น่านขับเคลื่อนสู่มรดกโลก รณรงค์ดูแลพื้นที่ "แหล่งโบราณคดีโครงกระดูกมนุษย์โบราณ 4,500 ปี" เนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย 2569

น่านขับเคลื่อนสู่มรดกโลก  รณรงค์ดูแลพื้นที่ "แหล่งโบราณคดีโครงกระดูกมนุษย์โบราณ 4,500 ปี" เนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย 2569





Image
ad1

จังหวัดน่านเดินหน้าสร้างความตระหนักรู้ด้านประวัติศาสตร์อย่างเข้มแข็ง โดยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 9 เมษายน 2569 ณ หมู่บ้านสันติภาพ ตำบลไชยสถาน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีเปิด “โครงการรณรงค์ดูแลรักษามรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ เนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช 2569” ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความร่วมมือระหว่างส่วนราชการ อาสาสมัครท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่

นางภัทรภร ชัยวัฒนกุล วัฒนธรรมจังหวัดน่าน เปิดเผยถึงที่มาของกิจกรรมนี้ว่า เป็นการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีที่กำหนดให้วันที่ 2 เมษายนของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เป็น "วันอนุรักษ์มรดกไทย" โดยในปีนี้ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดน่านได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกรมศิลปากร เพื่อจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์การอนุรักษ์มรดกไทย กิจกรรมสำคัญของการจัดงานในครั้งนี้ คือการเลือกใช้พื้นที่ "แหล่งโบราณคดีโครงกระดูกมนุษย์โบราณ 4,500 ปี" ภายในหมู่บ้านสันติภาพ เป็นสถานที่ทำกิจกรรม ซึ่งทางจังหวัดเล็งเห็นว่าเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญยิ่ง และเป็นชิ้นส่วนสำคัญที่จะเชื่อมโยงไปสู่เป้าหมายใหญ่ในการผลักดันจังหวัดน่านให้ก้าวสู่การเป็น "เมืองมรดกโลก" อย่างเต็มภาคภูมิในอนาคต

ด้านนายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้เน้นย้ำในระหว่างพิธีเปิดว่า การอนุรักษ์ไม่ใช่เพียงหน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นภารกิจของคนไทยทุกคนที่จะต้องร่วมกันปกป้อง ดูแล และบำรุงรักษาทั้งโบราณสถาน โบราณวัตถุ และแหล่งโบราณคดี เพื่อสืบสานพระราชปณิธานและต่อยอดองค์ความรู้ไปสู่เวทีนานาชาติ รวมถึงสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนบนฐานรากของวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง

กิจกรรมครั้งนี้ได้รับความร่วมมืออย่างดีเยี่ยมจากคุณสันติภาพ อินทรพัฒน์ ประธานอาสาสมัครท้องถิ่นในการดูแลรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรม จังหวัดน่าน รวมถึงมูลนิธิสันติภาพที่ให้ความอนุเคราะห์ด้านสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวก ถือเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่า พลังของภาคประชาชนและอาสาสมัครคือหัวใจสำคัญที่จะทำให้มรดกของชาติยังคงความงดงามและทรงคุณค่าสืบต่อไปถึงคนรุ่นหลัง

ระรินธร  เพ็ชรเจริญ  รายงาน