ส.ว.สงขลาแฉต้นตอปั๊มแตก! โรงกลั่นงดขายส่ง บีบผู้ประกอบการแย่งเติมหน้าปั๊ม ทำน้ำมันเกลี้ยง หวั่นเศรษฐกิจพังพินาศ

ส.ว.สงขลาออกโรงเรียกร้องกระทรวงพลังงานเร่งแก้ปัญหาน้ำมันขาดแคลน หลังพบต้นตอเกิดจากค่ายน้ำมันระงับบัญชีค้าส่ง บีบภาคอุตสาหกรรมและขนส่งต้องไปแย่งประชาชนเติมหน้าปั๊มจนโควตาไม่พอขาย ชี้หากไม่เร่งสั่งการให้อนุมัติขายส่งตามเดิม เศรษฐกิจและการส่งออกอาจพังพินาศ
เมื่อวันที่ 18 มี.ค.2569 นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภา คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ทหาร และความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา เรียกร้องให้ รัฐมนตรีพลังงานเร่งดำเนินการให้บริษัทผู้ค้าน้ำมัน เช่น ปตท. บางจาก เชลล์ คาลเท็กซ์ ที่เป็นเจ้าของกิจการโรงกลั่นน้ำมันทั้ง 6 แห่งของประเทศ ซึ่งได้หยุดขายน้ำมันในบัญชีค้าส่งให้แก่จอบเบอร์ ทำให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมทุกประเภท บริษัทขนส่งสินค้า บริษัทรถโดยสารประจำทาง ผู้รับเหมาก่อสร้างถนนหนทางและชลประทาน ซึ่งเป็นผู้ประกอบการ ที่ซื้อน้ำมันผ่านจ็อบเบอร์ ที่เป็นผู้ค้าน้ำมันมาตรา 2 เป็นลูกค้าของบริษัทน้ำมันทั้งหมด โดยซื้อจากบัญชีค้าส่ง ส่วนปั้มน้ำมัน ซื้อในบัญชีค้าปลีก
“เมื่อบริษัททั้งหมด ที่เป็นเจ้าของโรงกลั่น สั่งหยุดขายบัญชีค้าส่ง ทำให้จ็อบเบอร์ไม่สามารถส่งน้ำมันให้ผู้ประกอบการทุกประเภท ทำให้ผู้ประกอบการต้องไปเติมน้ำมันเองจากปั้มน้ำมัน จนทำให้น้ำมันในปั๊มไม่พอขาย รวมทั้ง คลังน้ำมันในแต่ละพื้นที่ได้รับคำสั่งจากบริษัทน้ำมันให้จำกัดจำนวนขายให้ปั๊ม เพื่อให้เพียงพอในการจ่ายน้ำมันจนกว่าเรือบรรทุกน้ำมัน หรือรถบรรทุกน้ำมัน จากโรงกลั่นจะส่งน้ำมันมายังคลังน้ำมัน ยิ่งเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์ ให้มีการปิดปั้มครึ่งวัน เพราะน้ำมันหมด และมีรถจ่อคิวนับร้อยคัน เพื่อรอเติมน้ำมัน” นายไชยยงค์กล่าว

