เกษตรกรใต้อ่วม!น้ำมันแพงดันต้นทุนทำนาปรังพุ่ง 25 %

ฤดู “นาปรังใต้” เมษายนต้อนรับต้นุทนผลิตเพิ่ม 25 % ขานรับดีเซล 50 บาท / ลิตร ข้าวสารร้านค้าปลีกกระสอบ 50 บาทตอบรับตาม รัฐบาลขานรับคนละครึ่งพลัส
นายอรุณ ไพชำนาญ ชาวนาและรองประธานกรรมการกลุ่มเกษตรกรทำนาตะโหมด เทศบาลตำบลตะโหมด อ.ตะโหมด จ.พัทลุง เปิดเผยว่า จากราคาน้ำมันที่ปรับตัว โดยเฉพาะในส่วนน้ำมันดีเซลที่ใช้กับเครื่องอุปกรณ์และเครื่องจักรทำนา ทั้งรถไถนา รถเกี่ยวข้าว โดยเฉพาะไถนาเทือก 1,000 บาท / ไร่ ยังไม่รวมค่าปุ๋ย ค่ารถเก็บเกี่ยว รถบรรทุกข้าว
“เมื่อน้ำมันดีเซลปรับมาอยู่ที่ 50 บาท / ลิตร และหายังมีแนวโน้มว่ายังไม่นิ่งก็จะไม่สามารถทำนาเชิงพาณิชย์ได้จากต้นทุนการผลิตที่สู ยกเว้นทำนาไว้บริโภคในครัวเรือน”
นายประจวบ เกตุนิ่ม เกษตรกรดีเด่น สาขาอาชีพทำนา ประจำปี 2568 ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ข้าว ต.ควนขนุน อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง เปิดเผยว่า ฤดูนาปรัง จ.พัทลุงเริ่มทำกันตั้งต้นเดือนเมษายน 2569 และจากที่น้ำมันดีเซลในพื้นที่ได้ปรับตัวกว่า 50 บาท / ลิตร ส่งผลให้อุปกรณ์ทำนา เช่น รถไถนาได้ปรับตัวขึ้น 200 บาท / ไร่ จาก 800 บาท / ไร่ ยังไม่รวมถึงรถเกี่ยวข้าว ส่วนปุ๋ยได้ปรับตัว 1,140 บาท จาก 1,120 บาท / กระสอบ สำหรับกลุ่มและเครือข่าย
“ตอนนี้นาปรังต้นทุนการผลิตที่เห็นเพิ่มขึ้นแล้ว 25 % ดังนั้นชาวนาจะต้องปรับราคาข้าวนาปรังที่จะออกในฤดูจะต้องเป็นราคา 12,000 – 13,000 บาท / ตัน และถัดร้านค้าปลีกก็จะต้องปรับตามอีก 25 % เช่นกันในที่สุดก็ถึงคนสุดท้ายผู้บริโภค แต่ทราบว่ารัฐบาลมีนโยบายมาตรการคนละครึ่งพลัส ก็จะสามารถรองรับได้ระดับหนึ่ง”
นายประจวบ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในขณะเดียวกันที่รัฐบาลชดเชยราคาข้าวให้กับชาวนาปีในฤดูผ่านมาจำนวน 1,000 บาท / ไร่ ชาวนาได้สะท้อนมาว่าในพื้นที่ จ.พัทลุง ยังไม่ได้รับ เช่นเดียวกันกับภาคเหนือ ภาคอีสานที่ยังไม่ได้รับทั่วถึง.
พ่อค้าร้านน้ำชา หมู่ 11 บ้านควนล่อน ต.แม่ขรี เทศบาลตำบลควนเสาธง อ.ตะโหมด กล่าวว่า ตอนนี้สินค้าทุกตัวราคาปรับตาม โดยเฉพาะในส่วนของข้าวสารอาหารหลักที่เดิมกระสอบละ 700 บาท ได้ปรับตัว 50 บาท เป็น 750 บาท / กระสอบ.

