ตำรวจบุกรวบไต๋เรือซุกปืนเถื่อน คาปากร่องแม่น้ำปัตตานี ยึดปืนพร้อมเครื่องกระสุน

ตำรวจบุกรวบไต๋เรือซุกปืนเถื่อน คาปากร่องแม่น้ำปัตตานี ยึดปืนพร้อมเครื่องกระสุน





Image
ad1

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจน้ำ กก.7 บก.รน..เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ร่วมกันจับกุม นายแดงฯ อายุ 62 ปี เชื้อชาติไทย สัญชาติไทย พร้อมตรวจยึดของกลาง 

1.อาวุธปืนพกสั้นแบบลูกซองไทยประดิษฐ์ ขนาดความยาวลำกล้องประมาณ 5 นิ้ว สำหรับใช้กระสุนลูกซองขนาดเบอร์ 12 (ไม่มีหมายเลขทะเบียน) จำนวน 1 กระบอก
2.กระสุนปืนลูกซองขนาด 12 เกจ (12 Gauge) จำนวน 26 นัด

สถานที่จับกุม ภายในห้องเก๋งเรือ บริเวณปากร่องแม่น้ำปัตตานี อ.เมืองปัตตานี จ.ปัตตานี

พฤติการณ์ จากการที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) มีหนังสือสั่งการด่วนที่สุด ให้ดำเนินการระดมกวาดล้างอาชญากรรม โดยเน้นเป้าหมายผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน และบุคคลตามหมายจับในช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน 2569 ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำปัตตานี

จึงได้เร่งสืบสวนหาข่าวเพื่อกวาดล้างสิ่งผิดกฎหมายในพื้นที่รับผิดชอบทันที จากการสืบสวนในเชิงลึกพบข้อมูลสำคัญว่า มีไต๋เรือประมงชื่อ นายเอ (นามสมมติ) มีพฤติการณ์ซุกซ่อนอาวุธปืนผิดกฎหมายไว้ภายในเรือ

โดยตรวจสอบพบว่าเรือลำดังกล่าวได้ออกไปทำการประมงตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคม 2569 และมีกำหนดจะกลับเข้าเทียบท่าเรือประมงปัตตานีในวันที่ 30 มีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้เฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด จนกระทั่งพบสัญญาณว่าเรือกำลังเดินทางถึงบริเวณปากร่องแม่น้ำปัตตานี เมื่อทราบพิกัดแน่ชัด เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้นำเรือตรวจการณ์ 353 ออกปฏิบัติการสกัดจับทันที

โดยเมื่อพบเรือเป้าหมาย เจ้าหน้าที่ได้ส่งสัญญาณให้หยุดเรือเพื่อทำการตรวจค้นอย่างละเอียด จากการตรวจสอบพบนายเอแสดงตัวเป็นผู้ควบคุมเรือ ผลการตรวจค้นภายในเรือปรากฏว่าพบอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนผิดกฎหมายซุกซ่อนอยู่จริง 
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายเอยอมรับสารภาพว่าของกลางทั้งหมดเป็นของตน โดยอ้างว่ารับช่วงต่อมาจากไต๋เรือคนก่อนที่เสียชีวิตไปแล้ว เพื่อนำมาใช้ป้องกันตัวระหว่างออกเรือหาปลา เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดของกลางและควบคุมตัวนายเอส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองปัตตานี เพื่อดำเนินคดีในข้อหา “มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย” ต่อไป

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น นายเอยอมรับสารภาพว่าของกลางทั้งหมดเป็นของตน โดยอ้างว่ารับช่วงต่อมาจากไต๋เรือคนก่อนที่เสียชีวิตไปแล้ว เพื่อนำมาใช้ป้องกันตัวระหว่างออกเรือหาปลา เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดของกลางและควบคุมตัวนายเอส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองปัตตานี เพื่อดำเนินคดีในข้อหา “มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย” ต่อไป