เจาะลึกมวยคู่เอกเขต 2 ปทุมธานี ใครคือตัวจริงบนเวทีการเมือง

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การเมืองปทุมธานีสะท้อนภาพเปลี่ยนผ่านอย่างชัดเจน จากเดิมที่ “บ้านใหญ่” และพรรคการเมืองกระแสหลักถือเข็มขัดแชมป์ต่อเนื่องหลายสมัย กระทั่งการเลือกตั้งรอบล่าสุดที่พรรคแนวคิดใหม่ในนาม “พรรคประชาชน” สามารถเจาะเกราะป้องกันและคว้าเก้าอี้ไปครองหลายเขต ทำให้สมดุลอำนาจเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ

การเลือกตั้งปี 2569 จึงเปรียบเหมือน “ไฟต์ล้างตา” ของหลายตระกูลการเมืองดังในจังหวัดปทุมธานี ในมุมของ “มวยบ้านใหญ่” พรรคเพื่อไทย ส่ง“เต๋า” ศุภชัย นพขำ เบอร์ 1 อดีต สส.ปทุมธานี ขึ้นชกในฐานะผู้ทวงเข็มขัดคืน “มวยบ้านสามโคก” พรรคภูมิใจไทยส่ง ชิดชนก พวงเพ็ชร์ เบอร์ 7 ลงชิงชัย ฝั่ง “มวยกระแส” พรรคประชาชนส่ง วรชิต จันทร์แบบ เบอร์ 2 ซึ่งถูกมองว่าเป็นตัวแปรสำคัญในสนามเขต 2และคงเป็นการขับเคี่ยวกันแค่ 3 เบอร์นี้เท่านั้นเอง

น่าจับตาที่สุดคงเป็นเขตเลือกตั้งที่ 2 เป็นการแข่งขันระหว่างตัวแทน 2 บ้านใหญ่จากที่เคยเป็นมิตรกัน ศึกครั้งนี้ต้องมาห้ำหั่นกันเองระหว่าง “ค่ายชาญ พวงเพ็ชร์” ปะทะบ้านใหญ่ค่ายนายกแป๊ะ “ป.นำโชค” ลุงชาญส่งลูกสาว ชิดชนก พวงเพ็ชร์ สวมเสื้อน้ำเงิน ท้าชน “เต๋า” ศุภชัย นพขำ อดีต สส.ปทุมธานี ค่ายสีแดง นอกจากนี้ยังมีแชมป์เก่าค่ายสีส้มส่ง วรชิต จันทร์แบบ (เปา) อดีตผู้สมัคร ส.อบจ.ปทุมฯ เขต อ.สามโคก มาแทน เจษฎา ดนตรีเสนาะ อดีต สส.เขต 2 ที่ย้ายไปลงเขต1 มาร่วมวงในศึกครั้งนี้ด้วย โดยเขต 2 ประกอบด้วย อ.สามโคก และ อ.เมืองปทุมธานี (เฉพาะ ต.บางปรอก ต.บ้านกระแชง ต.บางพูด ต.บ้านกลาง ต.สวนพริกไทย ต.บางพูน และ ต.บางกระดี)

เขตเลือกตั้งที่ 2 ปทุมธานี ชาญ พวงเพ็ชร์ ครั้งนี้ถอดเสื้อสีแดงกลับมาใส่เสื้อสีน้ำเงินอีกครั้ง มาครั้งนี้ หมายมั่นปั้นมือ ส่งลูกสาวสุดเลิฟ ชิดชนก พวงเพ็ชร์ ลงชิงชัย เพราะการแบ่งเขตเลือกตั้งในครั้งนี้ มันเข้าทาง บ้านใหญ่สามโคก ที่มีอำเภอสามโคกทั้งอำเภอ แถมมี 2 สจ.ในมือคือ ศริญญกรณ์ พวงเพ็ชร์ ลูกสาวคนรอง และโนรีย์ นิยมแก้ว เป็นฐานเสียงใน อ.สามโคกอีก ยิ่งทำให้มั่นใจว่า อำเภอสามโคกคะแนนเสียงไม่เป็นรองใคร

