EEP GROUP ร้อง DSI ตรวจพบผู้ถือหุ้นในการเข้าบริหารผิดเงินหาย 300 ร้อยกว่าล้าน

EEP GROUP ร้อง DSI ตรวจพบผู้ถือหุ้นในการเข้าบริหารผิดเงินหาย 300 ร้อยกว่าล้าน





Image
ad1

สมุทรปราการ - บริษัท อีสเทิร์น เอเนอร์จี้ พลัส จำกัด ("บริษัท") โดยมี นายอปืนาช มาอี้ กรรมกรรมการ
และประธานเจ้าหน้าที่บริหารเป็นผู้แทนบริษัท แถลงความคืบหน้าเกี่ยวกับกระบวนการทางกฎหมายใน
คดีที่เกี่ยวข้องกับการกระทำอันถูกกล่าวหาว่ามิชอบของฝ่ายบริหารชุดเดิมของบริษัท
                นับตั้งแต่เตือนตุลาคม ปี พ.ศ. 2562 ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ได้ตรวจพบข้อสงสัยอันมีมูลเกี่ยวกับการทุจริตและการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของฝ่ายบริหารชุดเติม อดีตประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
ในขณะนั้น ส่งผลให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการและผู้บริหารชุดใหม่ของบริษัทฯ ซึ่งได้รับความไว้วางใจจาก
ผู้ถือหุ้นในการเข้าบริหารบริษัทฯ และเริ่มดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการ


              ภายหลังจากการตรวจ พบพฤติการณ์หลายประการที่เข้าข่ายความรับผิดทั้งทางแพ่งและอาญา บริษัทฯ
ได้ดำเนินคดีโดยขึ้นร้องทุกข์ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ซึ่งต่อมากรมสอบสวนดดีพิเศษได้ดำเนินการสอบสวน
อย่างละเอียด จนพบหลักฐานที่เกี่ยวข้องยืนยันว่าฝ่ายบริหารชุดเดิมมีพฤติการณ์ทุจริตและยักยอกเงินของบริษัทฯ
กรมสอบสวนคดีพิเศษพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญจึงได้มีคำสั่งรับเป็นคดีพิเศษ

และรายรายงานผลการสอบสวนดังกล่าวได้ถูกส่งต่อให้พนักงานอัยการ โดยพนักงานอัยการพิจารณาแล้วเห็นว่ามีเหตุอันควรดำเนินคลี และได้สั่งฟ้อง นายคณพศ นิจสิริภัช อดีตกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ นางจิตราภรณ์ เตชาชาญ
อดีตประธานคณะกรรมการ และพวก ต่อศาลอาญาเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 15 มกราคม 2569 ในข้อพาลักทรัพย์
ปลอมเอกสาร ใช้เอกสารปลอม เป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินธุรกิจของบริษัทกระทำการลวงให้บริษัทได้รับความเสียหาย และความผิดฐานฟอกเงิน ซึ่งเป็นค่าเสียหายขั้นต้นรวมกว่า 371 ล้านบาท โดยศาลอาญาได้มีคำสั่งรับฟ้องคดี และกำหนดวันนัดตรวจสอบพยานหลักฐานในกระบวนการพิจารณาคดีต่อไปแล้ว นอกจากนี้ บริษัทฯคาดว่า
กรมสวบสวนคดีพิเศษจะดำเนินการกล่าวโทษเพิ่มเติมเพื่อฟ้องร้องบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด
ระหว่างการสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษในเร็ววันนี้ ซึ่งนับเป็นความพยายามของคณะกรรมการและ
ผู้บริหารชุดใหม่ในการปกป้องผลประโยชน์ของบริษัทฯ และผู้ถือหุ้น


                ในโอกาสนี้ กลุ่มบริษัท อีสเทิร์น เอเนอร์จี้ พลัส ขอขอบคุณ นายระวี อักษรศีริ ผู้อำนวยการกองคดีการฟอก
อาญากรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI), ร้อยตำรวจเอก สุรวุฒิ รังไสย์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)
อัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 1 สำหรับความเป็นมืออาชีพเเละความรอบคอบในการดำเนินการสอบสวนและกระบวนการทางกฎหมาย
                คณะกรรมการ คณะผู้บริหารชุดใหม่ และผู้ถือหุ้นขอยืนยันว่าการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ยังคงเป็นไปตาม
ปรกติ โครงการก่อสร้างและการดำเนินงานโรงไฟฟ้ากำลังการผลิต 8 เมกะวัตต์ จำนวน 1 โครงการ และกำลังการ
ผลิต 3 เมกะวัตต์ อีก 2 โครงการ ของบริษัทในเครือยังคงคำเนินต่อเนื่องโดยไม่หยุดชะงัก โดยทั้งนี้ในการดำเนิน
ธุรกิจ บริษัทฯ ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดูแลสิ่งแวดล้อม การมีส่วนร่วมกับชุมชน และความรับผิดชอบต่อต่อสังคมตลอดช่วงที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ยกระดับมาตรฐานการดำเนินงาน และได้รับการรับรองมาตรฐาน 150 45001 ระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (OHI&S) พร้อมทั้งได้รับการรับรองมาตรฐาน 150 9001 ระบบการจัดการคุณภาพ และ ISO 14001 ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ บริษัทฯ มีการติดตามและควบคุมผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างสม่ำเสมอ โดยใช้เทคโนโลขีขั้นสูง อาทิ ระบบตรวจวัดกลิ่น (E-nose) เพื่อควบคุมกลิ่น น้ำเสีย และฝุ่นละออง บริษัทฯ ยังได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศหลายแห่งในการวางแผนบริหารพื้นที่และมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานจะไม่ส่งผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ พร้อมทั้งมีการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง อาทิ การมอบทุนการศึกษา การตรวจสุขภาพประจำปีให้แก่ชมชมชน และการสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับชุมชนในพื้นที่


                  สุดท้ายนี้ บริษัท อีสเทิร์น เอเนอร์จี้ พลัส จำกัด ยังคงมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจด้วยความมั่นคง โปร่งใส และยั่งยืนในระยะชาว ควบคู่ไปกับการอยู่ร่วมกับชุมชนอย่างรับผิดชอบ ภายได้หลักการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและความ
ปลอดภัยเป็นสำคัญ