วิกฤตสงคราม ฉุดส่งมอบปุ๋ยล่าช้า 1 เดือน ราคาพุ่ง-สหกรณ์ผลิตไม่ได้ กระทบเกษตรกรทั่วภาคใต้

วิกฤตสงคราม ฉุดส่งมอบปุ๋ยล่าช้า 1 เดือน ราคาพุ่ง-สหกรณ์ผลิตไม่ได้ กระทบเกษตรกรทั่วภาคใต้





Image
ad1

สถานการณ์สงครามส่งผลทำให้สถาบันเกษตรกรหลายแห่งผลิตปุ๋ยเคมีให้แก่สมาชิกสถาบันล่าช้า เนื่องจากขาดแคลนแม่ปุ๋ยสำหรับนำมาผสมทำปุ๋ยสูตรขายให้แก่สมาชิก  ขณะเดียวกันบริษัทชนะประมูลผลิตปุ๋ยให้แก่เครือข่ายสถาบันเกษตรกรทั้ง 7 แห่งทั่วประเทศ ขอปรับราคาปุ๋ยขึ้นกระสอบละ 15 บาท และขอขยายเวลาส่งมอบไปอีก 30  วัน อ้างเหตุขาดแคลนปุ๋ยยูเรียและเมล็ดพลาสติกสำหรับผลิตกระสอบปุ๋ย และค่าขนส่งแพง

เช่นที่สหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านบางดี จำกัด ตั้งอยู่ อ.ห้วยยอด จ.ตรัง นายประทบ สุขสนาน ผู้จัดการสหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านบางดี จำกัด  และเป็นประธานเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางเขตภาคใต้ตอนกลาง  นำดูโกดังเก็บและผลิตปุ๋ยของสหกรณ์ โดยพบว่า ขณะนี้พื้นที่ยังโล่ง และยังไม่ได้เริ่มทำการผลิตปุ๋ยเพื่อจำหน่ายให้แก่เกษตรกรสมาชิก เพราะขาดแคลนแม่ปุ๋ย ขณะที่สมาชิกมีทั้งหมดประมาณ 400 คน ต่อปีต้องใช้ปุ๋ยประมาณ 300 ตัน

โดยเฉพาะช่วงต้นฤดูฝนจะต้องผลิตให้ได้ 150 ตัน ซึ่งจะต้องผลิตจากแม่ปุ๋ยจำนวน 3 สูตร ประกอบด้วย ปุ๋ยยูเรีย 46-0-0 ,สูตร 18-46-0 และสูตร 0-0-60 แต่ขณะนี้แม่ปุ๋ยทั้ง 3 สูตร มีรวมกันเพียง 300 กระสอบเท่านั้น หรือประมาณ 1.5 ตัน ทำให้ไม่เพียงพอในการผลิตปุ๋ยให้แก่สมาชิก สั่งซื้อไปแล้วแต่บริษัทไม่มีให้

นอกจากขาดตลาดราคายังปรับขึ้นด้วยประมาณกระสอบ 100 -200 บาท ขึ้นอยู่กับยี่ห้อหรือบริษัทผู้ผลิต ทำให้ตอนนี้ทางสหกรณ์ไม่สามารถผลิตปุ๋ยให้แก่สมาชิกได้ อย่างไรก็ตาม หากได้แม่ปุ๋ยล็อตใหม่มาราคาจำหน่ายก็ต้องปรับตามด้วย แต่ต้องคำนวณตามจริง เพื่อไม่ให้เกษตรกรเดือดร้อน

นอกจากนั้น บริษัทปุ๋ยแห่งหนึ่ง ซึ่งชนะการสอบราคาผลิตปุ๋ยเคมีให้กับเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางทั่วประเทศทั้ง 7 เขต ได้ส่งหนังสือเวียนมาถึงตัวเองในฐานะประธานเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางเขตภาคใต้ตอนกลางว่า ขอปรับราคาปุ๋ยเคมีทุกชนิดขึ้นอีกกระสอบละ 15 บาท เนื่องจากค่าขนส่งแพงเพราะน้ำมันขึ้นราคา และขอขยายเวลาส่งมอบปุ๋ยไปอีก 30 วัน

จากเดิมกำหนดส่งมอบปุ๋ยเมษายน 2569 ไปเป็นพฤษภาคม 2569  โดยให้เหตุผลว่า 1.วัตถุดิบหลักปุ๋ยเคมีสูตร 46-0-0 ที่จะเข้ามายังประเทศไทย ยังไม่สามารถกำหนดเวลาที่แท้จริงได้ 2.โรงงานกระสอบไม่มีเม็ดพลาสติกที่จะนำมาผลิตเป็นกระสอบบรรจุภัณฑ์  3.พลังงานที่ขาดแคลนและมีราคาที่สูงขึ้นมาก ทำให้กระทบต่อภาคขนส่ง (Logistics) จึงกังวลว่าจะทำให้การจัดส่งสินค้านำไปแจกจ่ายให้สวนปลูกแทน ปี 2569 ล่าช้ากว่ากำหนดการส่งมอบเดิม

และด้านการขนส่งเพื่อให้การส่งมอบได้ทันตามเวลา จำเป็นที่จะต้องหาและเร่งระดมรถบรรทุกโดยการจ้าง ตีเปล่าเหมา ทั้งขาขึ้นและขาล่อง ปัจจัยทั้งหมดดังกล่าวบริษัทไม่สามารถควบคุมได้ จึงทำหนังสือร้องขอกับเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนภาคใต้ตอนกลาง ขอปรับราคาปุ๋ยเคมีทุกชนิดขึ้นอีกกระสอบละ 15 บาท และขอขยายเวลาส่งมอบเพิ่มเติมอีก 30 วัน

นายประทบ กล่าวอีกว่า  สำหรับปุ๋ยเคมีที่บริษัทผู้ผลิตชนะการประมูลจะต้องส่งให้แก่เครือข่ายสถาบันเกษตรกรเขตภาคใต้ตอนกลาง ซึ่งมีทั้งหมด 6 จังหวัด ประกอบด้วย ภูเก็ต พังงา กระบี่ นครศรีธรรมราช พัทลุง และตรัง รวมจำนวน 10,000 ตัน แต่การส่งมอบล่าช้าต้องรอต่อไป  ขณะเดียวกันได้แนะนำเกษตรให้ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ทดแทนด้วย  เพื่อบำรุงดินและลดภาระจากปุ๋ยเคมีที่ราคาแพง  สำหรับราคาแม่ปุ๋ยที่ปรับราคาขึ้นประมาณกระสอบ 100 -200 บาท ขึ้นอยู่กับยี่ห้อหรือบริษัทผู้ผลิต

เช่น ปุ๋ยยูเรีย สูตร  46-0-0 จากกระสอบละ 850  บาท ปรับเป็นกระสอบละ 1,300 บาท   ,สูตร 18-46-0 จากกระสอบละ 1,400 บาท ปรับเป็นกระสอบละ  1,600  บาท และสูตร 0-0-60 จากกระสอบละ 750 บาท ปรับเป็นกระสอบละ  900-950 บาท ส่วนของปุ๋ยอินทรีย์ปรับขึ้นเฉพาะค่าขนส่ง จากกระสอบละ 360 บาท ปรับเป็นกระสอบละ 380 บาท