บขส.ตรึงค่าโดยสารสงกรานต์ถึง 19 เม.ย.- "รถตู้-มินิบัส"ขยับราคา 6 เม.ย.ลดผลกระทบน้ำมัน

บขส.ตรึงค่าโดยสารสงกรานต์ถึง 19 เม.ย.- "รถตู้-มินิบัส"ขยับราคา 6 เม.ย.ลดผลกระทบน้ำมัน





Image
ad1

“บขส.” จัดรถโดยสาร-รถ 30 วันละ 7 พันเที่ยว รองรับเดินทางสงกรานต์ 2569 คาดพีคสุด 11 เม.ย. 1.8 แสนคน ตรึงราคาลดภาระประชาชนคาด กปถ.ชดเชย 100 ล้านบาท เตรียมขายตั๋วราคาใหม่ 20 เม.ย.ขึ้นกม.ละ 5 สต. ส่วน”รถตู้-มินิบัส”ให้ขึ้นราคาตั้งแต่ 6 เม.ย. นี้ลดผลกระทบ

เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2569 นายอรรถวิท รักจำรูญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เปิดเผยว่า ได้ประชุมแผนปฏิบัติการเดินรถช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ 2569 เพื่อเตรียมความพร้อมด้านการให้บริการรถโดยสารสาธารณะในเส้นทางต่างๆ ทั่วประเทศ รองรับประชาชนที่จะเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวจำนวนมาก โดยมีผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และตำรวจ เข้าร่วมงานฯ ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 4 อาคารสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) หรือหมอชิต 2

ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ระหว่างวันที่ 9 – 19 เมษายน 2569 รวม 10 วัน บขส. คาดการณ์ว่า จะมีผู้โดยสารใช้บริการเพิ่มขึ้นจากเทศกาลสงกรานต์ 2568 ประมาณ 10% โดยเที่ยวไปวันที่ 9 – 12 เมษายน 2569 คาดว่าจะมีผู้โดยสารเดินทางวันละ 160,000 – 180,000 คน ใช้รถโดยสาร (รถบริษัทฯ และรถร่วมฯ) วันละ 7,000 เที่ยว โดยประเมินว่า ผู้โดยสารจะเดินทางมากที่สุดในวันที่ 11 เมษายน

ส่วนเที่ยวกลับวันที่ 16 – 19 เมษายน 2569 คาดว่ามีผู้โดยสารเดินทางวันละ 120,000 คน ใช้รถโดยสาร (รถบริษัทฯ และรถร่วมฯ) วันละ 6,000 เที่ยว นอกจากนี้ได้เตรียมรถโดยสารไม่ประจำทาง (รถทะเบียน 30) หรือรถเสริมจำนวน 1,200 คัน เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการ และไม่มีผู้โดยสารตกค้าง

ล่าสุด ยอดจองตั๋วโดยสารบขส.เต็มหมดแล้ว แต่ประชาชนยังสามารถใช้บริการรถร่วมบขส. และรถเสริมได้ โดยรถทุกคันที่จะเข้ามาให้บริการจะต้องผ่านการตรวจสอบก่อนเพื่อความปลอดภัยก่อนให้บริการ

 
นายอรรถวิทกล่าวว่า จากค่าน้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มสูงขึ้นส่งผลกระทบต่อต้นทุนเดินรถ โดยบขส.และรถร่วมฯ ยังคงตรึงราคาค่าโดยสารในราคาเดิมไปจนถึงวันที่ 19 เมษายน 2569 เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 และเป็นไปตามนโยบายกระทรวงคมนาคม และ จะมีการปรับขึ้นค่าโดยสารตามต้นทุนค่าเชื้อเพลิงซึ่ง คณะกรรมการขนส่งทางบกกลาง มีมติให้ปรับขึ้นในอัตรา 5 สตางค์ต่อกิโลเมตรหรือเพิ่มขึ้น 5 บาทต่อระยะทาง 100 กม. ตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน 2569 เป็นต้น

สำหรับรถโดยสารขนาดเล็ก กลุ่มรถตู้ /รถมินิบัส หมวด 2,3 จำนวนประมาณ 3,000 คัน ซึ่งให้บริการเส้นทางระยะทางไม่เกิน 300 กม. นั้นจะอนุญาตให้ปรับขึ้นค่าโดยสารในอัตรา 5 สตางค์ต่อกิโลเมตรก่อนตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2569

นโยบายกระทรวงคมนาคมให้รถโดยสารบขส.และรถร่วมฯ ตรึงราคาค่าโดยสารช่วงเทศกาลสงกรานต์ถึงวันที่ 19 เมษายน โดยจะใช้งบประมาณชดเชยจากกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) หรือกองทุนเลขสวย ซึ่งประเมินว่า จากราคาน้ำมันดีเซลที่เพิ่มมาอยู่ที่เกือบ 41 บาทต่อลิตร โดยขออุดหนุนส่วนต่างราคาที่ 5 สตางค์ต่อกิโลเมตรต่อที่นั่ง เบื้องต้นคาดว่าจะต้องชดเชยประมาณ 100 ล้านบาทเศษ โดยมีรถโดยสารประมาณ 6,000 คัน ทั้งนี้ จะเป็นการชดเชยตามบริการจริง ซึ่งหลังเทศกาลจะมีการสรุปตัวเลขชดเชยอีกครั้ง