แต่อย่ามองข้าม วรชิต จันทร์แบบ ผู้สมัครค่ายสีส้ม ก็เป็นลูกหลานชาวสามโคกเหมือนกัน เป็นลูกชายอดีตคนสนิทลุงชาญใจดี ที่ผ่านมาในการลง ส.อบจ เขตอำเภอสามโคก ผลคะแนนก็ไม่ได้ขี้เหร่ เข้าถึงชาวบ้านแบบเดินเคาะประตูบ้านเลยทีเดียว แถมกระแสพรรคตามโพลต่างๆก็ดีอีกด้วย คงไม่ง่ายที่ลุงชาญจะกำคะแนนแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย

ข้ามมาฝั่งบ้านใหญ่เมืองปทุมฯคนเมืองปทุมรู้จัก บ้านใหญ่ “ป.นำโชค” คือสายัณ นพขำหรือ “นายกแป๊ะ”อดีตนายก อบต.บ้านกลาง มาหลายสมัย เรื่องสรรพกำลังและกระสุนดินปืนเป็นที่รู้กันว่า ตระกูล”นพขำ” ไม่เป็นรองใคร และในศึกครั้งนี้ นักการเมืองท้องถิ่นกำนันผู้ใหญ่บ้านเทใจรวมตัวกันให้การสนับสนุน “เต๋า” ศุภชัย นพขำ กันอย่างเต็มที่ และด้วยสโลแกน “ราชสีห์เมืองปทุม” ไม่พูดให้ฟัง แต่จะทำให้ดู จนทำให้เต๋า ศุภชัย เป็นขวัญใจวัยรุ่นเมืองปทุมไปค่อนเมือง ด้วยความที่เป็นคนใจถึงพึ่งได้ อ่อนน้อมถ่อมตน ทำให้มีแม่ยกทุกวัยที่ยังรักและเอ็นดู เต๋า ศุภชัย มากทั้งเขตอำเภอสามโคกและเขตอำเภอเมืองปทุมธานี

ศึกเลือกตั้งเขตเลือกตั้งที่ 2 ในครั้งนี้มองดูองค์ประกอบหลายๆด้านแล้ว น้ำหนักเทไปยัง บ้านใหญ่ ป.นำโชค เพราะคู่แข่งทั้ง 2 คน เป็นนักการเมืองหน้าใหม่ของปทุมธานี ด้วยความเชี่ยวการทำการเมืองแล้ว เต๋า ศุภชัย ยังเป็นต่ออยู่หลายขุมในเรื่องของตัวบุคคล และพรรคเพื่อไทยคงกำชับให้ สุรพงษ์ อึ้งอำพรวิไล ผู้สมัคร เขต 1 ปทุมธานี ซึ่งมีฐานเสียงในเขตอำเภอสามโคก สนับสนุน เต๋า ศุภชัย ประกอบกับในทางลึก พล.ต.ท คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก.อบจ.ปทุมธานี ต้องเทใจให้กับหลานเต๋า ศุภชัย อย่างแน่นอน เพราะต้องการสกัด บ้านใหญ่สามโคก ให้ไปไม่ถึงฝัน ในการเลือกตั้งในครั้งนี้

โดยครั้งนี้ เต๋า ศุภชัย นพขำ ลงพื้นที่ทำการเมืองอย่างต่อเนื่องชูนโยบายยกระดับคุณภาพชีวิตพี่น้องประชาชนทุกระดับ อาทิ ล้างหนี้ประชาชน, หวยเกษียณ, ประกันกำไรสินค้าเกษตร 30 %, ลดค่าไฟ 3.70 บาท, บ้านเพื่อคนไทย,รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย เพื่อไทยทำได้ ประกอบกับคะแนนนิยมที่สูงขึ้นของดร.เชน ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ทำให้ฐานเสียงพรรคเพื่อไทยแข็งแกร่งและเรตติ้งพุ่งกระฉูด ทำให้ เต๋า ศุภชัย นพขำ มีโอกาสมากที่จะทวงแชมป์คืนสำเร็จ

ศึกครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการแข่งขันระหว่างพรรคการเมืองหากแต่เป็นการประลองยุทธ์ระหว่าง “ทุนทางการเมืองเดิม” กับ “การเมืองกระแสใหม่” บนกติกาเดียวกัน คือคะแนนเสียงของประชาชน เปรียบเสมือนกรรมการให้คะแนนรอบเวที ซึ่งพร้อมจะชูมือให้ผู้ที่พิสูจน์ได้ว่าทำงานจริง เข้าใจพื้นที่จริง และตอบโจทย์อนาคตจังหวัดปทุมธานีได้ชัดเจนที่สุด

พงศ์พัทธ์ วงศ์ยะลา ปทุมธานี

.

