ศพของ "พอล พต" ผู้นำเขมรแดงฌาปนกิจโดยการเผา ไม่ใช่ฝังดิน ตามที่ "สื่อ"ต่างๆได้เขียนกันขึ้นมา

ไม่ต่างจากชาวอินเดียที่นับถือศาสนาฮินดูเมื่อตายแล้วจะห่อด้วยผ้านำร่างไปเผา เอากระดูกไปโปรยแม่น้ำคงคา ซึ่งชาวเขมรเป็นชาวอินเดียตอนใต้อพยพมาตามลำน้ำมาปักหลักที่ทะเลสาป
ผมได้ไปทำข่าวพิธีฌาปนกิจศพ ของ พอล พต Pol pot มาเป็นที่ประจักษ์ เมื่อเดือนเมษายน ค.ศ 1998 พลพตในวัย 72 ปีป่วยกระเซาะกระแซะ คอยหลบหนีฝ่ายขวาศัตรูกลุ่มต่อต้านคอมมิวนิสต์และระบบเผด็จการของเขมรแดง ต้องย้ายที่อยู่ตลอด ต้องย้อมผมดำอำพรางเพื่อการหลบหนี

ข่าวการตายหรือการมีชีวิตอยู่ของผลพจน์ช่วงนั้นสับสน แนวรบจึงวุ่นวายกันอยู่ เมื่อ พอล พต เสียชีวิตด้วยโรคชรา บ้านเมืองก็จะสงบได้เปลาะหนึ่ง ข่าวการเสียชีวิตของพอล พต นั้นมีประจำแต่ก็ไม่ตายซะที เมื่อพอล พต เสียชีวิตจริงแล้ว "อเมริกา"จึง จัดฉากเผยแพร่ข่าวเพื่อให้คนทั่วไปและทั่วโลก รู้จริงว่า พอล พต เสียชีวิตจริงแท้แน่แล้ว
พอล พต นั้น เกิดที่บ้านแพรกสะเบา ชานเมืองกำปงธม มีที่มั่นทางทหารครั้งสุดท้ายที่เมืองอันลองเวง และมีที่พักเป็นหน้าผาติดกับชายแดนช่องสะงำ ผมไปสำรวจมาแล้ว เส้นทางผ่านป่าโปร่ง เพราะตัดไปขายหกมดแล้ว นัยว่าเป็นที่หากินของกูปรี ทหารเขมรแดงล่าไปกินหมดไม่เหลือ

การที่จะให้คนทั่วไปทั่วโลกรู้ว่า พอล พตเสียชีวิตแล้ว จึงต้องเชิญสื่อทั้งส่วนภูมิภาค ส่วนกลางและสื่อทั่วโลก มาทำข่าวการเสียชีวิตของ พอล พต นำไปเผยแพร่ หากจะจัดที่บ้านเกิดของ พอล พต จะไม่สะดวกไม่ปลอดภัยสำหรับนักข่าวเดินทางในยามสงคราม จึงจำลองเอาที่จุดผ่อนปรนการช่องสะงำ อันแรกไม่ใช่สถานที่ปัจจุบันนี้
จัดฉากสร้างบ้านเหมือนกระท่อมฝาไม้หลังคามุงหญ้าคาใหม่ มีรองงเท้าแตะวางเป็นระเบียบ ฟูก หมอน พัดใหม่เอี่ยม มีดอกเฟื่องฟ้าสีแดงวางอยํ่ด้านบน จมูกอัดสำสี ผมย้อมดำ จัดฉากเพื่อถ่ายภาพข่าวให้รู้ว่าตายจริง ศพของก็เอาเผาบริเวณนั้นแหละ ซึ่งประเพณีมีการเผา ไม่ฝังเหมือนประเพณีจีนคนที่นั่งเทียนไม่จุดไฟ มองไม่เห็นจึงมั่วว่า

หลุมฝังศพของพล พต การเผานั้นลักษณะอนาถาไม่ม่ท่อนไม้มาวางพอให้เป็นเชื้อเพลง เพียงหยิบเอาเศษไม้กระดาดอัดไม้เก่าผ้าเก่า ยางรถยต์ ไม่สมเกียรติผู้นำเขมรแดงเลย จากนั้นมีกั้นรั้ว ไม่มีร่าง ไม่มีกระดูก จึงเขียนหนังสือว่า เป็น อนุสรณ์สถาน ต่อไป

เสนาะ วรรักษ์/เรื่อง


