กรมศุลกากรผนึกกำลัง สมอ. และ กรมทรัพย์สินทางปัญญา เดินหน้า ทลายสินค้าไร้มาตรฐาน และสินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้า มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจรวมกว่า 237 ล้านบาท


กรมศุลกากรผนึกกำลัง สมอ. และ กรมทรัพย์สินทางปัญญาเดินหน้าทลายสินค้าไร้มาตรฐานและสินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้ามูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจรวมกว่า 237 ล้านบาท
กรมศุลกากรเดินหน้าคุมเข้มสินค้าไร้มาตรธานเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยต่อผู้บริโภค พร้อมปฏิบัติการตรวจยึดสินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้า เพื่อปกป้องเศรษฐกิจของประเทศ จำนวน 6 กรณีสำคัญ มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจรวมกว่า 237 ล้านบาท

วันนี้ (วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569) เวลา 13.30 น. กรมศุลกากรร่วมกับสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) แถลงผลการปฏิบัติการบุกทลายโกดังกลางกรุง ยึดอุปกรณ์ส่องสว่างที่ไม่ได้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) พร้อมแถลงผลการบูรณาการกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาในการตรวจยึดสินค้านำเข้าที่ละเมิดเครื่องหมายการค้า รวมมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า237 ล้านบาท ซึ่งผลการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายรัฐบาลที่ให้เข้มงวดกับการป้องกันและปราบปรามสินค้าไม่ได้มาตรฐาน รวมถึงสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า โดยมีนายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร นายเอกนิติ รมยานนท์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และนายอาวุธ วงศ์สวัสดิ์ รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ร่วมกันแถลงข่าว ณ ห้องโถง อาคาร 1 กรมศุลกากร

นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 กรมศุลกากร ได้ผนึกกำลังร่วมกันลงพื้นที่เข้าตรวจสอบคลังสินค้าแห่งหนึ่งในเขตวังทองหลางกรุงเทพฯ สืบทราบว่ามีการเก็บสินค้าที่นำเข้าโดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากร จากการตรวจค้น พบอุปกรณ์ต่อเนื่องอื่น ๆ จำนวนกว่า 220 รายการ ซึ่งมีแหล่งกำเนิด
โดยไม่ปรากฏหลักฐานการผ่านพิธีการศุลกากร และไม่มีการแสดงเครื่องหมาย มอก. อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 และพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ.ศ. 2511 คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจประมาณ 13.6 ล้านบาท รับผลการปฏิบัติงานตรวจยึดผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐานมอก. ในปีงบประมาณ 2569 (ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2568 ถึงปัจจุบัน) พบการกระทำความผิดในกลุ่มสินค้า เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน แบตเตอรี่สำรอง และของเล่นเด็ก เป็นต้น รวม 33 คดี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ กรมศุลกากรยังให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามที่ละเมิดลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า โดยบูรณาการความร่วมมือกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อคุ้มครองเศรษฐกิจของประเทศและเสริมสร้างความปลอดภัยให้แก่สังคม ซึ่งมีกรณีสำคัญดังต่อไปนี้
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง ตรวจสอบสินค้าขาเข้าพบกระเป๋าคละแบบมีลายรูปประดิษธ์ 'FROZEN' 'SOFA' SPIDERMAN' 'MY LITLE PONY" และ 'KARL LAGERFELD'ปริมาณรวม 1,800 ชิ้น ซึ่งไม่ได้สำแดงในใบขนสินสินค้าขาเข้า และเจ้าของเครื่องหมายการค้ายืนยันว่าสินค้าดังกล่าวเป็นสินค้าระเมิดสิทธิ์ในครื่องหมายการดำ มูลค่าความเสียทายทางเศรษฐกิจ

2. วันที่ 21 มกราคม 2569 สำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ ตรวจสอบสินค้าขาเข้าจากประเทศจีนพบโช้คอัพ จำนวน 595 คู่ ซึ่งไม่ได้สำแดงในในใบขนสินค้าขาเข้า และบนผลิตภัณฑ์ระบุข้อความ "TOYOTA" และ"MADE IN THAILAND" จึงถือเป็นสินค้าปลอมแปลงถิ่นกำเนิดและอาจเข้าข่ายเป็นสินค้าที่ละเมิดเครื่องหมายการค้ามูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจ 1.87 ล้านบาท
3. วันที่ 30 มกราคม 2569 สำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ ตรวสอบสินค้าขาเข้าจากประเทศจีน พบผ้าเบรกรถยนต์จำนวน 2,400 คู่ ซึ่งระบุข้อความที่สื่อถึงเครื่องหมายการค้า TOYOTA NISSAN FORD และ HITACHI Solar Light อีกจำนวน 425 ชิ้นระบุข้อความ Panasonic ซึ่งคาดว่าสินค้าดังกล่าวไม่สามารถแสดงเครื่องหมายการค้า ทั้งนี้ สินค้าทั้งหมดระบุข้อความ "Made In Japan" มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจ 3.5 ล้านบาท

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 กองสืบสวนและปราบปราม ได้ทำการอายัดสินค้า ณ เขตปลอดอากร อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ต้นทางจากประเทศเวียดนาม ใช้สิทธิประโยชน์เขตปลอดอากร ผลการตรวจค้นพบละเมิดเครื่องหมายการค้า จำนวน 34,400 ตัว และเสื้อที่สำแดงเมืองกำเนิดเป็นเท็จ จำนวนมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจ 215 ล้านบาท
5. วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ด่านศุลกากรอรัญประเทศ สำนักงานศุลกากรภาคที่ 1 ได้เข้าตรวจสอบพัสดุทำการขนส่งแห่งหนึ่ง ในเขตพื้นที่อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ผลการตรวจค้นพบรองเท้าซึ่งเป็นสินค้าที่ไม่ได้ผ่านพิธีการศุลกากรและอาจละเมิดเครื่องหมายการค้า มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจ 362,000 บาท

5 กรณีข้างต้นถือเป็นสินค้าต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร ตามพระราชบัญญัติเครื่อง พ.ศ. 2534 และพระราชบัญญัติการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอามาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ. 2522 ประกอบประกาศ กระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้สินด้าละเมิดเครื่องหมาย การค้าและสินค้าละเมิดสิขสิทธิ์ เป็นสินค้าที่ต้องห้ามส่งออกห้ามนำเข้า และห้ามนำผ่านราชอาณาจักร พ.ศ. 2565 และพระราชบัญญัติห้ามนำของที่มีการแสดงกำเนิดเป็นเป็นเท็นเข้ามาพุทธศักราช 2481

ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2569 (1 ต.ค. 68 - ปัจจุบัน) กรมศุลกากรได้จับกุมสินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้ารวม 38 คดี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 885 ล้านบาท
อธิบดีกรมศุลกากร ได้กล่าวต่ออีกว่า ภารกิจของกรมศุลกากรไม่ได้จำกัดเพียงการเข้มงวดกวดขันปราบปรามการลักลอบหนีภาษีเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญสูงสุดกับการยกระดับการคุ้มครองความปลอดอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ด้วยการป้องกันและปราบปรามสินค้าที่ไม่มี มอก. อย่างจริงจัง เข้มงวด และต่อเนื่องอีกทั้งยังมุ่งเน้นกวดขันสินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้า เพื่อเป็นการปกป้องเศรษฐกิจสังคม และเป็นการสร้างภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นในระดับสากล






