แรงงานไทยมาเลเซียทะลักสุไหงโก-ลกรอใช้สิทธิ์เลือกตั้ง–ประชามติ 8 ก.พ.

แรงงานไทยมาเลเซียทะลักสุไหงโก-ลกรอใช้สิทธิ์เลือกตั้ง–ประชามติ 8 ก.พ.





Image
ad1

บรรยากาศการเมืองก่อนวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งจะมีการเลือกตั้งสส.ควบคู่กับการออกเสียงประชามติว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั่วประเทศ เริ่มคึกคักอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนภาคใต้

ผู้สื่อข่าวรายงานจากด่านพรมแดนอำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส พบว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา มีประชาชนชาวไทยซึ่งอาศัยอยู่ในจังหวัดยะลา นราธิวาส และปัตตานี และเดินทางไปทำงานอยู่ในรัฐต่างๆ ของประเทศมาเลเซีย ทยอยเดินทางกลับประเทศไทยเป็นจำนวนมาก หลายครอบครัวหอบหิ้วสัมภาระ จูงลูกหลานแน่นด่าน เพื่อกลับมาใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งครั้งสำคัญนี้

ปริมาณผู้เดินทางที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บรรยากาศบริเวณด่านพรมแดนเต็มไปด้วยฝูงชนที่ต่อแถวรอการประทับตราหนังสือเดินทางอย่างหนาแน่น เจ้าหน้าที่ต้องเร่งบริหารจัดการเพื่อระบายประชาชนให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว

ด้าน พ.ต.อ.พูลศักดิ์ แก้วสีขาว ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนราธิวาส ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.ธนินณัฎฐ์ ปานะจินาพร สารวัตรตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนราธิวาส ระดมกำลังเจ้าหน้าที่เข้าสนับสนุนการปฏิบัติงาน พร้อมเปิดช่องตรวจพิเศษเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน โดยเฉพาะผู้พิการ เด็ก และผู้สูงอายุ เพื่อย่นระยะเวลาการรอคอย และให้สามารถเดินทางต่อด้วยรถโดยสารหรือรถไฟกลับภูมิลำเนาได้ทันเวลา

พ.ต.ท.ธนินณัฎฐ์ เปิดเผยว่า วันพรุ่งนี้เป็นวันเลือกตั้ง จึงมีคนไทยจากพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ไปทำงานในประเทศมาเลเซีย เดินทางกลับเข้าประเทศจำนวนมาก ขอให้ประชาชนใช้ช่องทางการเดินทางที่ถูกต้องตามกฎหมาย เนื่องจากช่องทางธรรมชาติในช่วงนี้มีการเข้มงวด หากฝ่าฝืนอาจถูกจับกุมดำเนินคดีได้ ขณะเดียวกันตำรวจตรวจคนเข้าเมืองได้จัดกำลังพลเต็มทุกช่องตรวจ เพื่อเร่งระบายผู้เดินทางให้เร็วที่สุด

รายงานข่าวจากพื้นที่ระบุว่า การเดินทางกลับมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งของแรงงานไทยในมาเลเซียเกิดขึ้นเป็นประจำทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งใหญ่ โดยนอกจากจะถือโอกาสกลับมาเยี่ยมบ้านเกิดแล้ว ปัจจัยสำคัญที่ถูกพูดถึงในพื้นที่ คือเรื่องเงินสนับสนุนจากผู้สมัคร สส. ในแต่ละเขต ซึ่งในอดีตและรวมถึงการเลือกตั้งครั้งนี้ มีการกล่าวอ้างว่าอยู่ในอัตราประมาณ 1,000–3,000 บาทต่อคน ส่งผลให้แรงงานจำนวนไม่น้อยมองว่าเป็นโอกาส “กลับบ้านโดยไม่ต้องควักเงิน” ท่ามกลางคำถามต่อความโปร่งใสของกระบวนการเลือกตั้งที่ยังคงถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด

ข่าว/ภาพ : นูอารีซ๊ะ ยะยือริ ผู้สื่อข่าวจังหวัดนราธิวาส