ททท.บุกตะวันออกกลาง-แอฟริกา เร่งเชื่อมเครือข่ายท่องเที่ยว สร้างความเติบโตแบบยั่งยืน

ททท. เดินเกมรุกตลาดตะวันออกกลางและแอฟริกา จัดงาน MTM 2026 เชื่อมเครือข่ายธุรกิจท่องเที่ยวไทยสู่ตลาดศักยภาพใหม่ พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย

วันนี้ (16 มิถุนายน 2569) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดงาน The Middle East & Africa Trade Meet (MTM) 2026: Bangkok Edition เวทีสำคัญในการเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจท่องเที่ยวระหว่างผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวไทยกับผู้ซื้อคุณภาพจากตะวันออกกลางและแอฟริกา โดยมีตัวแทนจากบริษัทนำเที่ยว 39 ราย จากตลาดศักยภาพ ได้แก่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โอมาน ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ เคนยา ไนจีเรีย และแอฟริกาใต้ เข้าร่วมพบปะเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการไทย 50 ราย อาทิ ธุรกิจโรงแรมที่พัก บริษัทจัดการการท่องเที่ยว (DMC) กอล์ฟคลับ และแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ณ โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ

นายสันติ แสวงเจริญ ผู้อำนวยการภูมิภาคอเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ททท. กล่าวว่า การจัดงาน MTM 2026 ในปีนี้ ททท. มุ่งขยายฐานตลาดนักท่องเที่ยวตะวันออกกลาง รวมถึงเดินหน้าเพิ่มส่วนแบ่งตลาดจากภูมิภาคแอฟริกา ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพเพิ่มขึ้นต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย โดยในปี 2568 ตลาดตะวันออกกลางและแอฟริกามีจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศไทย รวมกันมากกว่า 1 ล้านคนเป็นครั้งแรก นับเป็นสัญญาณสำคัญที่สะท้อนถึงศักยภาพการเติบโตของตลาดดังกล่าว โดยเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีระยะเวลาพำนักนาน มีกำลังซื้อสูง และมีความสนใจต่อสินค้าและบริการท่องเที่ยวที่หลากหลายของประเทศไทย

โดยทั้งสองตลาดมีพฤติกรรม ความต้องการ และรูปแบบการจองการเดินทางที่แตกต่างกัน โดยนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางมีจุดเด่นด้านกำลังซื้อสูง ระยะเวลาพำนักนาน นิยมเดินทางเป็นครอบครัว และให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัว การท่องเที่ยวระดับลักชัวรี สุขภาพและการแพทย์ การชอปปิง และบริการระดับพรีเมียม ขณะที่นักท่องเที่ยวจากแอฟริกา โดยเฉพาะแอฟริกาใต้ เคนยา และไนจีเรีย ให้ความสนใจกับการท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อน การเดินทางแบบครอบครัวและกลุ่ม ชื่นชอบกิจกรรมชอปปิง ไลฟ์สไตล์ ซอฟต์แอดเวนเจอร์ ชายหาด อาหาร และแพ็กเกจที่คุ้มค่า แต่ทั้งสองตลาดมีความต้องการการเดินทางที่มีคุณภาพ ความน่าเชื่อถือ ประสบการณ์ที่น่าจดจำ ความคุ้มค่า และการต้อนรับอย่างอบอุ่น ซึ่งเป็นจุดแข็งสำคัญของประเทศไทย

สำหรับตลาดตะวันออกกลาง ททท. จะมุ่งเน้นนำเสนอสินค้าและบริการในกลุ่ม Wellness & Medical Tourism, Family Travel และ Luxury Experiences โดยแนวคิดด้าน Wellness ในปัจจุบันไม่ได้จำกัดเฉพาะ สปาหรือการรักษาพยาบาลเท่านั้น แต่ครอบคลุมถึงการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน การฟื้นฟูสุขภาพ สุขภาวะทางใจ อาหารเพื่อสุขภาพ รวมถึง Family Wellness และ Luxury Wellness Journey ในส่วนของตลาดแอฟริกา ประเทศไทยมีศักยภาพในการนำเสนอสินค้าและบริการที่หลากหลาย เช่น การพักผ่อนริมทะเล เมืองท่องเที่ยวหลัก การชอปปิง ไนท์ไลฟ์ ซอฟต์แอดเวนเจอร์ แหล่งท่องเที่ยวสำหรับครอบครัว และความคุ้มค่าด้านราคา ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในตลาดแอฟริกา

