หอการค้าไทย-จีน คงบทบาทสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ไทย-จีน ทุกมิติ พร้อมยกระดับบทบาทองค์กรในเวทีนานาชาติ

หอการค้าไทย-จีน  คงบทบาทสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ไทย-จีน ทุกมิติ พร้อมยกระดับบทบาทองค์กรในเวทีนานาชาติ





Image
ad1

หอการค้าไทย-จีน  คงบทบาทสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ไทย-จีน ทุกมิติ พร้อมยกระดับบทบาทองค์กรในเวทีนานาชาติ จาก “50 ปีทองแห่งมิตรภาพจีน-ไทย”  สู่การสร้าง “ประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันไทย-จีน”

ฯพณฯ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์  ประธานองคมนตรี  ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีรับมอบตำแหน่งคณะกรรมการหอการค้าไทย-จีน สมัยที่ 30 โดยมี  ฯพณฯ จาง เจี้ยน เว่ย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย เป็นประธานร่วม  พร้อมด้วย  ประธานกิตติมศักดิ์  คณะกรรมการ และสมาชิก กว่า 500 คนเข้าร่วมงาน

ในโอกาสนี้ นายยง  สุขสุดประเสริฐ ประธานกิตติมศักดิ์ผู้ทรงเกียรติถาวร  เป็นประธานมอบตราประทับให้แก่นายณรงค์ศักดิ์  พุทธพรมงคล ดำรงตำแหน่งประธานหอการค้าไทย-จีน สมัยที่ 30    ด้วยตระหนักถึงความมุ่งมั่นและความทุ่มเททำงานเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและกระชับความสัมพันธ์ไทย-จีน ตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมาของนายณรงค์ศักดิ์ ในฐานะประธานหอการค้าไทย-จีน

หอการค้าไทย-จีน  คือ องค์กรชาวไทยเชื้อสายจีน ที่เป็นตัวแทนประเทศไทย กว่า 116 ปี มีประเพณีและประวัติศาสตร์อันรุ่งเรืองและยาวนาน  จนกลายเป็นแบบอย่างขององค์กรชาวไทยเชื้อสายจีน และมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและสาธารณกุศลของไทย ตลอดจนการกระชับความสัมพันธ์และความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ  จาก “50 ปีทองแห่งมิตรภาพจีน-ไทย“ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นใหม่ของการสานต่ออดีต สู่อนาคตอีก 50 ปีข้างหน้า ตามเป้าหมายการสร้าง “ประชาคมที่มีอนาคตร่วมกัน“  ฯพณฯ จาง เจี้ยน เว่ย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย  กล่าว

นายณรงค์ศักดิ์  พุทธพรมงคล ประธานหอการค้าไทย-จีน สมัยที่ 30  กล่าวขอบคุณสมาชิกที่ให้ ความไว้วางใจดำรงตำแหน่งประธานหอการค้าไทย-จีน  อีกวาระหนึ่ง พร้อมประกาศพันธกิจ ร่วมสืบสานเจตนารมณ์ของบรรพบุรุษที่ยึดมั่นในความสามัคคีเกื้อกูลช่วยเหลือซี่งกันและกัน ขยันหมั่นเพียรและซื่อสัตย์สุจริต  ตลอดจนร่วมขับเคลื่อนบทบาทและหน้าที่ของหอการค้าไทย-จีน  เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การพัฒนานักธุรกิจรุ่นใหม่และนวัตกรรม และการยกระดับบทบาทองค์กรในเวทีนานาชาติ รวมถึงการสานต่อภารกิจด้านสังคม วัฒนธรรม และการศึกษา เพื่อสร้างประชาคมไทย-จีนที่มีอนาคตร่วมกัน อย่างมีคุณภาพ และเพื่อความเจริญรุ่งเรืองของทั้งสองประเทศ

อนึ่งในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (ปี 2563-2568) มีนักลงทุนจีน ยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนในประเทศไทย จำนวน 2,602 โครงการ มูลค่ากว่า 6.39 แสนล้านบาท ในอุตสาหกรรมเป้าหมายของไทย เช่น อุตสาหกรรมโลหะและวัสดุอุตสาหกรรม  อุตสาหกรรมเครื่องจักรและยานยนต์  อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น     การลงทุนของจีนดังกล่าว นอกจากจะมีส่วนช่วยในการยกระดับภาคการผลิตของประเทศไทยแล้ว นักลงทุนจีนยังร่วมสร้างการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานกับผู้ประกอบการไทยเพิ่มมากขึ้น

.