นายกฯเล็กคนใหม่อบต.สำพันตารี ขับเคลื่อนโครงการสมาร์ทซิตี้ (Smart City) ยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนด้วยเทคโนโลยี

ปราจีนบุรี –นายกฯเล็กคนใหม่อบต.สำพันตาอ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ขับเคลื่อนโครงการสมาร์ทซิตี้ (Smart City) ยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนด้วยเทคโนโลยี โดยมุ่งเน้นการพัฒนาระบบข้อมูลเมือง ปรับปรุงบริการภาครัฐสู่ยุคดิจิทัล เพิ่มประสิทธิภาพโครงสร้างพื้นฐาน เช่น กล้อง CCTV ป้องกันภัย เสาไฟส่องสว่างอัจฉริยะ และการจัดการสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างเมืองน่าอยู่ยั่งยืน
เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 16 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี ที่ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลสำพันตา (อบต.) อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี นายอมร กลิ่นขำ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสำพันตา(อบต.)เป็นประธานประชุมขับเคลื่อนโครงการเชิงปฏิบัติการโครงการ SMART CITY " สำพันตาเมืองอัจฉริยะ" ผู้ร่วมประชุมประกอบด้วยทีมฝ่ายบริหาร ,สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลสำพันตา (ส.อบต.) พนักงาน -ข้าราชการองค์การบริหารส่วนตำบลสำพันตา (อบต.) โดย ดร.กฤษฎา แก้ววัดปริง ผู้เชี่ยวชาญด้าน นวัตกรรมเทคโนโลยีสมาร์ทซิตี้ และ หัวหน้าศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีเมือง อัจฉริยะ มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพฯ เป็นวิทยากร

อมร กลิ่นขำ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสำพันตา
โดยสรุปการประชุม ความว่า โครงการสมาร์ทซิตี้ ที่ประสบความสำเร็จต้องพัฒนาไปสู่การเป็น "เมืองน่าอยู่" ที่ตอบโจทย์การบริหารจัดการที่โปร่งใสและยั่งยืน การจัดการสู่ความสำเร็จของโครงการสมาร์ทซิตี้ เน้นการบูรณาการเทคโนโลยี ภายใต้แนวคิด คนมาก่อนเทคโนโลยี โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วม ต้องอาศัยผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ-เอกชน-ชุมชน และบริหารจัดการใน มิติต่าง ๆ อาทิ สิ่งแวดล้อม, พลังงาน, เศรษฐกิจ, บริหาร, เดินทาง, พลเมือง, ดำรงชีวิต) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ องค์ประกอบสำคัญในแผนพัฒนาสมาร์ทซิตี้ของ องค์การบริหารส่วนตำบลสำพันตา(อบต.) ที่ขับเคลื่อนโครงการ SMART CITY " สำพันตาเมืองอัจฉริยะ"ที่วางแนวทางไว้ ดังนี้

การบริหารภาครัฐอัจฉริยะ โดยบริการภาครัฐแบบดิจิทัลเพื่อประชาชน เช่น การยื่นคำร้องออนไลน์, ข้อมูล อบต. ผ่านแอปพลิเคชัน โปร่งใส ตรวจสอบได้ สิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ ระบบจัดการขยะ, การตรวจสอบคุณภาพน้ำ/อากาศ, และ พื้นที่สีเขียว การเดินทาง และขนส่งอัจฉริยะกล้องวงจรปิดอัจฉริยะ (AI CCTV) เพื่อความปลอดภัยและการจราจร, การวางแผนเส้นทาง, และไฟถนนอัจฉริยะ การดำรงชีวิตอัจฉริยะ การพัฒนาระบบสุขภาพชุมชนออนไลน์ และ การใช้เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย และ พลเมืองอัจฉริยะการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและประชาชนให้พร้อมสู่ยุคดิจิทัล

จากนั้นลงพื้นที่นำฝ่ายบริหาร , สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลสำพันตา (ส.อบต.) ออกพบพี่น้องประชาชนที่ประกอบอาชีพ เช่น ภูมิปัญญาการสานเข่งปลาทูขาย เป็นต้น ในแนวทางที่พัฒนารายได้เศรษฐกิจ-อาชีพยั่งยืนชุมชน

นายอมร กลิ่นขำ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสำพันตา(อบต.) กล่าวว่า ก่อนมีการประชุมขับเคลื่อนโครงการเชิงปฏิบัติการโครงการ SMART CITY " สำพันตาเมืองอัจฉริยะ" ฝ่ายบริหาร พร้อมสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลสำพันตา (ส.อบต.) และ ผู้นำท้องถิ่น ได้ศึกษามาระยะหนึ่งแล้ว

แล้วก็มาปรึกษาจากนั้นมีการประชุมกัน อยากให้ ตำบลสำพันตา ใช้ระบบ เทคโนโลยี ดิจิตอล สร้างมาพัฒนา เพิ่งเริ่มดำเนินการครั้งแรก สำเร็จหรือไม่สำเร็จขึ้นอยู่กับพี่น้องประชาชนว่าจะร่วมมือกันไปในทิศทางไหน ความเจริญของพ่อแม่พี่น้อง คือเรื่องระบบความปลอดภัย เรื่องอันตรายต่อลูกหลาน หรือการแจ้งเหตุอันตราย และเรื่องราวต่าง ๆ ในหมู่บ้าน เรื่องขยะก็อยากให้มีความสะอาดขึ้น แล้วก็เรื่องการเสนอข่าวสารที่จะแจ้งผ่านทาง อบต. ก็ให้สะดวดยิ่งขึ้นอยากได้เทคโนโลยีตัวนี้เข้ามาช่วยด้วย และความปลอดภัยขึ้น และบริหารจัดการใน 7 มิติ สิ่งแวดล้อม, พลังงาน, เศรษฐกิจ, บริหาร, เดินทาง, พลเมือง, ดำรงชีวิต เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตชาวบ้านทั้ง 9 หมู่บ้าน อย่างยั่งยืนต่อไป นายอมรกล่าว

