“กัน จอมพลัง” พา “มิรา” แจ้งความ สอท. หลังถูกขู่ปล่อยคลิปส่วนตัว ซ้ำเติมเหยื่อ - เร่งเอาผิดผู้เผยแพร่-ส่งต่อข้อมูล

“กัน จอมพลัง” พา “มิรา” แจ้งความ สอท. หลังถูกขู่ปล่อยคลิปส่วนตัว ซ้ำเติมเหยื่อ - เร่งเอาผิดผู้เผยแพร่-ส่งต่อข้อมูล





Image
ad1

เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน  2569 นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ “กัน จอมพลัง” พร้อมด้วย มิรา ผู้เสียหายในคดีทำร้ายร่างกาย เดินทางเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) ที่เมืองทองธานี หลังได้รับการข่มขู่ว่าจะมีการเผยแพร่คลิปและภาพส่วนตัวออกสู่สาธารณะ แม้ว่าผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวจะถูกจับกุมและถูกศาลคัดค้านการประกันตัว ก่อนถูกนำตัวเข้าเรือนจำไปแล้วก็ตาม

กัน จอมพลัง เปิดเผยว่า ก่อนที่ผู้ต้องหาจะถูกจับกุม มีการกล่าวถึงผู้เสียหายผ่านสื่อสังคมออนไลน์อย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาบางส่วนโพสต์ข้อความพาดพิงถึงคลิปส่วนตัวของผู้เสียหาย จนสร้างความวิตกกังวลและความไม่สบายใจให้กับผู้เสียหายเป็นอย่างมาก

ต่อมาพบว่ามีภาพและข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคลิปส่วนตัวของผู้เสียหายถูกเผยแพร่ในหลายช่องทางออนไลน์ อีกทั้งยังมีบุคคลบางรายข่มขู่ว่าจะนำคลิปดังกล่าวออกมาเผยแพร่เพิ่มเติม ส่งผลให้ผู้เสียหายเกิดความหวาดกลัวและได้รับผลกระทบทางด้านจิตใจอย่างต่อเนื่อง

ผู้ที่ติดตามให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายระบุว่า ได้ประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอให้เร่งให้ความคุ้มครองและช่วยเหลือผู้เสียหาย เนื่องจากเห็นว่าผู้เสียหายไม่ควรถูกคุกคามหรือซ้ำเติมหลังจากตกเป็นเหยื่อของเหตุการณ์ดังกล่าว

นอกจากนี้ ยังได้ขอให้เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบบุคคลที่นำภาพหรือคลิปส่วนตัวของผู้เสียหายไปเผยแพร่ รวมถึงผู้ที่มีพฤติกรรมแอบอ้างซื้อขายคลิป หรือข่มขู่จะปล่อยคลิป เนื่องจากการกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย และละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของผู้เสียหายอย่างร้ายแรง

ด้าน พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการสำนักงานสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (รอง ผบช.สอท.) เปิดเผยว่า หลังผู้ต้องหาในคดีทำร้ายร่างกาย มิรา ถูกจับกุมและถูกนำตัวเข้าสู่เรือนจำแล้ว ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังติดตามกรณีการเผยแพร่ภาพและคลิปส่วนตัวของผู้เสียหายบนโลกออนไลน์อย่างใกล้ชิด

เบื้องต้นพบว่ามีการกล่าวถึงคลิปส่วนตัวของผู้เสียหาย รวมถึงมีภาพและข้อมูลที่เกี่ยวข้องถูกเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ขณะที่บางรายมีพฤติกรรมข่มขู่ว่าจะเผยแพร่คลิปเพิ่มเติม ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดทั้งตามประมวลกฎหมายอาญา และพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะมาตรา 14 (4) และมาตรา 14 (5) ที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าหรือเผยแพร่ข้อมูลลามกอนาจาร รวมถึงการส่งต่อหรือแชร์ข้อมูลดังกล่าว

เจ้าหน้าที่เน้นย้ำว่า ไม่เฉพาะผู้โพสต์ต้นทางเท่านั้นที่อาจมีความผิด แต่ผู้ที่แชร์ ส่งต่อ หรือเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวต่อไปยังบุคคลอื่น ก็อาจมีความผิดตามกฎหมายเช่นกัน โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ขณะเดียวกัน พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าการข่มขู่จะเผยแพร่คลิปดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐานข่มขู่ตามกฎหมายอาญาหรือไม่ พร้อมเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขยายผลดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดต่อไป

ด้านนางสาวมิรา กล่าวว่า หลังจากเกิดเรื่อง เสือ ดุสิตได้ทักมาหาในวันแรกแต่ตนได้บล็อกไปขณะเดียวกันเพื่อนของ เสือ ดุสิต ทักมากดดันและด่าทอ นอกจากนี้ยืนยันว่า เสือ ดุสิต มีภาพส่วนตัวของตน และยังได้พูดว่าตนชอบถ่ายคลิป และเพื่อนของ เสือ ดุสิต ได้โพสต์ว่าปล่อยคลิปตนจึงรู้สึกไม่สบายใจ

นางสาวมิรา กล่าวด้วยว่า ที่คนเข้าใจผิดเรื่องที่ไปแจ้งความว่าข่มขืนตอนที่คบหากับ เสือ ดุสิต มาแปดเดือนทำไมถึงแจ้ง เป็นเพราะหลังจากที่ เสือ ดุสิต ทำร้ายร่างกายในวันเกิดเหตุ เสือ ดุสิต ได้กระทำชำเราโดยที่ตนไม่ได้ยินยอม จึงได้ตัดสินใจแจ้งความในข้อหาข่มขืนด้วย ขอยืนยันว่าสิ่งที่เสือดุสิตพูดก่อนเข้าเรือนจำมีเรื่องที่จริงและไม่จริงจึงอยากให้สังคมพิจารณา