"ฉลอง เรี่ยวแรง" เปิดใจมูลเหตุบุกยิงนายก อบจ.นนทบุรี ปมแตกหักเพื่อนรักสางหนี้ 11 ล้าน

นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี เปิดใจถึงแรงจูงใจก่อเหตุยิงนายก อบจ.นนทบุรี อ้างสางปม 11 ล้านบาท ที่เคยช่วยเหลือกันมานาน หลังตัวเองประสบปัญหาทางการเงินและมีภาระค่ารักษาพยาบาล จึงต้องการขอเงินส่วนที่เคยออกให้กลับคืน แต่คู่กรณีไม่ยอมพูดคุย และปะทะคารมกันภายในห้องทำงาน ก่อนจึงตัดสินใจลงมือก่อเหตุ

นายฉลอง เล่าว่า แรงจูงใจและมูลเหตุในการก่อเหตุครั้งนี้ เกิดมาจากพ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี ยืมเงิน 11 ล้านบาท เพื่อเป็นเงินช่วยหาเสียงให้กับ สส. นนทบุรีอีกคนหนึ่ง ปี 2551 โดยให้ตัวเองสละสิทธิ์ในการลงสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี ซึ่งการสละสิทธิ์ในขณะนั้น ทำไปในฐานะเพื่อนและคนรู้จักหลายครั้ง โดยไม่เคยคิดทวงถามหรือเรียกร้องสิ่งตอบแทน ไม่เคยติดใจ เพราะมองว่าเป็นการช่วยเหลือเพื่อน
กระทั่งตัวเองประสบปัญหาด้านสุขภาพ ต้องเสียค่ารักษาพยาบาลจำนวนมาก และไม่มีรายได้เหมือนเดิม จึงตัดสินใจติดต่อคู่กรณี ขอให้ช่วยรับผิดชอบที่ยืมไป โดยยืนยันว่าต้องการเพียงพูดคุยและหาทางตกลงกัน แต่เมื่อพยายามพูดคุย กลับเกิดการโต้เถียงและคู่กรณีไม่ยอมเจรจา ก่อนเดินออกจากห้อง นายฉลองจึงเดินตามไปที่รถและพยายามเรียกให้กลับมาพูดคุยกัน

นายฉลองอ้างว่า ในจังหวะนั้นตัวเองคนขับรถของนายก อบจ.ชักปืนออกมา ตัวเองจึงตัดสินใจป้องกันตัว ไม่ได้มีเจตนาจะยิงให้ถึงแก่ชีวิต เพราะหลังเกิดเหตุ นายฉลองอ้างว่าเห็นคู่กรณีวิ่งออกไป และคิดว่าได้รับบาดเจ็บไม่มาก จึงไม่ได้ติดตาม ก่อนตัดสินใจนั่งรถจักรยานยนต์รับจ้างเข้ามอบตัว พร้อมกล่าวขอโทษประชาชนชาวนนทบุรี รวมถึงนายก อบจ.นนทบุรี และครอบครัว
ทั้งนี้นายฉลองยังได้กล่าวอ้างถึงเรื่องของการช่วยเหลือการเข้ารับตำแหน่งข้าราชการระดับผู้กำกับการ การช่วยเหลือทางการเมือง ได้อ้างถึงนักการเมืองบุคคลที่ 3 เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ด้วย
คำให้การทั้งหมดเป็นคำกล่าวอ้างของนายฉลอง ขณะที่ตำรวจอยู่ระหว่างสอบสวนและตรวจสอบพยานหลักฐาน เพื่อหาข้อเท็จจริงของเหตุการณ์และดำเนินคดีตามกฎหมาย

ขณะที่พลตำรวจโทวัฒนา ยี่จีน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ระบุว่า รายละเอียดเชิงลึกขอให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำผู้ก่อเหตุอย่างละเอียด โดนขนาดนี้ยังไม่มีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ ซึ่งคำให้การของผู้ต้องหาสามารถให้การอย่างไรก็ได้ แต่สาเหตุการจูงใจที่แท้จริงยังคงอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน และสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดรวมถึงผู้ได้รับบาดเจ็บเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

