ทลายโกดังบุหรี่ไฟฟ้าขนาดใหญ่ย่านสมุทรปราการ ยึดของกลางหลายหมื่นชิ้น มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท

ทลายโกดังบุหรี่ไฟฟ้าขนาดใหญ่ย่านสมุทรปราการ ยึดของกลางหลายหมื่นชิ้น มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท





Image
ad1

ตะลึง! สืบนครบาลนำกำลังบุกทลายโกดังบุหรี่ไฟฟ้าขนาดใหญ่ย่านสมุทรปราการ ยึดของกลาง หลายหมื่นชิ้นมูลค่าไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่. 28 เม.ย. 69  พล.ต.อ. นิรันดร เหลื่อมศรี. รอง ผบ.ตร  ในฐานะผอ.ศูนย์ปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า พร้อมด้วย พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. ตำรวจสืบสวนตำรวจนครบาล  และตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ รวมถึงฝ่ายปกครอง ร่วมกันตรวจสอบภายในโกดังเก็บสินค้าแห่งหนึ่งย่านตำบลแพรกษา อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ หลังเจ้าหน้าที่สืบสวนนครบาล นำโดย พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. สืบทราบแหล่งซุกซ่อนบุหรี่ไฟฟ้าแห่งนี้

จากการเข้าตรวจค้นภายในโกดังแห่งนี้ ซึ่งเป็นลักษณะโกดังชั้นเดียว ภายในพบบุหรี่ไฟฟ้าต่างๆ รวมถึงสารนิโคตินชิดเม็ด จำนวนมาก มากจนที่ต้องบอกว่า โอ้โห มาจากไหน ตำรวจจึงสั่งอายัดและยึดของกลางทั้งหมดเพื่อเตรียมขยายผลแหล่งที่มาของบุหรี่ไฟฟ้าจำนวนมากในครั้งนี้

พล.ต.อ. นิรันดร เหลื่อมศรี. รอง ผบ.ตร  ในฐานะผอ.ศูนย์ปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า บอกว่า การเข้าตรวจสอบและจับกุมโกดังบุหรี่ไฟฟ้าขนาดใหญ่รายนี้ สืบเนื่องจาก ตำรวจชุดสืบสวนนครบาลได้สืบทราบว่ามีการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าผ่านทางช่องทางออนไลน์ จึงสืบสวนหาเบาะแสและล่อซื้อต่างๆ จนสามารถสืบทราบแหล่งเก็บและซุกซ่อนบุหรี่ไฟฟ้าแห่งนี้ ตำรวจจึงรวบรวมพยานหลักฐานเสนอขอหมายค้นจากศาลจังหวัดสมุทรปราการ และเข้าตรวจค้นจนพบของกลางจำนวนมาก ซึ่งต้องบอกว่ามากกว่าทุกครั้วที่เคยเจอมาในลักษณะของการเก็บในโกดัง

ทั้งนี้บุหรี่ไฟฟ้าดังกล่าวมีหลากหลายยี่ห้อและส่วนใหญ่เป็นการผลิตจากต่างประเทศ  โดยเฉพาะประเทศจีน  ส่วนเจ้าของสินค้าดังกล่าวตัวจริงยังไม่พบตัว ในวันนี้พบเพียงผู้ดูแลโกดังเท่านั้น ซึ่งอยู่ในระหว่างขยายผลของฝ่ายสืบสวน โดยเฉพาะเส้นทางการนำเข้ามาต่างๆ รวมถึงนายทุนและเครือข่ายทั้งหมด เพื่อจับกุมผู้ร่วมขบวนการ และสั่งอายัดทรัพย์สินทั้งหมดตามมาตรการปปง. ในเรื่องของขบวนการฟอหเงินเกี่ยวกับยาเสพติดด้วย ส่วนจำนวนสินค้าหลายว่าจะหลายหมื่นชิ้น ประเมินตัวเลขมูลค่าไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท

ทั้งนี้ในส่วนของศูนย์ปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า ภายใต้นโยบายสำคัญของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กำชับให้ปราบปรามอย่างจริงจัง ทั่วประเทศ และยังคงเดินหน้าสืบสวนผู้ค้าและนายทุนอย่างต่อเนื่อง

.