รวบสาวเปิดบัญชีม้าให้แก๊งตุ๋นขายมือถือแค่ 2 เดือน ยอดเงินหมุนเวียนกว่า 15 ล้านบาท

รวบสาวเปิดบัญชีม้าให้แก๊งตุ๋นขายมือถือแค่ 2 เดือน ยอดเงินหมุนเวียนกว่า 15 ล้านบาท





Image
ad1

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ร่วมกันจับกุม น.ส.ลัดดานันท์ฯ อายุ 28 ปี ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือ เพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้องหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้หรือยืมใช้เลขหมายโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตน โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่น” ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ จ.149/2569 ลงวันที่ 25 มีนาคม 2569

สถานที่จับกุม บริเวณถนนในซอยแห่งหนึ่ง แยก 2 ซอย 5 ถนนบางบอน 3 แขวงบางบอน เขตบางบอน กรุงเทพฯ 

       
พฤติการณ์ สืบเนื่องจาก กก.3 บก.ป. ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายแจ้งว่า ถูกกลุ่มมิจฉาชีพสร้างเพจเฟซบุ๊กปลอม แอบอ้างชื่อบริษัทและห้างสรรพสินค้า (เช่น อ้างชื่อ “บริษัท focusshop จำกัด สาขาโลตัส...”) หลอกลวงขายโทรศัพท์มือถือ โดยให้โอนเงินไปยังบัญชีของ น.ส.ลัดดานันท์ฯ แต่เมื่อโอนเงินไปแล้วกลับไม่ได้รับสินค้าและถูกบล็อกช่องทางการติดต่อ โดยน่าเชื่อว่ากลุ่มคนร้ายดังกล่าวได้หลอกลวงกลุ่มผู้เสียหายจำนวนหลายราย หากปล่อยไปอาจได้รับความเดือดร้อนเป็นวงกว้าง พ.ต.อ.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ ผกก.3 บก.ป. จึงได้สั่งการให้ พ.ต.ท.สุวิจักขณ์ รัตนพันธ์ สว.กก.3 บก.ป. ทำการสืบสวนขยายผลเพื่อนำตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดี
โดยด่วน

จากการสืบสวนทราบว่ากลุ่มคนร้ายมีการทำงานเป็นขบวนการ โดยสร้างเพจเฟซบุ๊กปลอมใช้ชื่อบริษัทที่ดูน่าเชื่อถือพ่วงท้ายด้วยสาขาห้างสรรพสินค้าโพสต์หลอกขายโทรศัพท์มือถือในราคาถูกกว่าท้องตลาด นอกจากนี้ เพื่อตบตาเหยื่อให้ตายใจ คนร้ายยังได้จัดฉากใช้ “หน้าม้า” เข้ามาคอมเมนต์รีวิวใต้โพสต์ เช่น “แนะนำร้านนี้เหมือนกันค่ะ”, “สั่งมาแล้ว เครื่องสภาพสวยมาก” เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินค่าสินค้าไปยังบัญชีของ น.ส.ลัดดานันท์ฯ มิจฉาชีพก็จะเชิดเงินหนีและบล็อกการติดต่อทันที ตรวจสอบพบว่าภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือน บัญชีของ น.ส.ลัดดานันท์ฯ มียอดเงินหมุนเวียนเข้า-ออก สูงกว่า 15 ล้านบาท 
โดยมีลักษณะของการรับโอนเงินย่อยจากผู้เสียหายหลายรายทั่วประเทศ แล้วรีบถูกผ่องถ่ายไปยังบัญชีแถว 2 – 3 ต่อไปอย่างรวดเร็วเป็นทอดๆ และน่าเชื่อว่าบัญชีดังกล่าว มีการไปเปิดใช้งานเพื่อทำธุรกรรมอยู่บริเวณแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งพฤติการณ์การย้ายเงินอย่างรวดเร็วและการสั่งการจากนอกประเทศเช่นนี้ สอดคล้องกับรูปแบบการฟอกเงินของขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ (แก๊งคอลเซ็นเตอร์) อย่างชัดเจน พนักงานสอบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขอหมายจับต่อศาลและศาลอนุมติตามคำขอ

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ร่วมกันสืบสวนหาข่าวจนทราบว่า น.ส.ลัดดานันท์ฯ หลบหนีมาพักอาศัยอยู่ย่านบางบอน กรุงเทพฯ กระทั่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจนำกำลังลงพื้นที่และเข้าจับกุมตัวได้ในที่สุด โดยในชั้นจับกุม น.ส.ลัดดานันท์ฯ ให้การรับสารภาพว่าบัญชีธนาคารและหมายเลขโทรศัพท์ดังกล่าวเป็นชื่อของตนจริง แต่ได้อ้างว่า “ได้ยินยอมและส่งมอบบัญชีดังกล่าวให้แก่เพื่อน เพื่อนำไปใช้ในการประกอบกิจการร้านขายลูกชิ้น” โดยไม่ทราบว่าจะถูกนำไปใช้หลอกลวง ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของฝ่ายสืบสวนพบว่า ภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือน บัญชีดังกล่าวมีเงินหมุนเวียนสูงกว่า 15 ล้านบาท จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวผู้ต้องหา ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ห้วยผึ้ง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
ทั้งนี้ ขอเน้นย้ำว่า ห้ามเปิดเผยหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีธนาคาร ข้อมูลส่วนตัว หรือโทรศัพท์มือถือโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะมีความสนิทสนมเพียงใด เนื่องจากอาจถูกนำไปใช้ในการกระทำความผิดและต้องรับผิดตามกฎหมาย สำหรับความผิดเกี่ยวกับ “บัญชีม้า/ซิมม้า” ตามพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ.2566 ผู้เปิดบัญชีมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนผู้เป็นธุระจัดหามีโทษจำคุกตั้งแต่ 2-5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 200,000 – 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