สกัดจับต่างด้าว 13 รายพร้อมมือถือกว่า 300 เครื่อง คาดเอี่ยวแก๊งสแกมเมอร์

สกัดจับต่างด้าว 13 รายพร้อมมือถือกว่า 300 เครื่อง คาดเอี่ยวแก๊งสแกมเมอร์





Image
ad1

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวงพร้อม เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ส.ทล.5 กก.3 บก.ทล.และ   เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.จ.ปราจีนบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 ปคม. ได้  ร่วมกันจับกุมตัว 

1.นาย ชลธิศ ฯ อายุ 37 ปี ผู้ต้องหาที่ 1 
โดยกล่าวหาว่ากระทำผิดฐาน“รู้ว่าคนต่างด้าวคนใดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้นหรือช่วยด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม”
2.ผู้ต้องหาที่ 2 โดยกล่าวหาว่ากระทำผิดฐานบุคคลต่างด้าว สัญชาติจีน เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักร โดยการอนุญาตสิ้นสุด (เกิน 67 วัน)
3.ผู้ต้องหาที่ 3– 9 บุคคลต่าวด้าว (สามารถพูดภาษาจีน) โดยกล่าวหาว่ากระทำผิดฐาน “เป็นบุคคลต่างด้าวที่เข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต”

พร้อมด้วยของกลาง
1.รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อ โตโยต้า สี ขาว ทะเบียน 5 กฎ xx1 กรุงเทพมหานคร พร้อมกุญแจ 
สถานที่จับกุม  ถนนทางหลวงหมายเลข 359 กม. 53-54 ต.กรอกสมบูรณ์ อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี
พฤติการณ์  ตามนโยบายศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./หัวหน้าศูนย์ (ACSC) ได้มีข้อสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ภาคตะวันออก ที่มีพื้นที่ติดกับแนวชายแดนฝั่งประเทศกัมพูชา โดยให้เฝ้าระวังเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์ ที่คาดว่าจะใช้ช่องทางธรรมชาติในการหลบหนี หรือใช้เพื่อกระทำความผิดในประเทศไทย

จึงได้มีการสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมทำการสืบสวนและปราบปราม การกระทำความผิดของบุคคลต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย และได้ทำการสืบสวนมาโดยตลอด จนพบว่ากลุ่มผู้กระทำความผิดมีการร่วมกันกระทำในลักษณะเครือข่าย ทำการนำพากลุ่มผู้ต้องหาชาวจีนหลบหนีเข้าเมืองเข้ามาในประเทศไทย เพื่อไปส่งพื้นที่ชั้นใน ใช้ประเทศไปเป็นช่องทางผ่านไปประเทศที่สาม
โดยก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้ออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา เวลาประมาณ 06.00 น. เมื่อมาถึงบริเวณริม ทล.359 กม.53-54 พบรถยนต์ส่วนบุคคล ยี่ห้อ โตโยต้า สีขาว หมายเลขทะเบียน 5 กฎ xx1 กรุงเทพมหานคร ขับขี่มาโดยมีลักษณะต้องสงสัยและมีเงาบุคคลภายในรถลักษณะผิดสังเกต เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ทำการหยุดรถเพื่อขอทำการตรวจสอบ

จากการตรวจสอบรถคันดังกล่าว พบ นายชลธิศ ฯ ผู้ขับขี่รถคันดังกล่าว ได้ตรวจสอบผู้โดยสารที่นั่งมากับรถ พบบุคคลต่างด้าว สามารถพูดภาษาจีน ไม่ทราบชื่อ - สกุล จำนวน 8 คน นั่งโดยสารอยู่ภายในรถคันดังกล่าว เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวเพื่อขอทำการตรวจสอบหนังสือเดินทางหรือเอกสารอื่นที่ใช้แทนหนังสือเดินทาง ซึ่งขณะตรวจสอบบุคคลชาวจีนทั้ง 8 คน ไม่สามารถสื่อสารภาษาไทยได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้เชิญตัวมาที่ ส.ทล.5 กก.3 บก.ทล. เพื่อทำการตรวจสอบ 
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ติดต่อ นายพลพจน์ ฯ ซึ่งเป็นล่ามแปล ในการพูดคุยสื่อสารกับบุคคลทั้ง 8 คน จากการตรวจสอบหนังสือเดินทางระหว่างประเทศ (พาสปอร์ต) พบผู้ต้องหาที่ 2) Miss TANG อายุ 34 ปี สัญชาติ จีน ถือหนังสือเดินทางประเทศจีน เลขที่ EG538xx02 ผู้ต้องหาที่ 3 บุคคลต่างด้าว เพศชาย ไม่ทราบชื่อ สกุล และสัญชาติ แต่อ้างว่าตนชื่อ MR.TWAN ฯ อายุ 30 ปี ถือหนังสือเดินทางประเทศเมียนมา เลขที่ MF79xx99 ไม่ได้รับการตรวจลงตราเข้ามาในราชอาณาจักร (ผู้ต้องหาที่ 4-9) ว่าไม่มีหนังสือการเดินทางเข้ามาในประเทศหรือเอกสารอื่นใดที่จะแสดงการอยู่ในประเทศไทยโดยถูกต้องตามกฎหมายไทยแต่อย่างใด

จาการตรวจสอบสิ่งของที่อยู่ภายในรถพบ กระเป๋าจำนวน 9 ใบ ด้านในแพ็คโทรศัพท์มือถือรวม 283 เครื่อง, สายชาร์จโทรศัพท์ 118 เส้น, คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 2 เครื่อง และอุปกรณ์อื่นๆ ซึ่งเชื่อว่าเป็นของมีไว้หรือเพื่อใช้ในการกระทำความผิด เจ้าหน้าที่จึงทำบันทึกตรวจยึดไว้เพื่อตรวจสอบ จึงแจ้งข้อกล่าวหาและแจ้งสิทธิให้ทราบตามกฎหมาย ผู้ถูกจับที่ 1-9 ทราบและเข้าใจเป็นอย่างดี โดยผู้ถูกจับที่ (2-9) แจ้งสิทธิผ่านล่ามแปล จากนั้นจึงได้ตรวจยึดรถยนต์ดังกล่าวไว้เป็นของกลาง พร้อมควบคุมตัว นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ระเบาะไผ่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
 
จากการสอบถามปากคำ นายชลธิศ ฯ ทราบว่า ตนกับเพื่อน ได้รับว่าจ้างจากนายหน้าให้ไปรับบุคคลต่างด้าวจาก อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว เพื่อไปส่งยัง โรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ตามพิกัดที่ได้นัดหมายไว้กับนายหน้า โดยจะได้รับค่าว่าจ้าง 10,000 บาท หากไปส่งได้สำเร็จ

จึงเชื่อว่าสถานที่ดังกล่าว เป็นจุดเปลี่ยนถ่ายบุคคลต่างด้าว ก่อนจะมีรถในขบวนการมารับไป จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ เข้าไปตรวจสอบยังโรงแรมดังกล่าว พบว่ามีบุคคลต่างด้าว สัญชาติเมียนมาจำนวน 5 ราย พักอยู่จริง จึงได้ตรวจสอบเอกสารหนังสือเดินทาง พบว่าบุคคลต่างด้าว ไม่ได้เข้ามาในราชอาณาจักอย่างถูกต้อง จึงได้จับกุมตัว ส่ง สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ดำเนินคดีตามกฎหมาย