วิกฤตน้ำมันขาดแคลนฉุดอุตสาหกรรมภาคใต้เติบโตชะลอตัว 40 %

อุตสาหกรรมภาคใต้ “จุก” ชะลอตัว 40 % ชี้ต้องกระจายจัดสรรปันน้ำมันให้ “ทุกอาชีพ” เหมาะสมทำงานได้ เศรษฐกิจเคลื่อนที่ได้ และการปรับราคาควรปรับ 50 สตางค์ / สัปดาห์ อย่างกระชากราคา
นายกฤษณ์ เชาว์บวร ประธานสภาอุตสาหกรรมกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย เปิดเผยว่า จากวิกฤติน้ำมันซึ่งได้ส่งผลกระทบโดยในส่วนต่อภาคอุตสาหกรรม ซึ่งในกลุ่มเครือข่ายได้ชะลอตัวไปแล้วประมาณ 30-40 % โดยเฉพาะงานในกลุ่มใช้น้ำมัน เช่น รถหนัก รถเบา เครื่องจักรกล ฯลฯ
และในขณะเดียวกันนอกจากน้ำมันไม่พอแล้วกลุ่มยังต้องใช้น้ำมันราคาสูงตอนนี้ประมาณ 40 บาท / ลิตร เพราะต้องใช้น้ำมันไม่ใช้หน้าปั้ม ต้องใช้น้ำมันจากผู้ค้าส่ง เพราะผู้ค้าส่งต้องซื้อน้ำมันในราคาที่สูง ทั้งหมดจะกระทบเป็นลูกโซ่
“ในที่สุดทุกส่วนจะต้องปรับความสมดุลจะเกิดภาวะเงินเฟ้อเพราะทุกตัวก็จะต้องปรับราคาขึ้นตาม”
นายกฤษณ์ กล่าวอีกว่า น้ำมันจะต้องบริการจัดการ คือจัดสรรปันส่วนเหมาะสมเพื่อทุกฝ่ายประกอบอาชีพและทำงานได้เศรษฐกิจก็จะขับเคลื่อนตามไปด้วยไม่ต้องหยุดชะงักหรือหยุดสายพานการผลิต รถบรรทุกขนส่งสามารถเต้มน้ำมัน 2,000 บาท – 1,000 บาท รถเดินทาง 500 บาท ภาคเกษตรกรใส่แกลลอน 5 ลิตร ฯลฯ เป็นแนวทางออกที่รัฐบาลต้องกำหนดกระจายน้ำมัน
นายกฤษณ์ กล่าวอีกว่า และรัฐบาลจะต้องบอกความจริงกับประชาชน พร้อมทำการสื่อสารประชาสัมพันธ์อย่างทั่วถึงถึงความจำเป็นของการใช้น้ำมันเพื่อให้ทุกฝ่ายทุกคนทำงานได้ได้ให้ตื่นตัวและรอบคอบกับการใช้น้ำมันด้วยกัน
“การที่จะปรับราคาน้ำมันควรมีการปรับได้ประมาณ 00.50 บาท / สัปดาห์ อย่ากระชากราคาน้ำมัน” นายกฤษณ์ กล่าว.

