“พิพัฒน์” เร่งทล.ปิดจ๊อบมอเตอร์เวย M6, M82 ปลายปี 69 ดันสาย M8 ชงคลังระดมทุน TFF ก่อสร้างลดภาระงบ

“พิพัฒน์”เร่งทล.ปิดจ๊อบมอเตอร์เวย M6 เปิดวิ่งตลอดสาย 2 ทิศทางบางปะอิน-นครราชสีมา ช่วงปีใหม่ 70 ส่วน M82 เสร็จ ส.ค.นี้วิ่งยาว”บางขุนเทียน-เอกชัย-บ้านแพ้ว ใช้ฟรี 2 ปี ระบบ O&M เสร็จเริ่มเก็บเงินปี 72 พร้อมดัน M 8 มอเตอร์เวย์สายใต้ หารือคลังแก้กฎหมาย ระดมทุนผ่าน TFF ก่อสร้างลดภาระงบประมาณ

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังประชุมและมอบนโยบายกรมทางหลวง (ทล.)เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2569 ที่ผ่านมา ว่า ให้เร่งรัดโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้างงานโยธา ให้แล้วเสร็จ สามารถเปิดใช้งานเป็นของขวัญปีใหม่ใน วันที่ 1 มกราคม 2570 ได้แก่ มอเตอร์เวย์ M 6 สายบางปะอิน–นครราชสีมา ระยะทาง 196 กม. สามารถวิ่งได้ 2 ทิศทางตลอดสาย จากปัจจุบันที่วิ่งได้ 2 ทิศทาง ได้แค่ช่วงปากช่อง-นครราชสีมา โดยจะสามารถวิ่งได้ 2 ทิศทางตั้ง บางปะอิน-ปากช่อง - นคราราชสีมา

รวมถึง เร่งรัดการก่อสร้างงานโยธา มอเตอร์เวย์ M82 ช่วงบางขุนเทียน - เอกชัย-บ้านแพ้ว ระยะทาง 25 กม.ให้แล้วเสร็จตลอดสาย และเปิดให้บริการช่วงเดือนส.ค. 2569 โดยเป็นการเปิดให้บริการฟรี ประมาณ 2 ปี เนื่องจากต้องรอการติดตั้งระบบ O&M ที่อยู่ระหว่างพิจารณาข้อเสนอเอกชน คาดว่าจะสามารถลงนามสัญญาปลายปี 2569 ใช้เวลาติดตั้ง ปี 70-71 เปิดให้บริการเต็มรูปแบบเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางปี 2572
เดินหน้าเปิดประมูลเอกชนร่วมลงทุน โครงการมอเตอร์เวย์ M5 (ส่วนต่อขยาย รงสิต - บางปะอิน) ระยะทาง 22 กม. วงเงิน 31,358 ล้านบาท,มอเตอร์เวย์ M9 ( วงแหวนรอบนอก ด้านตะวันตก บางขุนเทียน–บางบัวทอง) ระยะทาง 36 กม. วงเงิน 56,035 ล้านบาท และจุดพักรถ (Rest Area) ของ M6 และ M81
นอกจากนี้จะผลักดัน มอเตอร์เวย์สายใต้ M8 (นครปฐม - ปากท่อ) ระยะทางรวม 61 กม. โดยในเดือนพ.ค.นี้ กรมทางหลวงจะอัปเดตโครงการเสนอมาที่กระทรวงคมนาคม เพื่อเสนอต่อบอร์ดสภาพัฒน์ฯ ยืนยันการลงทุนโครงการก่อนเสนอครม.อนุมัติต่อไป โดยหลักการลงทุนจะแบ่งเป็น 2 เฟส คือ ช่วงนครปฐม - ตลาดจินดา วงเงินประมาณ 1 หมื่นล้านบาท จะใช้เงินสะสมจากกองทุนมอเตอร์เวย์ก่อสร้าง ส่วนช่วงตลาดจินดา - ปากท่อ ประมาณ 3 หมื่นล้านบาท จะเสนอใช้วิธีระดม ทุนผ่านกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่อ อนาคตประเทศไทย (Thailand Future Fund - TFF) เพื่อ ลดภาระงบประมาณแผ่นดิน

ซึ่งจากการหารือกับรมว.กระทรวงการคลังเพื่อผลักดันการระดมทุนผ่านกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย(TFFIF) สาหรับการก่อสร้างโครงการมอเตอร์เวย์เส้นทางใหม่ ต้องมี การวางแผนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 1 ปี ขณะที่กรมทางหลวง จะต้องมีการแก้ไขกฎหมายคือพ.ร.บ. กำหนดค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนต์บนทางหลวงและสะพาน พ.ศ. 2497เพื่อให้ สามารถนำรายได้จากมอเตอร์เวย์ M7 และ M 9 ไประดมทุนได้ ซึ่งคาดว่าจะใช้แก้ไขกฎหมาย ในปี 2569-2570 ถึงจะระดมทุนได้ จะสอดคล้องกับแผนการก่อสร้าง M 8 ช่วงที่ 2 ตลาดจินดา – ปากท่อ
นอกจากนี้ ให้เร่งพัฒนาขยายทางหลวงภาคใต้ ได้แก่ ทางหลวงหมายเลข 4 (เพชรเกษม) และ หมายเลข 41 ซึ่งเชื่อมต่อกรุงเทพฯ ลงสู่ ภาคใต้ ช่วง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ถึง จ.สงขลา ระยะทางประมาณ 732 กม. เพื่อลดความแออัดรองรับปริมาณการจราจรสู่ภาคใต้ที่เพิ่มขึ้น จากการเดินทาง การท่องเที่ยว และการขนส่ง เนื่องจากที่ผ่านมามีการพัฒนา ล่าช้ากว่าภูมิภาคอื่น และยกระดับโครงข่ายถนนและการบริหารจัดการน้ำ โดยสำรวจและออกแบบทางหลวงโดย คำนึงถึงทิศทางการไหลของน้ำเพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วม

@เร่งออกแบบ MR-MAP สายแรก MR1 นครสวรรค์-นครปฐม -สมุทรสาคร
เดินหน้าโครงการ MR-MAP โดยเร่งรัดสายแรก MR1 นครสวรรค์-นครปฐม -สมุทรสาคร ระยะทาง 224 กม. ปัจจุบัน อยู่ระหว่างศึกษาออกแบบโดยจะเป็นการก่อสร้างถนนลักษณะผสมผสานที่มีทั้งมอเตอร์เวย์ ระบบราง และคลองระบายน้ำ ไปพร้อมกัน แนวเส้นทางนี้จะเป็นเหมือนคลองระบายน้ำขนานกับแม่น้ำเจ้าพระยา (เจ้าพระยาเส้นที่ 2) จากปากน้ำโพผ่าน นครปฐมออกสู่อ่าวไทย เพื่อช่วยระบายน้ำ หลากและใช้ขนส่งสินค้าเกษตรและวัสดุก่อสร้างทางเรือจากภาคกลางสู่อ่าวไทยไปยังแหลมฉบังได้ รวมถึงแก้ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่เจ้าพระยาตอนล่างได้อย่างเบ็ดเสร็จ

.

