‘โอกาสใหม่’ ปักหมุดบางพลัด! ‘ประภัสร์’ รุดฟัง 10 ชุมชน ‘ณพมิตร’ ผนึกเพื่อนบ้านบางซื่อ ผ่าทางตันที่ดินรถไฟ ปั้น ‘เมืองคู่แฝด’ พลิกมุมมืดสู่แลนด์มาร์ก

‘โอกาสใหม่’ ปักหมุดบางพลัด! ‘ประภัสร์’ รุดฟัง 10 ชุมชน ‘ณพมิตร’ ผนึกเพื่อนบ้านบางซื่อ ผ่าทางตันที่ดินรถไฟ ปั้น ‘เมืองคู่แฝด’ พลิกมุมมืดสู่แลนด์มาร์ก





Image
ad1

​“โอกาสใหม่” ปักหมุดฝั่งธนฯ “ประภัสร์” ลุยบางพลัด รุดฟัง 10 ชุมชนสะท้อนปมช้ำ “ตลาดร้าง-ไร้ลานกีฬา-ต้องลงขันเก็บขยะเอง” ซ้ำปิดตายพื้นที่สร้างสรรค์เยาวชน ด้าน “ต้อง ณพมิตร” ขานรับลุยทันที! ชู “Policy Sandbox” ผ่าทางตันที่ดินรถไฟฯ รื้อระเบียบรัฐแช่แข็งความเจริญ พร้อมผนึก “เงิน ณพวุฒิ” เพื่อนบ้านฝั่งบางซื่อปั้นโมเดล “เมืองคู่แฝด” เชื่อมโครงข่าย “ล้อ-ราง-น้ำ” ไร้รอยต่อ กางโปรเจกต์ ‘Creative Bang Phlat’ เนรมิตแลนด์มาร์กแสงสีรับ 100 ปี “สะพานพระราม 6” พลิกมุมมืดเป็นย่านเศรษฐกิจใหม่ คืนลมหายใจให้ชุมชน

เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ร้านอาหารลองแล ใต้สะพานพระราม 7 (ฝั่งธนฯ) นายประภัสร์ จงสงวน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคโอกาสใหม่ พร้อมด้วย นายณพมิตร อภิษฎารัตน์ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 33 (บางพลัด-บางกอกน้อย) และ นายณพวุฒิ จุลไสย ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 7 (บางซื่อ-ดุสิต) ได้ลงพื้นที่ย่านบางพลัด เพื่อเปิดวงหารือเชิงนโยบายและสะท้อนปัญหา ร่วมกับเครือข่ายผู้นำชุมชนกว่า 10 แห่ง อาทิ ชุมชนวัดวิมุตยาราม, ชุมชนบางอ้อ และกลุ่มรักษ์แม่น้ำเจ้าพระยา
นายณพมิตร อภิษฎารัตน์ (ผู้สมัครเขต 33 เบอร์ 5) ในฐานะเจ้าของพื้นที่ เปิดฉากด้วยการชี้ให้เห็นศักยภาพที่ซ่อนเร้น โดยระบุว่าพื้นที่ใต้สะพานพระราม 6 เปรียบเสมือน “ตำราและตำนาน” ที่ยังมีลมหายใจ โดยเฉพาะสะพานพระราม 6 ที่สร้างมาตั้งแต่ปี 2469 และกำลังจะครบรอบ 100 ปี ถือเป็นโอกาสทองในการพลิกฟื้นประวัติศาสตร์

“โจทย์ของผมคือการพัฒนาพื้นที่รกร้างให้เป็น ‘แหล่งท่องเที่ยวชั้นนำ’ โดยใช้ยุทธศาสตร์ ‘เชื่อม ราง-ล้อ-น้ำ’ เพื่อดึงคนเข้ามาสัมผัสของดีที่เรามีอยู่แล้ว ทั้ง ‘มัสยิดบางอ้อ 100 ปี’ ที่งดงามติดอันดับประเทศ ‘วัดวิมุตยาราม’ ที่เก่าแก่ และไฮไลท์สำคัญคือ ‘ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์’ หรือ ‘ซากุระเมืองไทย’ ที่เรียงรายอยู่เชิงสะพานเก่าพระราม 6 หากเราทำ ‘Re-lighting’ เปลี่ยนมุมมืดให้เป็นแลนด์มาร์กแสงสีที่ปลอดภัย จุดนี้จะกลายเป็นจุดเช็กอินยอดนิยมได้ทันที”