นายไชยยงค์กล่าวว่า การแก้ปัญหาความเดือดร้อนและโกลาหลที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานต้องสั่งการให้บริษัทน้ำมัน ซึ่งเป็นเจ้าของโรงกลั่น เปิดขายน้ำมันในบัญชีค้าส่ง โดยให้จ็อบเบอร์ซื้อน้ำมันจากบริษัทน้ำมันได้ อาจจะมีราคาที่แพงกว่าราคาหน้าปั้ม หรือบัญชีค้าปลีกบ้าง แต่ต้องไม่ใช่ลิตรละ 50 บาท อย่างที่บริษัท ปตท. เคยเปิดขายในบัญชีค้าส่ง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเกลียดและไม่มีธรรมภิบาล และผู้ประกอบการรับไม่ได้ เพราะหากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานยังไม่แก้ปัญหาให้มีการขายในบัญชีค้าส่ง ผู้ประกอบการทุกประเภทก็ต้องไปแย่งซื้อน้ำมันในปั๊มกับประชาชนที่ใช้รถใช้ถนน ถ้ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและผู้บริหารรัฐบาลไม่แก้ไข ปล่อยให้ผู้ประกอบการธุรกิจทุกประเภทไปเติมน้ำมันที่ปั๊มน้ำมัน และบริษัทน้ำมันมีการจำกัดโควต้าไม่ขายน้ำมันให้ปั๊ม ที่ต้องซื้อน้ำมันมากกว่าปกติ เพราะต้องขายให้กับผู้ประกอบการ ปัญหาการขาดแคลนน้ำมัน ก็จะแก้ไม่ได้
นายไชยยงค์กล่าวว่า ผู้ประกอบการมีความสำคัญกับการอยู่รอดของเศรษฐกิจของประเทศ ถ้าโรงงานต้องหยุด การขนส่งต้องหยุด เศรษฐกิจของประเทศจะล่มสลาย และหากผู้ประกอบการต้องซื้อน้ำมันในราคาแพง สินค้าทุกชนิดต้องแพงขึ้น เพราะมีการขึ้นค่าขนส่ง โดยเฉพาะ จังหวัดที่มีโรงงานอุตสาหกรรม และเป็นชุมทางการขนส่ง เป็นเมืองชายแดนอย่าง จ.สงขลา ที่ต้องขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ส่งออกไปยังท่าเรือปีนัง ประเทศมาเลเซีย และท่าเรือที่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งต้องเติมน้ำมันในประเทศก่อนที่จะไปเติมที่มาเลเซีย ถ้าการส่งออกมีปัญหา เพราะขาดแคลนน้ำมัน ความหายนะจะเกิดขึ้นกับผู้ประกอบการ ที่ส่งผลถึงความหายนะของเศรษฐกิจของประเทศด้วย
นายไชยยงค์กล่าวว่า ฝากถึงผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาและพลังงานจังหวัดสงขลา ก่อนที่จะบอกกับประชาชนว่า น้ำมันมีเพียงพอและไม่ขาดแคลน ให้ลงพื้นที่ดูข้อเท็จจริง โดยสอบถามจากปั๊มน้ำมันว่า ก่อนเกิดสงครามตะวันออกกลาง เขาซื้อน้ำมันหรือได้รับน้ำมันจากคลังน้ำมัน ใน อ.สิงหนคร จ.สงขลา ปั๊มละ 1 หมื่นลิตรต่อวัน และหลังจากมีวิกฤติจากสงครามตะวันออกกลาง เขาถูกตัดโควตาวันละกี่พันลิตร ดูหลักฐานจากใบอินวอยซ์ที่ออกจากคลังน้ำมันได้ รวมทั้งสอบถามพนักงานขับรถบรรทุกน้ำมัน ซึ่งเขาจะบอกได้ว่า ณ วันนี้ รถบรรทุก 16,000 ลิตร คลัง จ่ายน้ำมันให้เพียง 10,000 ลิตร บางวันได้เพียง 9,000 ลิตร หรือ 7,000 ลิตร

“ที่สำคัญ แม้แต่น้ำมันแก๊สโซฮอร์ 91 และ 95 ที่ไม่เกี่ยวกับโรงงานอุตสาหกรรม การขนส่ง และภาคการเกษตร ก็มีการจำกัดการขายให้ปั๊ม ทำให้เกิดการขาดแคลน ที่ไม่ต่างกับน้ำมันดีเซล ผู้ว่าราชการจังหวัดและ พลังงานจังหวัด ต้องพูดคุยกับนายคลัง ทั้งคลัง ปตท. และคลังร่วม และตัวแทนจำหน่ายของบริษัทน้ำมัน ปตท. บางจาก เชลล์ และ คาลเท็กซ์ ที่ อ.สิงหนคร เพื่อให้ทราบข้อเท็จจริง ก่อนที่จะทำความเข้าใจกับประชาชน การขาดแคลนน้ำมัน ไม่ใช่มาจากการความแตกตื่น และแห่มาเติมเพื่อกักตุน แต่เป็นเพราะการบริหารที่ผิดพลาดของผู้รับผิดชอบ ที่ไม่เข้าใจเรื่องธุรกิจการค้าน้ำมันในประเทศ และปล่อยให้โรงกลั่นอยู่เหนือกฎหมาย ที่รัฐบาลควบคุมไม่ได้” นายไชยยงค์กล่าว
นายไชยยงค์กล่าวว่า ส่วนของ จ.สงขลา ที่ขาดแคลนน้ำมันรุนแรงมาก เป็นเพราะในเวลาปกติ ผู้ประกอบการส่วนหนึ่งซื้อน้ำมันจากขบวนการ ลักลอบนำเข้าน้ำมันเถื่อนจากประเทศมาเลเซีย แต่หลังจากเกิดสงครามในตะวันออกกลาง น้ำมันในประเทศมาเลเซียแพงขึ้น ปั๊มน้ำมันในมาเลเซียจำหน่ายดีเซลที่ลิตรละ 30 บาท เท่ากับหน้าปั๊มของประเทศไทย ทำให้การค้าน้ำมันเถื่อนหยุดชะงัก ทำให้เป็นการซ้ำเติมความขาดแคลนของ จ.สงขลามากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะรถเทรลเลอร์บรรทุกตู้คอนเทนเนอร์กว่า 200 คัน ที่ต้องบรรทุกสินค้าไปยังมาเลเซียและสิงคโปร์ ที่ต้องใช้น้ำมันเป็นจำนวนมาก ซึ่งเมื่อก่อนส่วนใหญ่ใช้น้ำมันเถื่อนและเติมน้ำมันในประเทศมาเลเซีย

