ศปชก.สตม., พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สส.สตม./กรรมการและเลขานุการ ศปชก.สตม., พล.ต.ต.สราวุธ คนใหญ่ ผบก.ตม.5, พ.ต.อ.เอกกร บุษบาบดินทร์ รอง ผบก.ตม.5, พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.แดนไพร แก้วเวหล รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สุรินทร์แก้ว รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.เฉลิมชนม์ แหลมทอง รอง ผบก.สส.สตม. และ พ.ต.อ.ธวัชชัย นรินรัตน์ ผกก.1 บก.สส.สตม.

เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้จับกุมตัว นายโจเฮน (สงวนนามสกุล) สัญชาติสวีเดน อายุ 60 ปี ซึ่งเป็นบุคคลที่ทางการสวีเดนขอความร่วมมือให้ติดตามตัว และจากการตรวจสอบข้อมูลระบบสารสนเทศของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พบว่า บุคคลดังกล่าวเป็นบุคคลตามหมายจับของตำรวจสากล Interpol (หมายแดง) ข้อหาฉ้อโกง ในปี 2023

เจ้าหน้าที่ ตม. ได้แจ้งข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” จึงได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรแม่ริม เพื่อดำเนินการตามกฎหมายไทย และจะได้นำส่งดำเนินคดีที่ประเทศปลายทางต่อไป
หมายแดงที่ 2 เริ่มปฏิบัติการวันนี้ (25 ก.พ.69) เวลาประมาณ 11.15 น. กก.1 บก.สส.สตม. ดำเนินการสืบสวนหาตัว นายนาดิม (สงวนนามสกุล) อายุ 43 ปี สัญชาติฝรั่งเศส ถือหนังสือเดินทางประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับฝรั่งเศส และหมายจับของตำรวจสากล Interpol (หมายแดง) ข้อหาปล้นทรัพย์ พร้อมพวก โดยการข่มขู่และทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย ชิงเงินสดไปได้จำนวน 200,000 ยูโร

กก 1 บก.สส.สตม. ได้สืบสวนติดตามผู้ต้องหารายนี้อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด จนทราบว่า หลบมาพักในพื้นที่ใกล้เคียง ซอยเจริญกรุง 36 แขวงบางรัก เขตบางรัก กรุงเทพฯ จึงเข้าทำการจับกุมได้ในที่สุด นำส่งพนักงานสอบสวน บก.สส.สตม. เพื่อดำเนินคดีต่อไป
สำหรับตัวผู้ต้องหาตามหมายจับตำรวจสากล Interpol (หมายแดง) ทั้งสองหมายนี้ เป็นการเฝ้าสะกด รอยติดตามอย่างต่อเนื่องของชุดจับกุม และเป็นการประสานงานร่วมกันของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจสากล และหน่วยงานด้านความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง ตามนโยนบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเมื่อผู้ต้องหาได้รับโทษในประเทศไทยแล้วถูกผลักดันกลับไปยังประเทศต้นทางที่มีการประสานความร่วมมือกัน ตามนโยบายภายใต้แนวคิด "Turn Back Crimes" อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่องต่อไป

