รมช.คมนาคม ติดตามงานศรีสะเกษ–อุบลฯ เร่งเดินหน้าโครงข่ายคมนาคม เชื่อมเศรษฐกิจชายแดน ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน

รมช.คมนาคม ติดตามงานศรีสะเกษ–อุบลฯ เร่งเดินหน้าโครงข่ายคมนาคม เชื่อมเศรษฐกิจชายแดน ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน





Image
ad1

กระทรวงคมนาคมเดินหน้ายกระดับโครงสร้างพื้นฐานภาคอีสานตอนล่าง เร่งติดตามความก้าวหน้าโครงการคมนาคมในจังหวัดศรีสะเกษและจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการฟื้นตัวของการค้าชายแดน การท่องเที่ยว และการลงทุน พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2569 ที่แขวงทางหลวงศรีสะเกษที่ 1 อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัด​ศรีสะเกษ​  ดร.สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจราชการและติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมในจังหวัดศรีสะเกษและจังหวัดอุบลราชธานี โดยมี นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วย นายธาตรี สิริรุ่งวนิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ นางสาวจินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต 5 หัวหน้าส่วนราชการ และภาคเอกชน ให้การต้อนรับ

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า แม้สถานการณ์ชายแดนในปัจจุบันจะส่งผลให้ด่านบางแห่งต้องปิดชั่วคราว แต่เมื่อสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ จังหวัดศรีสะเกษและจังหวัดอุบลราชธานีจะกลับมาเป็นศูนย์กลางการค้า การคมนาคม และโลจิสติกส์ชายแดนที่สำคัญของประเทศ จึงต้องเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งถนน สะพาน ระบบขนส่ง และระบบราง เพื่อรองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจในอนาคต

ในการประชุม หน่วยงานสังกัดกระทรวงคมนาคมได้รายงานความก้าวหน้าโครงการสำคัญในพื้นที่ โดยจังหวัดศรีสะเกษมีโครงการขนาดใหญ่หลายโครงการ อาทิ การก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 24 สายขุขันธ์–เดชอุดม ตอนหัวช้าง–แยกการช่าง–นากระแซง ซึ่งมีผลการดำเนินงานหลายช่วง เร็วกว่าแผน รวมทั้งโครงการขยายทางหลวงหมายเลข 221 สายศรีสะเกษ–ภูเงิน ที่มีความก้าวหน้ากว่า 72 เปอร์เซ็นต์ และเร็วกว่าแผนงาน ขณะที่โครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 2083 สายอุทุมพรพิสัย–ราษีไศล รวมสะพานข้ามแม่น้ำมูล อยู่ระหว่างเร่งรัดการดำเนินงานเพื่อเพิ่มศักยภาพการคมนาคมของจังหวัด

ส่วนจังหวัดอุบลราชธานี มีการรายงานความคืบหน้าโครงการยกระดับทางหลวงหมายเลข 2134 สายอำเภอตระการพืชผล–ตำบลดอนใหญ่ ทั้ง 2 ตอน ซึ่งมีความก้าวหน้าเร็วกว่าแผน รวมถึงโครงการก่อสร้างทางแยกต่างระดับแยกคำน้ำแซบ และแยกโนนหงษ์ทอง ที่จะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการเดินทาง ลดอุบัติเหตุ และเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าในภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

โอกาสนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้กำชับทุกหน่วยงานให้ทำงานเชิงรุก เร่งผลักดันโครงการตามลำดับความจำเป็น พร้อมเตรียมบุคลากรและเครื่องจักรรับมือสถานการณ์ฤดูฝน ดูแลความปลอดภัยของประชาชน และยึดหลักความโปร่งใสในการดำเนินงาน เพื่อให้การลงทุนด้านคมนาคมเกิดประโยชน์สูงสุด และขับเคลื่อนจังหวัดศรีสะเกษและจังหวัดอุบลราชธานี ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้านคมนาคม การค้า การท่องเที่ยว และโและโลจิสติกส์ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างในอนาคต

เสนาะ วรรักษ์/รายงาน