ป.ป.ช.พิจิตรลุยตรวจสอบเขื่อนป้องกันตลิ่ง โดยกรมโยธาฯงบ13 ล้าน! หลังพังยับ พบงานล่าช้า-แบบแปลนไม่รับโค้งน้ำ

ป.ป.ช.พิจิตรลุยตรวจสอบเขื่อนป้องกันตลิ่ง โดยกรมโยธาฯงบ13 ล้าน! หลังพังยับ พบงานล่าช้า-แบบแปลนไม่รับโค้งน้ำ





Image
ad1

เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569 นายวราพงษ์ อินต๊ะโมงค์ ผอ. ป.ป.ช. พิจิตร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มงานป้องกันการทุจริต และเครือข่ายชมรม STRONG และ นายณัฐวรรธน์ อักษรกาญจน์ โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดพิจิตร ลงพื้นที่บ้านไผ่ร้อยกอ ต.ไทรโรงโขน อ.ตะพานหิน เพื่อตรวจสอบโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำน่านที่พังทลายอย่างหนัก ทั้งที่เพิ่งส่งมอบงานได้ไม่กี่เดือน

เปิดไทม์ไลน์ "โครงการที่พบปัญหา"
         
 จากการตรวจสอบเอกสารสัญญา พบข้อมูลว่าโครงการดังกล่าว  งบประมาณ: 13,230,000 บาทดำเนิการด้วยวิธีจัดซื้อจัดจ้าง: e-bidding   ผู้รับจ้าง คือ  บริษัท ขาณุคอนกรีต จำกัด  ระยะเวลาสัญญาเริ่ม 12 ต.ค. 2566 – สิ้นสุด 25 ก.ย. 2567 (350 วัน) โดยผู้รับจ้างส่งมอบงานเมื่อ 8 พฤษภาคม 2568 ซึ่งถือว่า ล่าช้ากว่ากำหนดถึง 231 วัน โดยมีการอ้างเหตุสุดวิสัยจาก "น้ำท่วม" ทำให้ได้รับยกเว้นค่าปรับไป 176 วัน และถูกปรับจริงเพียง 55 วัน (เป็นเงิน 72,650 บาท) จากการตรวจสอบพบว่าโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งดัวกล่าวมีความยาว 96 เมตร อยู่ในสภาพพังชำรุดเสียหายเป็นระยะทาง 49 เมตร

จากการสอบถามตัวแทนของกรมโยธาธิการฯ มีประเด็นทางวิศวกรรมที่ต้องสอบสวนหาข้อเท็จจริที่น่ากังวลคือ โครงสร้างหลักเคลื่อนตัวเสาเข็มที่ควรเป็นฐานรากกลับเอนแยกจากคานรับทางเดินดินสไลด์ดูดโครงสร้างพื้นทางเดินทรุดเกือบทั้งหมด เนื่องจากน้ำกัดเซาะเข้ามาด้านหลังเขื่อนมองเห็นเหล็กเส้นโผล่สภาพคอนกรีตบริเวณหัวเสาเข็มแตกหักจนเห็นเหล็กเส้นภายใน ซึ่งเสี่ยงต่อการกัดกร่อนและพังทลายต่อเนื่องรวมถึงการสุ่มตรวจวัดขนาดเสาเข็ม คาน เหล็กเส้น พบว่าเป็นไปตามแบบรูปรายการ

ทั้งนี้ตัวแทนของกรมโยธาธิการฯชี้แจงปมปัญหา ว่า งบประมาณถูกหั่น-แบบไม่ครอบคลุม พื้นที่ก่อสร้าง ซึ่งอยู่ในจุดทางโค้งที่น้ำพุ่งมายังจุดที่ก่อสร้างดังกล่าว ทั้งนี้เนื่องจากตอนที่มีการออกแบบ  เดิมออกแบบไว้ 120 เมตรเพื่อให้พ้นทางโค้งน้ำ แต่เมื่อถูกตัดงบประมาณจึงต้องลดเหลือ 96 เมตร ทำให้เขื่อนกั้นป้องกันแนวตลิ่งพัง ยาวไม่ถึงจุดสิ้นสุดของโค้งน้ำ ที่ฤดูร้ำหลากปี 68แม่น้ำน่านท่วมสูงกว่าทุกปี ทำให้กระแสน้ำอ้อมไปกัดเซาะด้านหลังจนพังดังกล่าว

นายณัฐวรรธน์ อักษรกาญจน์ โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดพิจิตร กล่าวว่าจะต้องดำเนินการตรวจสอบพื้นที่ก่อสร้าง อีกทั้งงานโครงการดังกล่าวยังอยู่ในช่วงมีสัญญาค้ำประกัน ซึ่งได้ประสานกับผู้รับจ้างยินยอมที่จะเข้ามาแก้ไขเพื่อให้มั่นคงแข็งแรงและใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์ต่อไปแล้ว

โดย....สิทธิพจน์ เกบุ้ย /พิจิตร/