นอกจากนี้ ในส่วนของบขส.ได้มีการช่วยเหลือผู้ประกอบการรถร่วมฯ โดยลดค่าเที่ยววิ่ง ในส่วนของรถเสริมลงจาก 1.5 ที่นั่งเหลือเก็บอัตรา 1 ที่นั่ง ส่วนเที่ยววิ่งปกติ เก็บอัตรา 1 ที่นั่งตามเที่ยววิ่งจริง ประเมินขาดรายได้ช่วงเทศกาลสงกรานต์ประมาณ 6 ล้านบาท

ปัจจุบันรถโดยสาร บขส.มีปริมาณการใช้น้ำมันดีเซลประมาณ 45,000 -50,000 ลิตรต่อวัน หากรวมกับรถร่วมฯ จะมีปริมาณการใช้น้ำมันดีเซลเฉลี่ย 700,000–800,000 ลิตรต่อวัน โดยที่สถานีขนส่งหมอชิต 2 มีใช้การน้ำมันเฉลี่ยวันละ 15,000 ลิตร ทั้งนี้ บขส.ได้ประสานกับบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และกระทรวงพลังงาน เพื่อสำรองน้ำมันให้เพียงพอสำหรับการเดินรถ โดยเฉพาะช่วงเที่ยวขากลับ เพื่อให้บริการได้อย่างต่อเนื่องตลอดเทศกาล
 
ผู้โดยสารที่จองตั๋วล่วงหน้าของ บขส. ในเที่ยวปกติและเที่ยววิ่งเสริม เส้นทางภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) ตั้งแต่เที่ยวเวลา 18.00 น. เป็นต้นไป ของวันที่ 9 – 12 เมษายน 2569 ให้ไปขึ้นรถที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ประตู 2 โดยผู้โดยสารสามารถเดินทางมายังสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ทั้งรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน รถไฟฟ้าสายสีแดง รถเมล์ และรถแท็กซี่ เพื่อขึ้นรถ บขส. ได้สะดวก รวดเร็ว และลดความแออัfภายในสถานีขนส่งฯ ทั้งนี้ขอแนะนำผู้โดยสาร ตรวจสอบ “จุดขึ้นรถ” ที่ระบุในตั๋วโดยสาร และเผื่อเวลาเดินมาทางมาขึ้นรถอย่างน้อย 1 ชั่วโมง เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการเดินทาง

ส่วนผู้โดยสารที่ซื้อตั๋วรถ บขส. เที่ยวเสริมในวันเดินทาง ช่วงเวลาตั้งแต่ 05.00 – 24.00 น. รถออกที่สถานีขนส่งฯ หมอชิต 2 ชานชาลาที่ 1 – 17

 
นอกจากนี้ บขส. ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยร่วมกับกรมการขนส่งทางบก ในการตรวจความพร้อมรถโดยสารสาธารณะ และพนักงานขับรถ ก่อนเดินทางทุกคันทุกคน ตาม Checklist และจุด Checking Point รวมทั้ง รฟท. และ ขสมก. จัดการเดินทางเชื่อมต่อรถไฟ รถไฟฟ้า รถเมล์ และรถทัวร์ ขณะที่กองบังคับการตำรวจจราจร, สน.บางซื่อ, สน.ตลิ่งชัน, สน.บางยี่ขัน และ สน.ทองหล่อ สนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ อำนวยความสะดวกด้านการจราจร บริเวณโดยรอบสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ จำนวน 5 แห่ง และตั้งจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์สารเสพติดของพนักงานขับรถก่อนปฏิบัติหน้าที่ ตั้งจุดตรวจรถโดยสารบนทางหลวงสายหลัก เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม บขส. กำชับทุกหน่วยงานกำกับดูแลรถโดยสาร สถานีขนส่งผู้โดยสาร และพนักงาน ตามมาตรการด้านความปลอดภัย ตรวจความพร้อมรถโดยสารตรวจเช็คอุปกรณ์ส่วนควบ ก่อนนำออกมาให้บริการ ส่วนพนักงานขับรถต้องพักผ่อนให้เพียงพอ ตรวจสารเสพติด ตรวจวัดแอลกอฮอล์ต้องเป็นศูนย์ จัดให้มีพนักงานขับรถ 2 คน ในเส้นทางสายยาวที่ใช้เวลาเดินทางเกิน 6 ชั่วโมง เพื่อหมุนเวียนกันขับ และให้ควบคุมความเร็วในการขับขี่ไม่เกิน 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมงตามที่กฎหมายกำหนด สร้างความมั่นใจให้ผู้ใช้บริการตลอดการเดินทางช่วงเทศกาลวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ 2569