ทั้งนี้ บรรยากาศในวงหารือเข้มข้นขึ้น เมื่อตัวแทนชุมชนได้ผลัดกันสะท้อนปัญหาที่สะสมมานาน โดยเริ่มจากบทเรียนราคาแพงของ “ตลาดถนนคนเดิน” ในอดีตที่ล้มเหลวไม่เป็นท่า เพราะขาดเจ้าภาพดูแลต่อเนื่อง ปล่อยให้ชาวบ้านดิ้นรนบริหารกันเองจนไปไม่รอด ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องมาถึงคุณภาพชีวิตของเยาวชน โดยประธานชุมชนวัดวิมุตยาราม เปิดเผยด้วยความอัดอั้นว่า แม้จะพยายามดึงเด็กเกเรมาฝึกตีกลองนำชัยหรือฟันดาบจนสร้างชื่อเสียงได้ แต่เมื่อขอสร้าง “ลานกีฬา” ให้เด็กซ้อม รัฐกลับปฏิเสธโดยอ้างระเบียบที่ดิน ทำให้เด็กเสียโอกาส

นอกจากนี้ ปัญหาสิ่งแวดล้อมยังถูกละเลย จนชาวบ้านต้องพึ่งพาตนเอง ตัวแทนกลุ่มรักษ์แม่น้ำฯ ระบุว่าชุมชนต้องลงขันกันเองเพื่อทำ “ลูกบวบ” กั้นขยะและผักตบชวาหน้าวัด ไม่ให้เน่าเสีย เพราะหน่วยงานรัฐเข้าไม่ถึงเส้นเลือดฝอย

ด้าน นายณพวุฒิ จุลไสย (ผู้สมัครเขต 7 เบอร์ 12) ขานรับแนวคิดนี้ พร้อมขยายความถึงบทบาทของฝั่งพระนครและฝั่งธนฯ ที่ต้องเกื้อกูลกัน โดยระบุว่า ย่านบางพลัด แท้จริงแล้วคือ “กรุงเก่า” ที่มีวัฒนธรรมเข้มข้นไม่ต่างจากอยุธยา ส่วนบางซื่อ จริงๆ แล้วพื้นที่ติดกันเพียงแค่มีแม่น้ำกั้น จึงสามารถ “Inter-connect” กันได้ในเชิง “สะพานทอดวัฒนธรรม”

“หน้าที่ของผมคือการนำ ‘ความคิดสร้างสรรค์’ และ ‘การตลาดสมัยใหม่’ เข้ามาช่วยเสริม เพื่อส่งต่อมรดกอันล้ำค่าจากคนรุ่นเก่าไปสู่คนรุ่นใหม่ วันนี้ผมตั้งใจมาเติมเต็ม ‘ความเป็นพระนคร’ ให้พี่น้องฝั่งธนฯ ได้มั่นใจว่าท่านมีศักยภาพทัดเทียมกับฝั่งพระนคร และเราสามารถเติบโตไปพร้อมกันได้อย่างไร้รอยต่อ”

ขณะที่ นายประภัสร์ จงสงวน สรุปถึงทางออกของปัญหาที่คาราคาซัง โดยชี้เป้าไปที่ “ระเบียบที่ดินรถไฟฯ” ที่ต้องได้รับการแก้ไข

“ปัญหาที่หมักหมมมานาน ไม่ใช่เพราะแก้ยาก แต่เพราะขาดคนกล้าที่จะทุบโต๊ะแก้ระเบียบเพื่อประชาชน ในฐานะที่ผมเคยบริหารทั้ง รฟท. และ รฟม. ผมยืนยันว่าวิธีที่จะทลายกำแพงนี้ เพื่อคืนพื้นที่ทำกินและลานกีฬาให้ชาวบ้านได้ คือการใช้ Policy Sandbox หรือพื้นที่นวัตกรรมทางนโยบาย”

​“วันนี้ผมมั่นใจว่า ‘ณพมิตร’ และ ‘ณพวุฒิ’ คือคนทำงานจริงที่พร้อมเข้าไปชนกับปัญหาแทนท่าน วันที่ 8 กุมภานี้ ผมขอฝากโอกาสของชาวบางพลัดไว้ในมือของทุกคน ช่วยกันกา ‘ต้อง ณพมิตร’ เบอร์ 5 และกา ‘พรรคโอกาสใหม่’ เบอร์ 44 เพื่อส่งพวกเราเข้าไปเปลี่ยนพื้นที่รกร้าง ให้เป็นโอกาสทำกินของพี่น้องประชาชน”

ในช่วงท้ายของการหารือ นายณพมิตร ได้กล่าวรับลูกและขมวดแนวทางแก้ไขทั้งหมดสู่การลงมือทำ โดยระบุว่า “เมื่อผู้ใหญ่เปิดทางและพี่น้องให้โอกาส ผมขออาสาเดินหน้าโปรเจกต์ ครีเอทีพ บางพลัด (Creative Bang Phlat) ทันที เราจะเปลี่ยนพื้นที่ใต้สะพานที่เคยมืดมิด ให้เป็นแลนด์มาร์กแสงสีที่มีชีวิตชีวา เปลี่ยนที่รกร้างให้เป็น Pocket Park ท่ามกลางบรรยากาศซากุระเมืองไทย เพื่อคืนลมหายใจให้ตำนานสงครามโลก และคืนความภาคภูมิใจให้คนบางพลัดอย่างยั่งยืน”