และ กล่าวต่อไปว่า ตนเองเพิ่งเข้ารับตำแหน่ง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสำพันตา(อบต.)เป็นสมัยแรก ก่อนหน้านั้น เคยเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลสำพันตา (ส.อบต.) มา 4 ปี หรือ 1 สมัย แนวนโยบายในการพัฒนากำหนดไว้คือ ด้านการศึกษาของเด็ก มีศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 1 แห่ง ให้เพิ่มประสิทธิภาพให้ดีขึ้น แล้วก็ดูแลลูกหลานให้ทั่วถึง ความสะอาดสิ่งแวดล้อมชุมชน ระบบถนนหนทาง เรื่องน้ำทำน้ำออกจาก หมู่บ้านก่อน เช่นประปา ของบจากกรมมา 4 ล้านกว่าบาทแล้วค่อยๆทำถนน หนทางดี-ปลอดภัย ช่วยงาน ประชาชน ทุกอย่าง นายอมรกล่าว

ด้าน นางศิริลักษณ์ ม่วงงาม อายุ 63 ปี เลขที่ 125 บ้านแก่ง หมู่ 4 ตำบลสำพันตา อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี กล่าวว่า เมื่อก่อนตนทำงานโรงงาน หลังอายุ 55 ปีก็ปลดเกษียณ หลังจากออกจากงานมาแล้วก็มาทำหัตถกรรมสานเข่งปลาทู ในช่วงว่างจากการเลี้ยงหลาน ขายก็ได้เงินเป็นกอบเป็นกำ เพียง 2 อาทิตย์ มีรายได้ 2,500 บาท

นางศิริลักษณ์ ม่วงงาม
รายได้สามารถนำไปใช้จ่ายต่าง ๆ จ่ายค่ากับข้าว แล้วก็ค่าไฟฟ้า หากยังไม่มีเงิน ก็สามารถนำมาซื้อ มาใช้จ่ายในครัวเรือนได้ ที่ผ่านมาการสานเข่งปาทูขายนี้สามารถส่งให้ลูกเรียนได้ เมื่อก่อนลูกๆ หลังกลับจากโรงเรียนมาก็มาเป็นแรงงานในบ้านช่วยแม่ช่วยสานเข่ง

เดี๋ยวนี้ลูก ไปทำงานเป็นสาวโรงงานกันหมด ตอนนี้ตนก็เลี้ยงหลาน 3 คน หลังจากที่ช่วงหลานไปโรงเรียน ยามว่างงาน มาสานเข่งปลาทู แต่ละวันผลิตได้ประมาณ100ใบได้อยู่ ไม้ไผ่ก็ไม่ได้ซื้อก็มีอยู่ในหมู่บ้านก็มีในสวนเป็นของชาวบ้าน ซื้อแต่เชือกอย่างเดียว 1 กิโลใช้ได้นานมาก 2 ปี เป็นเชือก แบบถักหมวกมาฉีกฝอยๆทำเป็นเชือกไว้มัดขอบ

อุปกรณ์ก็มีแม็ก มีมีด มีค้อน มีเลื่อยมีไม้วัด มีแบบเหล็กกลมๆ ไว้ขึ้นรูปเข่งขนาดหน้า 5 หน้า 6 หน้า 8 ราคาขายแข่งปลาทูหน้า 5 ราคา 3 บาท หน้า 6 ราคา 6 บาท หน้า 8 ราคา 8 บาท ส่วนไม้ไผ่นั้น ขนไม้ที่เขาทิ้งแล้วอย่างไม้ไผ่คนมาซื้อเป็นไม้ข้าวหลามส่วนกลาง-ปลาย เราใช้โคนไม้ นำมาสานเข่งปลาทู ไม่ต้องลงทุน หรือลงทุนน้อย ไม้ไผ่ 1 ต้น ลำใหญ่ ๆ สามารถสานเข่งขายได้ประมาณ1,000 กว่าบาท นางศิริลักษณ์กล่าว

ทั้งนี้ ชาวบ้าน-ผู้สูงอายุ ส่วนใหญ่ว่างเว้นก็มาสานเข่งขาย เมื่อได้จำนวนมากพ่อค้าคนกลางจะมารับซื้อเข่งปลาทูจากชาวบ้าน ทาง ส.อบต.-ชาวบ้าน อยากให้ทางองค์การบริหารส่วนตำบลสำพันตา(อบต.)เป็นผู้รวบรวม และ จำหน่ายโดยตรงไม่ผ่านพ่อค้าคนกลางที่จะสร้างรายได้มากกว่า โดยคาดว่า โครงการ SMART CITY " สำพันตาเมืองอัจฉริยะ" จะสร้างความยั่งยืน-มั่นคงได้ดี เป็นต้น

โดย... มานิตย์ สนับบุญ-ข่าว/ณัฐนันท์ -ภาพ / ปราจีนบุรี ###





