กรมชลประทานเดินหน้า ติดตามโครงการบริหารจัดการน้ำ โขง–เลย–ชี–มูล ระยะที่ 1(ระบบส่งน้ำ)

กรมชลประทานเดินหน้า ติดตามโครงการบริหารจัดการน้ำ โขง–เลย–ชี–มูล ระยะที่ 1(ระบบส่งน้ำ)





Image
ad1

นางดรรชนี เฉยเพ็ชร ผู้เชี่ยวชาญ ด้านที่ปรึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม สำนักบริหารโครงการกรมชลประทาน กล่าวว่า สำหรับผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการพัฒนาโครงการบริหารจัดการน้ำ โขง เลย ชี มูล โดยแรงโน้มถ่วง ระยะที่ 1 (ระบบส่งน้ำ) ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีพื้นที่ดำเนินการทั้งสิ้น 85,711 ไร่ เป็นพื้นที่ก่อสร้างคลองส่งน้ำและระบบส่งน้ำ 79,950 ไร่พื้นที่ทิ้งดินอีก 5,761 ไร่ จำนวน 111 แห่ง มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากการเวนคืนที่ดิน 79,000 กว่าไร่เศษ มูลค่าชดเชยที่ดิน 8,700 ล้านบาท รวมมูลค่าที่ดินและทรัพย์สินที่ต้องจ่ายค่าชดเชยทั้งสิ้นประมาณ 19,000 ล้านบาท มีประชากรที่ได้รับผลกระทบ 28,580 ราย

ซึ่งในส่วนนี้กรมชลประทานได้มีการชดเชยเยียวยาอย่างเป็นธรรมให้กับผู้ได้รับผลกระทบ รวมทั้งมีการจัดทำแผนป้องกันแก้ไขและติดตามตรวจสอบเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง มีระยะเวลาดำเนินการรวมทั้งสิ้น 15 ปี สำหรับโครงการขนาดใหญ่ และเมื่อโครงการเสร็จสิ้นแล้ว จะมีพื้นที่ชลประทานได้รับประโยชน์ 1.69 ล้านไร่ บริหารจัดการน้ำโดยการผันน้ำตลอดทั้งปี สามารถผันน้ำได้ 3,500- 3,800 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ซึ่งเป็นการพัฒนาพื้นที่การเกษตร และมีการบริหารจัดการน้ำครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด 6 จังหวัด ได้แก่ หนองบัวลำภู ขอนแก่น ชัยภูมิกาฬสินธุ์ มหาสารคาม และนครราชสีมา รวมทั้งสิ้น 30 อำเภอ 176 ตำบล ซึ่งโครงการมีลักษณะเป็นคลองเปิด จะมีถนนข้างลำคลอง จะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวได้ด้วย

"สำหรับพื้นที่ภาคอีสานเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าเป็นพื้นที่แห้งแล้งประสบปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งอย่างซ้ำซาก โดยเฉพาะพื้นที่สูงจะส่งน้ำยาก ในการพัฒนาโครงการ บริหารจัดการน้ำ โขง เลย ชี มูล โดยแรงโน้มถ่วง ระยะที่ 1 (ระบบส่งน้ำ) ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะครอบคลุมพื้นที่ดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ กรมชลประทานมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชน เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งและอุทกภัย รวมทั้งการพัฒนาคุณภาพชีวิตและยกระดับรายได้เพิ่มผลผลิตทางการเกษตรให้กับพี่น้องประชาชนในภาคอีสานอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนต่อไป" นางดรรชนี กล่าว

นายชาญศักดิ์ ธานี วิศวกรระดับ 10 สังกัดกองเดินเครื่อง โรงไฟฟ้าพลังน้ำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เขื่อนอุบลรัตน์ เปิดเผยว่า ภารกิจหลักของโรงไฟฟ้าคือการดูแลควบคุมระดับน้ำของโรงไฟฟ้า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สำหรับ เขื่อนอุบลรัตน์ ถือว่าเป็นเขื่อนขนาดใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออก เฉียงเหนือ มีความจุอยู่ที่ 2,431 ล้านลูกบาศก์เมตร มีภารกิจหลักเพื่อการชลประทานและการเกษตร รวมถึงการผลิตกระแสไฟฟ้า มี อัตรากำลังการผลิตอยู่ที่ 24 เมกะวัตต์ ด้วยเครื่องกำเนิดไฟฟ้า 3 เครื่องๆ ละ 8 เมกะวัตต์ สำหรับ สถานการณ์น้ำเมื่อปี 2558 ที่ผ่าน มา พบว่ามีปริมาณน้ำค่อนข้างดี มี ปริมาณมากกว่า 90% ของความจุ เขื่อน ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี โดยจะมี การสูบน้ำและปล่อยน้ำเพื่อทำการ เกษตรและชลประทาน

