พลิกสวนยางสู่ทุ่งนาเงินล้าน "ปลูกข้าวสีชมพู"แลนด์มาร์กสีสันแห่งใหม่เมืองตรัง

พลิกสวนยางพารา สู่ผืนนาสีสันที่กลายเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ดึงดูดนักท่องเที่ยวและพืชเศรษฐกิจมูลค่าสูง “ข้าวสีชมพู” ที่ “หลานย่ารีสอร์ทแอนด์คาเฟ่” ไม่ได้เป็นแค่ความสวยงาม แต่เป็นนวัตกรรมที่กำลังสร้างรายได้หลักล้าน และจุดประกายความหวังใหม่ให้แก่เกษตรกรในจังหวัดตรัง
กำลังกลายเป็นที่กล่าวถึงอย่างแพร่หลายอยู่ในขณะนี้และเป็นจุดเช็คอินแห่งใหม่ที่มีกรุ๊ปทัวร์จากทั่วสารทิศไปเยี่ยมชม "หลานย่ารีสอร์ทแอนด์คาเฟ่" หมู่บ้านควนกุน ต.กะลาเส อ.สิเกา จ.ตรัง ของ "คุณสนอง แสนสุข" หรือ “เฮียอ๋อง” วัย 59 ปี ได้สร้างความฮือฮาด้วยการเปลี่ยนพื้นที่สวนยางพาราเดิมกว่า 2 ไร่ ให้กลายเป็นทุ่งนาสีชมพูสะพรั่ง
จุดเริ่มต้นของความสำเร็จครั้ง มาจากการค้นหาข้อมูลในโลกออนไลน์ "เฮียอ๋อง"บังเอิญเห็นภาพของ “นาข้าวสีชมพู” ที่ อ.ปะเหลียน จ.ตรัง จึงเกิดจุดประกายความสนใจและตัดสินใจทุ่มทุนติดต่อขอซื้อเมล็ดพันธุ์มาทดลองปลูกในปี 2564 ด้วยราคาสูงถึง 3,000 บาทต่อขีด โดยเริ่มจากเพียง 2-3 ขีดเท่านั้น จากนั้นได้ทำการเพาะและขยายพันธุ์ด้วยตนเอง จนในที่สุดท้องทุ่งนาแห่งนี้ก็เต็มไปด้วยสีชมพูอมม่วงที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร

ปัจจุบัน"นาข้าวสีชมพู"ของเฮียอ๋อง ได้กลายเป็นแลนด์มาร์คแห่งที่ 2 ของจังหวัดตรัง ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้มาเยี่ยมชมอย่างไม่ขาดสาย เฮียอ๋องจัดให้มีร้านอาหารและรีสอร์ทควบคู่กัน เพื่อให้ผู้มาเยือนจากแดนไกลสามารถแวะพักผ่อนรับประทานอาหาร และถ่ายภาพความสวยงามของทุ่งนาได้ตลอดทั้งวัน ความพิเศษในขณะนี้คือ ทุ่งนามีทั้งแปลงที่กำลังตั้งท้องและแปลงที่ใกล้เก็บเกี่ยว ทำให้เกิดมิติของสีสันและพื้นผิวที่หลากหลาย เป็นภาพที่สวยงามและแปลกตา สร้างความเพลิดเพลินในการเก็บภาพแห่งความทรงจำอย่างเต็มที่
แม้จะเป็นพืชที่ให้ผลผลิตค่อนข้างน้อยเพียง 30-40 กิโลกรัมต่อไร่ และใช้เวลาปลูกนานถึง 120 วัน แต่ “ข้าวสีชมพู” กลับกลายเป็นพืชทำเงินที่สร้างรายได้เกือบ 1 ล้านบาทต่อปี ให้กับเฮียอ๋อง ความต้องการเมล็ดพันธุ์สูงมาก จนมียอดจองซื้อล่วงหน้าไม่ต่ำกว่า 80-90 กิโลกรัม ทำให้ต้องเข้าคิวรอรับเมล็ดพันธุ์กันยาวไปจนถึงปีหน้า
เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ราคาขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 15,000 บาท แม้ตอนนี้จะลดลงมาเหลือเพียง 3,500 บาทต่อกิโลกรัม หรือขายแยกเป็นเมล็ดละ 1 บาท แต่ก็ยังเป็นราคาที่สูงมากเมื่อเทียบกับข้าวทั่วไป ทำให้เฮียอ๋องเน้นขายแบบ “แบ่งปัน” ให้ผู้ที่สนใจนำไปทดลองปลูกเป็นหลัก เนื่องจากผลผลิตยังไม่เพียงพอต่อการบริโภคหรือการขายในตลาดทั่วไป

“เฮียอ๋อง” กล่าวกับลูกค้าที่ถามถึงรสชาติของข้าวสีชมพูว่า “ผมยังไม่เคยกินเลย เพราะมีไม่พอขาย” พร้อมเล่าถึงประสบการณ์ที่ลูกค้าจากระนอง มาขอแบ่งปันเมล็ดพันธุ์ไป ทำให้เขายังต้องรอข้าวรอบใหม่เพื่อหุงกินเป็นครั้งแรกในชีวิต
ข้าวสีชมพูมีวงจรสีที่น่าสนใจ โดยเมื่อเริ่มปลูกจะให้สีชมพูอมม่วงสวยงามไปจนถึงช่วงตั้งท้อง ใช้เวลาประมาณ 3 เดือน ก่อนที่ใบจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวอมม่วงเพื่อสังเคราะห์แสง แต่รวงข้าวจะยังคงให้สีชมพูอมม่วงที่สวยงาม
ด้านการดูแล เฮียอ๋องใช้ปุ๋ยคอกสลับกับปุ๋ยเคมีสูตรเสมอ 15-15-15 เดือนละ 2 ครั้ง และใช้สูตรเร่งดอก 0-0-60 เมื่อข้าวเริ่มตั้งท้อง เพื่อช่วยให้เมล็ดแตกรวงมาก ส่วนคุณค่าทางอาหารนั้น แม้จะมีเมล็ดข้างในเป็นสีม่วงเข้มและเนื้อในเป็นแป้งสีขาว แต่ก็เต็มไปด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ทำให้ข้าวชนิดนี้ไม่เพียงแต่สวยงาม แต่ยังเป็นทางเลือกด้านสุขภาพในอนาคต

ด้วยศักยภาพในการทำเงินและเอกลักษณ์ที่โดดเด่น ทำให้ “ข้าวสีชมพู” กลายเป็นพืชเศรษฐกิจชนิดใหม่ที่ทำเงินได้อย่างมหาศาล โดยเฉพาะความต้องการต้นกล้า เพื่อนำไปปลูกประดับตกแต่งสถานที่จากโรงแรมและรีสอร์ทต่างๆ ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โดย : ทรงวุฒิ นาคพล จ.ตรัง

