ศรีสะเกษเดินหน้าวิจัยยกระดับเศรษฐกิจชุมชน ใช้นวัตกรรมเพิ่มรายได้ครัวเรือน แก้จนอย่างยั่งยืน

ศรีสะเกษเดินหน้าวิจัยยกระดับเศรษฐกิจชุมชน ใช้นวัตกรรมเพิ่มรายได้ครัวเรือน แก้จนอย่างยั่งยืน





Image
ad1

นายพศิน ทาศิริ นายอำเภออุทุมพรพิสัย เป็นประธานเปิดงานจัดกิจกรรม “ถอดบทเรียนและประกาศเจตนารมณ์แก้จน” เดินหน้าขับเคลื่อนงานวิจัยเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชนและเพิ่มรายได้ครัวเรือน ด้วยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ แก้ไขปัญหาความยากจนอย่างเป็นรูปธรรม

พศิน ทาศิริ นายอำเภออุทุมพรพิสัย

รศ.ดร.เอมอร แสนภูวา รออธิการบดี ม.ราภัฏศรีสะเกษ

โดยมีรองศาสตราจารย์ ดร. เอมอร แสนภูวา  รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ พันตำรวจเอก นิลกาฬ พรศักดิ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอุทุมพรพิสัย ผู้ช่วยศาสตราจารย์พนิดา พานิชกุล หัวหน้าคณะผู้ดำเนินโครงการ นายบุญธรรม จำปาสุขพัฒนาการอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคีเครือข่ายคณะนักวิจัย ทีมพี่เลี้ยงบพท. และประชาชนชาวอำเภออุทุมพรพิสัย เข้าร่วมกว่า 300 คน

นายอำเภออุทุมพรพิสัย กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาความยากจน ถือเป็นภารกิจสำคัญที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคเอกชน และภาคประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดำเนินงานในระดับพื้นที่ ที่ต้องเข้าใจบริบทของชุมชนอย่างแท้จริง จากผลการดำเนินงานที่ผ่านมาในพื้นที่อำเภออุทุมพรพิสัย พบว่าการพัฒนาอาชีพบนฐานทุนทรัพยากรท้องถิ่น

ควบคู่กับการนำองค์ความรู้และนวัตกรรมมาใช้ สามารถยกระดับรายได้ของครัวเรือน และสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ที่ร่วมกันบูรณาการองค์ความรู้และทรัพยากรในพื้นที่ เพื่อสร้างโอกาสทางอาชีพและเสริมความเข้มแข็งให้กับชุมชน

ผู้ช่วยศาสตราจารย์พนิดา พานิชกุล เปิดเผยว่า การพัฒนาอาชีพบนฐานทรัพยากรท้องถิ่นควบคู่กับการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้สามารถช่วยยกระดับรายได้ของครัวเรือนเป้าหมายได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีการส่งเสริมอาชีพหลากหลาย เช่น การแปรรูปสินค้าเกษตร การปลูกพืชผสมผสาน และการพัฒนาสินค้าชุมชนให้มีมูลค่าเพิ่ม นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาทักษะแรงงานในพื้นที่ ทั้งการเพิ่มทักษะ (Up-skill) การปรับทักษะ (Re-skill) และการสร้างทักษะใหม่ (New-skill) เพื่อให้ประชาชนสามารถปรับตัวทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ และเข้าถึงโอกาสทางอาชีพได้มากขึ้น

จากข้อมูลการวิจัย พบว่า ครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการมีรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยกว่า 1,300 บาทต่อเดือน หรือเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 20 พร้อมทั้งเกิดการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจในชุมชน และมีความเชื่อมั่นในการพึ่งพาตนเองมากขึ้น

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ยังเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ถอดบทเรียนความสำเร็จ และกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนงานแก้ไขปัญหาความยากจนในระดับพื้นที่อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

ทั้งนี้ ทุกภาคส่วนได้ร่วมกันประกาศเจตนารมณ์ “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” มุ่งเดินหน้าแก้ไขปัญหาความยากจน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในอำเภออุทุมพรพิสัยให้ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในปี 2569

เสนาะ วรรักษ์/รายงาน