รวบอดีตหมอฟันคาคลินิก สวมกาวน์รักษาประชาชนหลังถูกเพิกถอนใบอนุญาต

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย ตำรวจกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ปฏิบัติการจับกุมอดีตทันตแพทย์ที่ทำการรักษาให้ประชาชนในระหว่างที่ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทันตกรรม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.หญิง อนุสรา บัวแดง สว.กก.4 บก.ปคบ. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. กรรมการทันตแพทยสภาและเจ้าหน้าที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ

พฤติการณ์ สืบเนื่องจากจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ได้รับการประสานจากทันตแพทยสภา ให้ตรวจสอบบุคคลที่ทำการรักษาให้ประชาชนในคลินิกทันตกรรมแห่งหนึ่ง ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมืองสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร เมื่อทำการตรวจสอบพบว่า บุคคลดังกล่าวเป็นอดีตทันตแพทย์ซึ่งถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทันตกรรม แต่ยังทำการรักษาให้ประชาชนทั่วไปในคลินิกทันตกรรมจริง

โดยในวันที่ 3 มีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทันตแพทยสภา และเจ้าหน้าที่สำนักงานกรมบริการสุขภาพ (สบส.) เข้าตรวจสอบคลินิกทันตกรรมดังกล่าว พบ น.ส.เอ (สงวนชื่อนามสกุลจริง) อายุ 50 ปี กำลังให้บริการทำหัตการพิมพ์ปากสำหรับทำฟันปลอมให้กับประชาชนผู้มาใช้บริการ
จากการตรวจสอบพบว่า สถานพยาบาลดังกล่าวได้รับอนุญาตประกอบกิจการและดำเนินการสถานพยาบาลถูกต้อง แต่แพทย์ผู้ทำการรักษาถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทันตกรรม

จากการสืบสวนเพิ่มเติมพบว่า น.ส.เอฯ จบการศึกษาคณะทันตแพทยศาสตร์ภายในประเทศ โดยได้รับใบอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพทันตกรรมเมื่อปี พ.ศ.2549 และทำงานในคลินิกดังกล่าว ตั้งแต่ปี 2565-ปัจจุบัน โดยถูกทันตแพทยสภาสั่งเพิกถอนใบอนุญาต ในปี พ.ศ.2566 แต่ตนเองยังให้การรักษาผู้ป่วยในคลินิกทันตกรรมอยู่ ซึ่งใบประกอบวิชาชีพโดยเฉพาะอาชีพแพทย์นั้นมีความสำคัญ เนื่องจากเป็นเครื่องยืนยันว่าบุคคลผู้นั้นมีความรู้ความสามารถ
และทักษะตามที่กำหนดไว้ มิใช่แค่จบการศึกษาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเข้าใจและสามารถปฏิบัติงานได้จริงตามมาตฐาน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงร่วมกันจับกุม น.ส.เอฯ พร้อมตรวจยึดของกลาง อุปกรณ์ทำฟัน ใบประวัติการรักษา และพยานหลักฐานอื่นๆ นำส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ. ดำเนินคดี

อนึ่ง การปล่อยให้บุคคลที่มิใช่แพทย์มาให้บริการรักษา ผู้ดำเนินการสถานพยาบาลจะถือว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 ฐาน “ปล่อยปละละเลยให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่ผู้ประกอบวิชาชีพทำการประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาล” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจมีคำสั่งทางปกครองให้ปิดสถานพยาบาลเป็นการชั่วคราว หรืออาจถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาตได้
การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.วิชาชีพทันตกรรม พ.ศ.2537 ฐาน “ประกอบวิชาชีพทันตกรรมในระหว่างที่ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต” ระวางโทษจำคุก ไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ

ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า การที่ผู้ดำเนินการสถานพยาบาล ปล่อยปละละเลยให้ผู้ที่ไม่มีใบประกอบวิชาชีพมาให้บริการในสถานพยาบาล ถือว่ามีความผิดตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541 ในข้อหาปล่อยปละละเลยให้ผู้อื่นที่ไม่ใช่ทันตแพทย์มาให้บริการแทน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งการกระทำดังกล่าวนอกจากจะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายแล้ว ยังก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพ ร่างกายของผู้ป่วย
ซึ่งอาจเกิดการติดเชื้อจนลุกลามเป็นมะเร็งในช่องปากได้ กรม สบส. จึงขอเน้นย้ำกับผู้รับอนุญาตและผู้ดำเนินการสถานพยาบาลทุกแห่ง ให้ดูแล กำกับมาตรฐานของคลินิกทันตกรรมของตนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการควบคุมมาตรฐานของผู้ให้บริการ และความสะอาดของเครื่องมือแพทย์ หากกรม สบส. พบว่าคลินิกทันตกรรมแห่งใด มีการกระทำผิดมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด ก็จะดำเนินการเอาผิดตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 โดยทันที อีกทั้ง อาจจะมีการออกคำสั่งให้ปรับปรุงแก้ไข หรือปิดสถานพยาบาลเป็นการชั่วคราวจนกว่าจะมีการปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนดด้วย

รศ.ดร.ทพ.ไชยรัตน์ เฉลิมรัตนโรจน์ นายกทันตแพทยสภา กล่าวว่า “ทันตแพทยสภาให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของประชาชนและมาตรฐานวิชาชีพ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขอเน้นย้ำ 3 ประเด็นสำคัญดังนี้
ประเด็นที่ 1 เจ้าของคลินิกทันตกรรมต้องตรวจสอบสถานะใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผ่านระบบของทันตแพทยสภาก่อนรับทันตแพทย์เข้าทำงาน และขอเชิญชวนประชาชนตรวจสอบสถานะผู้ให้บริการก่อนเข้ารับการรักษาเพื่อความปลอดภัย
ประเด็นที่ 2 ทันตแพทย์ผู้ดำเนินการสถานพยาบาลต้องกำกับดูแลการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด ไม่ควรเป็นการแขวนชื่อ แต่ต้องมีบทบาทในการควบคุมงานจริง และเมื่อเกิดเหตุที่กระทบต่อผู้ป่วย ท่านมีความรับผิดชอบตามกฎหมายและจรรยาบรรณวิชาชีพ

ประเด็นที่ 3 ขอให้ทันตแพทย์ทุกท่านตรวจสอบและอัปเดตข้อมูลในระบบของทันตแพทยสภาให้ถูกต้องและเป็นปัจจุบันอยู่เสมอ เนื่องจากประชาชนมีแนวโน้มตรวจสอบสถานะผู้ให้บริการมากขึ้นในอนาคตครับ
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. กล่าวว่าปฏิบัติการจับกุมในครั้งนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณเตือนอย่างชัดเจนไปยังกลุ่มบุคคลที่คิดจะสวมรอยหรือแอบอ้างเป็นบุคลากรทางการแพทย์ โดยเฉพาะในกรณีของอดีตทันตแพทย์ที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตไปแล้ว แต่ยังทำการรักษาประชาชชน ซึ่งวิชาชีพทันตกรรมเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ต้องอาศัยทักษะและความเชี่ยวชาญภายใต้มาตรฐานการควบคุมที่เข้มงวด

การรับการรักษาจากหมอเถื่อน หรือผู้ที่ไม่มีใบอนุญาตรับรอง มีความเสี่ยงสูงมากที่จะเกิดการปนเปื้อนและติดเชื้อในกระแสเลือด การใช้อุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือการรักษาที่ผิดพลาดจนนำไปสู่ความสูญเสียที่ไม่สามารถแก้ไขได้ หรือแม้กระทั่งอันตรายถึงแก่ชีวิต

