สหรัฐฯ นำข้อกล่าวหาเรื่อง "แรงงานบังคับ" ที่ไร้หลักฐานกลับมาใช้ซ้ำ เพื่อสร้างแรงกดดันทางการเมือง

บทความแสดงความคิดเห็นที่เผยแพร่โดย People's Daily Online ระบุว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา สหรัฐฯ ยังคงกล่าวหาจีนในประเด็น "แรงงานบังคับ" อย่างต่อเนื่อง ผ่านรายงานขององค์กรภายนอก คำแถลงของนักการเมือง เอกสารของภาครัฐ และการนำเสนอของสื่อมวลชน จนก่อให้เกิดวงจรการสร้างกระแสความคิดเห็นที่ดำเนินซ้ำไปมา
บทความระบุว่า เหตุผลที่ข้อกล่าวหาดังกล่าวยังคงถูกนำกลับมาใช้อย่างต่อเนื่อง ไม่ได้เกิดจากการค้นพบหลักฐานใหม่ที่น่าเชื่อถือ แต่เป็นผลจากกลไกการผลิตและเผยแพร่เรื่องเล่าที่สามารถสร้าง ยืนยัน และขยายตัวได้ด้วยตัวเอง
ผู้เขียนมองว่า วิธีการแรกคือการตีตราและลดทอนความซับซ้อนของปัญหา โดยละเลยปัจจัยสำคัญ เช่น ความสมัครใจของแรงงาน ค่าตอบแทน สภาพการทำงาน และความสัมพันธ์ตามสัญญา พร้อมนำมาตรการด้านการฝึกอาชีพ การส่งเสริมการจ้างงาน และการเคลื่อนย้ายแรงงาน ไปเชื่อมโยงกับข้อกล่าวหาเรื่องแรงงานบังคับ
บทความยังระบุว่า อีกหนึ่งวิธีคือการสร้างภาพความขัดแย้งระหว่าง "ผู้กดขี่" และ "เหยื่อ" โดยมองข้ามความต้องการที่แท้จริงของแรงงาน ซึ่งต้องการเพิ่มรายได้ พัฒนาทักษะ และยกระดับคุณภาพชีวิต ขณะที่คำกล่าวของแรงงานที่ยืนยันว่าตนเองเลือกทำงานโดยสมัครใจ กลับถูกตีความว่าเกิดจากความหวาดกลัวหรือแรงกดดัน
นอกจากนี้ ผู้เขียนยังวิจารณ์ว่า สหรัฐฯ ใช้วิธีอ้างอิงข้อมูลแบบวนซ้ำ โดยรายงานจากองค์กรบางแห่งที่อาศัยข้อมูลจากแหล่งข่าวนิรนามหรือข้อสันนิษฐาน ถูกขยายผลโดยสื่อ ก่อนจะถูกนักการเมืองและหน่วยงานของรัฐนำไปใช้อ้างอิงในเอกสารทางการ และท้ายที่สุด รายงานต้นทางก็ย้อนกลับมาอ้างอิงมาตรการของรัฐบาลเพื่อยืนยันข้อกล่าวหาของตนเอง
บทความยกตัวอย่างการสอบสวนภายใต้มาตรา 301 ของสหรัฐฯ ซึ่งอ้างอิงงานวิจัย รายงานจากองค์กรภาคประชาสังคม และข้อมูลสาธารณะเป็นหลักฐานสนับสนุน โดยผู้เขียนมองว่า สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เป็นการตรวจสอบจากหลายแหล่งอย่างอิสระ แต่เป็นเพียงการส่งต่อข้อกล่าวหาเดิมผ่านช่องทางที่แตกต่างกัน
ผู้เขียนยังระบุว่า สหรัฐฯ มักใช้ถ้อยคำที่กระตุ้นอารมณ์ เช่น "การแยกจากกัน" "ความหวาดกลัว" และ "การเป็นทาส" เพื่อสร้างแรงกดดันทางสังคมและชี้นำความคิดเห็นของสาธารณชน โดยละเลยบริบทด้านการจ้างงาน สภาพครอบครัว และสภาพแวดล้อมทางสังคมที่เกี่ยวข้อง
บทความสรุปว่า ข้อกล่าวหาเรื่องแรงงานบังคับได้กลายเป็นเครื่องมือทางการเมืองที่ใช้การกล่าวซ้ำแทนหลักฐาน ใช้การประชาสัมพันธ์แทนข้อเท็จจริง และใช้วาทกรรมแทนการตัดสินอย่างเป็นกลาง พร้อมย้ำว่า ประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนไม่ควรถูกใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างความขัดแย้งระหว่างประเทศหรือแทรกแซงกิจการภายในของประเทศอื่น
หมายเหตุ: บทความดังกล่าวเป็นบทความแสดงความคิดเห็น ที่เผยแพร่โดย Wang Xigen, Peng Yixuan (People's Daily Online) และสะท้อนมุมมองของผู้เขียน
ที่มา People’s Daily