นอกจากนี้ ททท. ยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะ Year-Round Destination โดยเฉพาะการส่งเสริมการเดินทางในช่วง Green Season ซึ่งสอดคล้องกับช่วงฤดูร้อนและวันหยุดโรงเรียนของตลาดตะวันออกกลาง ขณะที่ตลาดแอฟริกา โดยเฉพาะแอฟริกาใต้ มีความต้องการเดินทางที่เชื่อมโยงกับช่วงวันหยุดโรงเรียน การพักผ่อน ฮันนีมูน และการเดินทางเพื่อเป็นรางวัล หรือ incentive ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญในการส่งเสริมประเทศไทยตลอดทั้งปี ขณะเดียวกัน ททท. จะเดินหน้าส่งเสริมเมืองน่าเที่ยวและเมืองศักยภาพของไทย เช่น เชียงราย กาญจนบุรี เขาใหญ่ กระบี่ หัวหิน ตราด และพื้นที่อื่น ๆ เพื่อกระจายและลดความหนาแน่นในเมืองท่องเที่ยวหลัก และสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างสมดุลและยั่งยืน

ทั้งนี้ ททท. จะเดินหน้าทำงานร่วมกับพันธมิตรสายการบินจากตะวันออกกลางและแอฟริกา รวมถึงศูนย์กลางการบินสำคัญที่เชื่อมโยงนักท่องเที่ยวมายังประเทศไทย พร้อมผลักดันแคมเปญร่วมกับสายการบิน บริษัทนำเที่ยว OTA และผู้ประกอบการทัวร์ เพื่อกระตุ้นการจอง สร้างแพ็กเกจที่น่าสนใจ และทำให้ประเทศไทยเข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้นสำหรับนักท่องเที่ยวจากทั้งสองภูมิภาค

สำหรับการจัดงาน MTM 2026 ในครั้งนี้ ประกอบด้วยกิจกรรมสำคัญ ได้แก่ การนำเสนอทิศทางการส่งเสริมตลาด โดย ททท. การนำเสนอผลิตภัณฑ์จาก Thailand Privilege Card การเจรจาธุรกิจแบบ B2B ระหว่างผู้ซื้อจากต่างประเทศกับผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวไทย ตลอดจนกิจกรรมสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนไทยนำเสนอสินค้าและบริการท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวจากทั้งสองภูมิภาค โดยการจัดกิจกรรมได้รับการสนับสนุนจากสายการบิน Air Arabia, Oman Air และ บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด

นอกจากนี้ ก่อนการจัดงาน MTM 2026 ททท.ยังได้นำคณะบริษัทนำเที่ยวจากภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกา จำนวน 44 ราย เดินทางเข้าร่วมงาน Thailand Travel Mart Plus 2026 หรือ TTM+ 2026 ระหว่างวันที่ 10–12 มิถุนายน 2569 ณ เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี เพื่อส่งเสริมโอกาสทางธุรกิจระหว่างผู้ซื้อจากต่างประเทศกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทย พร้อมนำเสนอศักยภาพของพัทยาในฐานะจุดหมายปลายทางคุณภาพระดับโลกที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวจากตลาดศักยภาพสูง โดยคณะได้เข้าร่วมกิจกรรม VIP Open House Event: Lost World Experience ณ โรงแรม Centara Grand Mirage Beach Resort Pattaya

ซึ่งจัดขึ้นในรูปแบบ Pre-MTM Event เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ซื้อจากตลาดตะวันออกกลางและแอฟริกาได้สัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวและการบริการระดับพรีเมียมของประเทศไทยอย่างใกล้ชิด ด้วยการนำเสนอสินค้าและบริการของโรงแรมและรีสอร์ตในเครือ Centara Hotels and Resorts การเยี่ยมชมพื้นที่และห้องพักภายในโรงแรม ตลอดจนกิจกรรมสร้างเครือข่ายทางธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการไทยและบริษัทนำเที่ยวจากต่างประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อสินค้าและบริการท่องเที่ยวไทย และกระตุ้นให้เกิดการนำเสนอแพ็กเกจท่องเที่ยวประเทศไทยสู่ตลาดตะวันออกกลางและแอฟริกาเพิ่มมากขึ้น

ททท. เชื่อมั่นว่า การนำคณะบริษัทนำเที่ยวจากตลาดตะวันออกกลางและแอฟริกาเข้าร่วมงาน TTM+ 2026 ควบคู่กับการจัดกิจกรรม Pre-MTM Event ที่พัทยา และการต่อยอดสู่เวที MTM 2026 ที่กรุงเทพฯ จะช่วยขยายเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ สร้างโอกาสในการขายสินค้าและบริการท่องเที่ยวไทย และผลักดันการเดินทางของนักท่องเที่ยวคุณภาพจากภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาสู่ประเทศไทยให้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และจะเป็นตลาดสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในอนาคตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