ทั้งนี้กรมชลประทาน นับว่าเป็นส่วนสำคัญในการบริหารจัดการน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนในพื้นที่ นอกจากนั้น ทางโรงไฟ้ฟาฯ ยังมีกิจกรรมสนับสนุนชุมชน อย่างเช่น ส่งเสริมการท่องเที่ยว มีลาน ปั่นจักรยานชมทัศนียภาพภายใน เขื่อน สถานประกอบการ ร้านค้า ต่าง ๆ ปัจจุบันได้มีการสร้างโซล่าฟาร์ม เฟสแรก กำลังการผลิต 24 เมกะวัตต์ และในอนาคตจะเพิ่มกำลังการผลิตในเฟส 2 อยู่ที่ ประมาณ 60 เมกะวัตต์ ซึ่งจะเริ่ม ดำเนินการภายใน 1-2 ปี นี้ และใน อนาคตมีแผนจะก่อสร้างสะพานข้ามเขื่อนจากฝั่งจังหวัดขอนแก่นไปยังจังหวัดหนองบัวลำภู ขณะนี้ อยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไป ได้ของโครงการ ซึ่งจะส่งผลดีใน ด้านการท่องเที่ยวในอนาคต

นายสุรพงษ์ อาจนนท์ลา ประธานกลุ่มเกษตรอินทรีย์บ้านหนองงูเหลือม ต.บ้านค้อ อ.โนนสัง จ.หนองบัวลำภู กล่าวว่า ตำบลบ้านค้อมีพื้นที่ทั้งหมด 17,000 ไร่ และมีพื้นที่การเกษตรประมาณ 10,000 ไร่ เป็นดินอุดมสมบูรณ์ เหมาะสำหรับทำการเกษตร โดยเฉพาะในช่วงหลายปีที่ผ่านมาประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอย่างหนัก สามารถทำนาได้เพียงฤดูเดียว ดังนั้น การที่มีน้ำเป็นต้นทุนการผลิตก็จะทำให้มีพืชผักผลไม้ให้ประชาชนบริโภคเพิ่มขึ้น ปัจจุบันได้ทำการต่อยอดจากพืชที่ถูกบุกรุกแผ้วถางให้กลายเป็นป่าชุมชนจำนวน 1,547 ไร่ มีสวนป่าศึกษาระบบนิเวศ อ่างเก็บน้ำ 300 ไร่ ถ้ามีโครงการนี้เกิดขึ้น ก็จะทำให้มีแหล่งกักเก็บน้ำเพิ่มขึ้น สามารถกระจายน้ำไปยังพื้นที่ 10,000 กว่าไร่และพื้นที่ใกล้เคียงอีก 200,000 ไร่ นับว่าเป็นเกษตรฐานรากที่เข้มแข็ง สร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กับชุมชน

"ถ้ามีโครงการนี้คิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะเขียวขจีขึ้น มีป่าชุมชนแห่งใหม่ ช่วยให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้น และสิ่งสำคัญที่จะตามมาคือรายได้ของชุมชนจะดีขึ้นด้วย "นายสุรพงษ์ กล่าว

นางหนูทิพย์ คลังกลาง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 3 ต.บ้านค้อ อ.โนนสัง จ.หนองบัวลำภู กล่าวเสริมว่า เห็นด้วยกับโครงการนี้ เพราะได้ติดตามมาตลอด เพื่อต้องการให้พี่น้องประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด ที่ผ่านมาพอถึงช่วงหน้าแล้งก็จะแล้งจริงๆ ไม่มีน้ำสักหยด เกษตรกรอยากทำนาหลายรอบ แต่ไม่มีโอกาส ดังนั้น จึงอยากให้กรมชลประทานเล็งเห็นปัญหาของพี่น้องประชาชน โดยเร่งรัดโครงการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่

ด้านนางศศิธร  พันธ์โบว์  ประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มปลูกผักปลอดสารพิษบ้านหนองหญ้าข้าวนก ระบุว่า  ทางกลุ่มเพาะปลูกเพื่อให้ผลิตสินค้าได้อย่างมีคุณภาพและต่อเนื่อง ช่วยลดต้นทุนการผลิต เช่น การปลูกผักกางมุ้ง หรือควบคุมการผลิตด้วยระบบโทรศัพท์ และเร่งเพิ่มศักยภาพสมาชิกกลุ่มให้มีความรู้และเชี่ยวชาญการผลิต การตลาด และเทคโนโลยี โดยเข้ารับการอบรมถ่ายทอดความรู้จากหน่วยงานของภาครัฐ

สำหรับกลุ่มปลูกผักปลอดสารบ้านหนองหญ้าข้าวนก ก่อนหน้านี้ได้ปลูกพืชผักสวนครัวเพื่อการบริโภคภายในครัวเรือนและขายภายในชุมชนเท่านั้น ต่อมามีการขยายตัวของตลาดเข้ามาในพื้นที่มากขึ้น จึงเป็นโอกาสให้กลุ่มสามารถสร้างรายได้จากการขายผักเพิ่มขึ้น โดยใช้เป็นพื้นที่สาธารณะภายในหมู่บ้านเป็นแหล่งเพาะปลูก แบ่งเป็น สวนหลวง ซึ่งเป็นสวนสาธารณะกลางหมู่บ้าน ขนาดพื้นที่ประมาณ 5 ไร่ และสวนโนน บริเวณหนองหมากเท้ง ซึ่งเป็นแหล่งน้ำสาธารณะในหมู่บ้าน ขนาดพื้นที่ 30 ไร่ มีพื้นที่ปลูกผักรวมทั้งหมดประมาณ 20 ไร่ มีการจัดสรรพื้นที่ให้กับสมาชิกคนละประมาณ 100 ตารางวา และได้รับการจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชนใน ปี 2549 ในนาม วิสาหกิจชุมชนปลูกผักเศรษฐกิจพอเพียงบ้านหนองหญ้าข้าวนก