แผ่นดินไหว 7.4 เขย่าโคลัมเบีย อาคารพังนับร้อย เสียชีวิตแล้ว 111 ศพ บาดเจ็บอื้อ

แผ่นดินไหว 7.4 เขย่าโคลัมเบีย อาคารพังนับร้อย เสียชีวิตแล้ว 111 ศพ บาดเจ็บอื้อ





Image
ad1

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569  สำนักสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ (USGS) รายงานว่า เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.4 ในประเทศโคลอมเบีย เมื่อวันที่ 10 ส.ค. เวลา 07.34 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) โดยจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ที่ความลึก 107 กม. ใกล้เมืองซานโฮเซเดลปัลมาร์ ในจังหวัดโชโก ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงโบโกตาไปทางตะวันตกประมาณ 280 กิโลเมตร ทำให้เมืองต่างๆทั่วภูมิภาคตะวันตกตั้งแต่เปเรย์รา , กิบโด ,กาลิ และมานิซาเลส เสียหายอย่างหนัก

นายนูเบีย คาโรลินา กอร์โดบา คูรี ผู้ว่าราชการจังหวัดโชโก ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของโคลอมเบีย ยืนยันว่า ในเมืองคิบโด ซึ่งเป็นเมืองเอกของจังหวัด มีผู้ได้รับบาดเจ็บและอาคารบ้านเรือนได้รับความเสียหายอย่างหนัก พร้อมแสดงความกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะเกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมา

"เราเพิ่งประสบกับเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในจังหวัดโชโก และเรากำลังกังวลเกี่ยวกับอาฟเตอร์ช็อก แม้ว่าศูนย์กลางแผ่นดินไหวจะอยู่ใกล้กับเมืองซานโฮเซเดลปัลมาร์ แต่ก็มีผู้ได้รับบาดเจ็บและมีความเสียหายรุนแรงต่ออาคารบ้านเรือนในเมืองคิบโดซึ่งเป็นเมืองเอกของจังหวัด ขณะนี้เรากำลังเร่งประเมินความเสียหายและจะออกรายงานอย่างเป็นทางการฉบับแรกในเร็วๆ นี้"

ขณะที่ ฮวน ดิเอโก ปาติโญ ผู้ว่าราชการจังหวัดริซารัลดา ซึ่งอยู่ติดกับจังหวัดโชโก กล่าวว่า  แผ่นดินไหวครั้งนี้ได้สร้างความเสียหายรุนแรงต่ออาคารหลายแห่ง ในเมืองเปเรรา ซึ่งเป็นเมืองเอกของจังหวัด สิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นนั้นรุนแรงมาก ภาพที่เห็นน่าตกใจอย่างยิ่ง มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก

ส่วนที่กรุงโบโกตา รู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนรุนแรง มีเสียงสัญญาณเตือนภัยดังขึ้น และประชาชนในอาคารหลายแห่งต่างอพยพลงมายังท้องถนนเพื่อความปลอดภัย ทั้งนี้ระบบเตือนภัยสึนามิของสหรัฐฯ ระบุว่าไม่มีการแจ้งเตือนภัยสึนามิ

ด้านประธานาธิบดี อาเบลาร์โด เด ลา เอสปริเอยา แห่งโคลอมเบีย ระบุว่า รัฐบาลโคลอมเบียได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินแห่งชาติ พร้อมทั้งยืนยันว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวครั้งนี้เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 111 รายแล้ว ขณะที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 87 ราย อาคารพังถล่ม 61 แห่ง และบ้านเรือนได้รับความเสียหาย 1,575 หลัง นอกจากนี้ แผ่นดินไหวยังสร้างความเสียหายแก่ศูนย์บริการทางสาธารณสุข 18 แห่ง สถานศึกษา 52 แห่ง ศูนย์ชุมชน 17 แห่ง และถนนหนทางอีก 18 สาย

ส่วนทีมฉุกเฉินจากทั่วประเทศกำลังเร่งทำงานแข่งกับเวลาเพื่อช่วยเหลือผู้คนที่ติดอยู่ใต้ซากพังทลายของอาคารบ้านเรือน ซึ่งประธานาธิบดีย้ำว่า ภารกิจเร่งด่วนอันดับแรกคือการพยายามช่วยเหลือผู้คนที่ยังคงติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง