น้ำมันแพงขนส่งสายใต้-กทม.อั้นไม่ไหวปรับขึ้นเพื่อความอยู่รอด

“ดีเซล” ปรับตัว 50 บาท / ลิตร รถขนส่งบรรทุกสายใต้กรุงเทพ ปรับตัวรับ 12,000 บาท เป็น 17,000 บาท ส่วน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้สถานการณ์ไม่ปกติบวกเพิ่ม 30,000 บาท / เที่ยว เรือประมงอวนล้อม-อวนลาก” ต้นทุนการผลิตเป็น 2 ล้านบาท จาก 1.5 ล้านบาท
ผู้ประกอบการธุรกิจขนส่งสินค้า จ.สงขลา เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากเมื่อคืนนี้ (วันที่ 4 เมายน 2569) น้ำมันดีเซล ได้ปรับตัวเป็นลิตรละ 50 บาท / ลิตร ส่งผลให้ต้นทุนรถบรรทุกสินค้าต้องเพิ่มต้นทุนการเพิ่มขึ้นรองรับความเสี่ยงขาดทุน โดยได้ปรับรับส่งสินค้าจากส่วนกลาง กรุงเทพฯ ลงสายใต้ปรับเป็น 17,000 บาท / เที่ยว จากเดิม 12,000 บาท / เที่ยว
และหากเดินไปลง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จ.ปัตตานี ยะลา และ จ.นราธิวาส ปรับเป็น 30,000 บาท / เที่ยว หากไม่ได้ราคานี้จะหยุดทำการรับส่งสินค้า เพราะนอกจากน้ำมันแล้ว 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะมีความเสี่ยงสูงเนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบมีความถี่มากขึ้น.
“ตอนนี้การขนส่งสินค้าจะต้องปรับจากน้ำมันหากไม่ได้ในราคาระดับนี้ก็จะไม่สามารถรับได้ เพราะก็จะขาดทุนอยู่ไม่ได้ หากขาดทุนก็จะหยุดประกอบการไปชั่วคราวก่อน”

(ชิ้นนี้ข่าเก่า ทันทันสมัยเป็นข่าวที่ยังไม่ตาย) นายภูเบศ จันทนิมิ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมประมงอวนล้อมจับประเทศไทย เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นและหาน้ำมันไม่ได้สำหรับเรือประมงทั้งอวนล้อมและอวนลาก โดยในขระนี้เรือประมงเฉพาะของตนเองจอดเทียบท่าแล้วจำนวน 1 ลำ และมีแนวโน้มจะจอดเทียบท่าเพิ่มเติม โดยตอนนี้ทั้งเรือประมงอวนล้อมและอวนลากจอดเทียบท่าไม่สามารถออกหาสัตว์น้ำได้แล้วประมาณ 40 % จากจำนวนเรือประมงที่ขึ้นทะเบียนกับกรมประมงจำนวน 9,000 ลำ
และแนวโน้มหากน้ำมันยังมีการปรับตัวสูงขึ้นจะมีแนวโน้มจอดเทียบท่าทั้งหมด เพราะไม่สามารถต่อสู้กับต้นทุนเพิ่มสูงขึ้นมากกว่าเท่าตัว และสัตว์น้ำก็ไม่สามารถจะปรับราคาได้เพราะราคาจะสูงจะไม่สามารถบริโภคได้.
นายภูเบศ กล่าวอีกว่า เรือประมงใช้น้ำมันเขียวจากเดิมประมาณราคา 18-19-20 บาท / ลิตร แต่ตอนนี้ราคาปรับขึ้นถึง 34 บาท / ลิตร และเรือประมงจะต้องเติมน้ำมันแต่ละเที่ยวประมาณ 1,000 ลิตร – 10,000 ลิตร ซึ่งในการเติมน้ำมันแต่ละเที่ยวจะขึ้นอยู่กับระยะทางหาออกหาปลาต้นทุนอยู่ในระดับ 1.5 ล้านบาท และหากน้ำมันยังมีแนวโน้มว่าจะปรับตัวอีก 10 บาท / ลิตร จะเป็น 54 บาท/ ลิตร ต้นทุนการผลิตประมาณ 2 ล้านบาท / เดือน รวมถึงแรงงานประมงด้วย
“ประเด็นสำคัญยังพบว่าเรือประมงยังหาน้ำมันเติมไม่ได้ด้วย เพราะเรือประมงหากไม่ได้แล่เรือจะเกิดชำรุดเสียหาย โดยเรือประมงจะหาซื้อน้ำมันจากจ๊อบเบอร์ผู้ค้าส่งก็ไม่มีน้ำมันที่ขายให้ จะซื้อที่หน้าปั้มจะได้ที่ 500 บาท – 700 บาท เรือประมงจึงต้องจอดเทียบท่าไม่สามารถออกหาปลาได้”
นายภูเบศ ยังกล่าวอีกว่า รัฐบาลจะต้องดำเนินการให้ทุกฝ่ายอยู่กันได้ ทั้งผู้ประกอบอาชีพเรือประมง และผู้บริโภคสัตว์น้ำ และสัตว์น้ำก็จะไม่สามารถปรับราคาเพื่อป้องกันต้นทุนการผลิตได้ผู้บริโภคจะมีมีกำลังซื้อ โดยทางออกให้ผู้ประกอบการเรือประมงจะอยู่ได้ และผู้บริโภคอยู่ได้ รัฐบาลจะต้องทำให้น้ำมันเขียวต้องไม่เกินราคา 35 บาท / ลิตร และรัฐบาลจะต้องมีน้ำมันสำหรับเรือประมงสำรองไว้ด้วย และรัฐบาลจะต้องหาและนำเงินกองทุนน้ำมันมาชดเชย โดยผู้ประกอบเรือประมงจะทอยคืนให้หน้าปั้มลิตรละ 2 บาท เมื่อสถานการณ์คลี่คลายเข้าสู่ภาวะปกติ
“ซึ่งในปี 2547 รัฐบาลยังเคยดำเนินการบริหารจัดการน้ำมันเขียวโดยรัฐบาลตั้งกองทุนน้ำมันชดเชย และน้ำมันรัฐบาลจะต้องสรรสำหรับเรือที่จะออกหาปลาเท่านั้น หากไม่อออกหาสัตว์น้ำจะไม่อนุญาตให้เติมน้ำมัน” นายภูเบศ กล่าว .

