ตำรวจบุกรวบหนุ่มใหญ่แอบอ้าง ป.ป.ช. เรียกรับเงิน 15 ล้าน! ช่วยคดีรองอธิบดีฯ

ตำรวจบุกรวบหนุ่มใหญ่แอบอ้าง ป.ป.ช. เรียกรับเงิน 15 ล้าน! ช่วยคดีรองอธิบดีฯ





Image
ad1

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วมกับ ป.ป.ท. ป.ป.ช. และกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดปฎิบัติการ "ล้วงคองูเห่า"รวบหนุ่มใหญ่แอบอ้างป.ป.ช. เรียกรับเงิน 15 ล้าน! ช่วยคดีรองอธิบดีฯ
 
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก , พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปป. , พ.ต.อ.ภาณุมาศ แสงส่ง ผกก.1 บก.ปปป. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง ร่วมกับ

สำนักงาน ป.ป.ช. ภายใต้การอำนวยการของนายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มอบหมายให้ นายพัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. นายเกียรติศักดิ์ พุฒพันธุ์ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะรองโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช.,นายจรงค์ เกราะเหมาะ ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ , นายไพโรจน์ นิยมเดชา ผู้อำนวยการกลุ่มสืบสวนและปฏิบัติการข่าว 2 และเจ้าหน้าที่กลุ่มสืบสวนและปฏิบัติการข่าว 2 สำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ

สำนักงาน ป.ป.ท. ภายใต้การอำนวยการของ นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. และเจ้าหน้าที่

กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ภายใต้การอำนวยการของ นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร และเจ้าหน้าที่

ร่วมกันสืบสวนจับกุม และแจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหา คือนายศรายุทธฯ อายุ 41 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ที่ จ.7/2569 ลงวันที่ 12 มีนาคม 2569

ซึ่งกระทำผิดฐาน “เรียก รับหรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่น เป็นการตอบแทนในการที่จะจูงใจหรือได้จูงใจเจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัดหรือสมาชิกสภาเทศบาลโดยวิธีอันทุจริตหรือผิดกฎหมายหรือโดยอิทธิพลของตนให้กระทำการ หรือไม่กระทำการในหน้าที่อันเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่บุคคลใด” , “เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นเป็นการตอบแทนในการที่จะจูงใจหรือได้จูงใจ เจ้าพนักงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐต่างประเทศ หรือเจ้าหน้าที่ขององค์การระหว่างประเทศ โดยวิธีอันทุจริตหรือผิดกฎหมายหรือโดยอิทธิพลของตน ให้กระทำการหรือไม่กระทำการในหน้าที่อันเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่บุคคลใด” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 143 และตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

เหตุเกิด กรมฝนหลวงและการบินเกษตร แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม.

สถานที่จับกุมและแจ้งข้อกล่าวหา กรมฝนหลวงและการบินเกษตร แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
 
พฤติการณ์ สืบเนื่องจากรองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตรด้านบริหาร ผู้กล่าวหา ได้เข้าพบพนักงานสอบสวน กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับนายศรายุทธฯ ภายหลังถูกบุคคลดังกล่าวแอบอ้างใช้ชื่อ “สุรชัย” ติดต่อทางโทรศัพท์และเข้าพบถึงสถานที่ทำงาน โดยอ้างว่าตนมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับคณะกรรมการสำนักงาน ป.ป.ช. และสามารถให้ความช่วยเหลือทำให้คดีที่ผู้กล่าวหาถูกไต่สวนเกี่ยวกับการแบ่งซื้อแบ่งจ้างโครงการปรับปรุงอาคารเมื่อปี 2565 สิ้นสุดลงหรือมีมติ “ตีตก” ได้ ทั้งนี้ ผู้ต้องหาได้เรียกรับเงินจำนวน 15,000,000 บาท เป็นค่าดำเนินการในการจูงใจเจ้าพนักงาน พร้อมทั้งนำเอกสารที่เกี่ยวข้องกับสำนวนการไต่สวนมาแสดงต่อผู้กล่าวหาเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ

จากพฤติการณ์ดังกล่าว ผู้กล่าวหาเห็นว่าเป็นการกระทำที่มิชอบด้วยกฎหมาย จึงได้ประสานความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐาน โดยมีการวางแผนบันทึกภาพและเสียงขณะมีการติดต่อและเจรจา รวมถึงการรวบรวมพยานบุคคล ข้อมูลการใช้หมายเลขโทรศัพท์ และภาพจากกล้องวงจรปิดในสถานที่เกิดเหตุ จนสามารถยืนยันตัวบุคคลผู้กระทำความผิดได้อย่างชัดเจน

นอกจากนี้ จากการสืบสวนยังปรากฏว่าผู้ต้องหายังคงมีพฤติการณ์ติดต่อผู้กล่าวหาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสอบถามความคืบหน้าทางคดีและพยายามเจรจาต่อรองจำนวนเงินลงเหลือประมาณ 2–3 ล้านบาท อันแสดงให้เห็นถึงเจตนาในการเรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ

ภายหลังจากการรวบรวมพยานหลักฐานครบถ้วน พนักงานสอบสวนจึงได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ยื่นคำร้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เพื่อขออนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหา เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 เนื่องจากเห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดอาญาร้ายแรง และมีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้ต้องหาอาจหลบหนีหรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน จนกระทั่งวันนี้บก.ปปป.สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช.,ป.ป.ท.,กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เข้าจับกุมผู้ต้องหาในเขตกรุงเทพมหานคร และนำมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป