แฉมหากาพย์โกยทราย 200 ล้าน! สาวนาดีเปิดหน้าชน ปล่อยคลิปท้าทายคำสั่งระงับ พบแบ็คโฮยังขุดโชว์นักข่าวช่องดัง

ปราจีนบุรี – สาวสวยใจเด็ดเมืองนาดี ยังคงเปิดหน้าชนแฉ! ขบวนการขุดทรายริมคลองยาง –แวหนุมาน ล่าสุดปล่อยคลิปแฉวินาทีรถพ่วงขนทรายคึกคักไม่สนคำสั่งระงับโครงการฯ ล่าสุดวันนี้พบแบ็คโฮขุดทรายโชว์นักข่าวด้านสิ่งแวดล้อมส่วนกลางช่องดังขณะลงทำสารคดีเชิงสืบสวน-สอบสวน "โครงการขุดดินแลกน้ำ" แควหนุมาน – คลองยางหมู่ 1, 3 และ 4 ต.นาดีกำลังขนทราย ด้านประธานสภาท่องเที่ยวฯ ร่อนจดหมายเปิดผนึกถึง "อนุทิน" จี้ยุติโครงการ หวั่นมูลค่าทรายมหาศาลกว่า 200 ล้านบาท ทำระบบนิเวศต้นน้ำปราจีนบุรีพังพินาศ
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 22 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี ความคืบหน้ากรณี "มหากาพย์ดินแลกน้ำ" ในโลกโซเชียลมีเดียที่กำลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังเฟซบุ๊กส่วนตัวของ นางศิริพร ฉายวัฒนะ อายุ 46 ปี ราษฎรชาวอำเภอนาดี ได้โพสต์คลิปวิดีโอตีแผ่เหตุการณ์การขุดทรายบริเวณริมคลองยาง พื้นที่หมู่ 1, 3 และ 4 ต.นาดี อ.นาดี ซึ่งเป็นโครงการที่ 1

นางศิริพร ฉายวัฒนะ ราษฎรชาวอำเภอนาดี
โดยในภาพปรากฏรถแบ็คโฮกำลังตักทรายใส่รถพ่วงจำนวนมากที่วิ่งเข้า-ออก อย่างหนาแน่น ท้าทายกระแสการตรวจสอบโครงการการขุดดินแลกน้ำในแควหนุมานและในคลองยาง อ.นาดี ที่ก่อนหน้า มีโครงการทั้งหมด 4 โครงการ แต่ถูกระงับโครงการไป 2 โครงการ ส่วนอีก 2 โครงการกำลังพิจารณา

นางศิริพร เปิดเผยว่า ตนได้ติดตามพฤติการณ์นี้มาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วง วันที่ 17-18 เมษายนที่ผ่านมา พบว่า แม้จะมีคำสั่งจากทางจังหวัดให้ระงับโครงการบางส่วนไปแล้ว แต่ในพื้นที่โครงการที่ 1 บริเวณตรงข้ามวัดบ้านเสี้ยว กลับยังมีการเดินเครื่องขุดตักทรายอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย

นายณรงค์ชัย ภักดีณรงค์ชัย ประธานชมรม Strong – จ.ปราจีนบุรี

นายดำริ รัตนชินกรณ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดปราจีนบุรี
แม้ล่าสุดในวันนี้ ( 22 เม.ย.) ขณะที่นักข่าวส่วนกลางด้านสิ่งแวดล้อมช่องหนึ่งกำลังลงพื้นที่ทำข่าวเชิงสืบสวนสอบสวนกรณี โครงการขุดดินแลกน้ำในแควหนุมานและคลองยาง ซึ่งเป็นต้นน้ำสายสำคัญก่อนไหลไปรวมเป็นแม่น้ำปราจีนบุรี ก็ยังพบรถแบ็คโฮกำลังขุดทรายใส่รถบรรทุกอยู่อย่างต่อเนื่อง

ด้าน นายณรงค์ชัย ภักดีณรงค์ชัย ประธานชมรม Strong – จิตพอเพียงต้านทุจริต จ.ปราจีนบุรี ให้ข้อมูลเชิงลึกว่า โครงการนี้อ้างนโยบายแก้ปัญหาภัยแล้งให้เอกชนขุดลอกฟรีเพื่อแลกกับสิทธิ์นำดินและทรายไปขาย จากการตรวจสอบพบว่าในพื้นที่ อ.นาดี มีทั้งหมด 4 โครงการ รวมปริมาณดินและทรายกว่า 1,055,000 ลูกบาศก์เมตร คิดเป็นมูลค่าทางการตลาดสูงกว่า 200 ล้านบาท

แม้ปัจจุบัน นายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี จะมีหนังสือด่วนที่สุดลงวันที่ 9 เมษายน 2569 สั่งระงับโครงการที่ 3 และ 4 ในพื้นที่ ต.สะพานหิน ไว้ชั่วคราว เนื่องจากรูปแบบการขุดลอกไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ แต่โครงการที่ 1 และ 2 ในพื้นที่คลองยาง กลับยังพบการเร่งขุดขนทรายออกนอกพื้นที่อย่างผิดสังเกต

ขณะที่ความเคลื่อนไหวจากภาคธุรกิจ นายดำริ รัตนชินกรณ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดปราจีนบุรี ได้โพสต์ "จดหมายเปิดผนึก" ถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล เรียกร้องให้ยกเลิกโครงการทั้งหมดในแควหนุมานและคลองยาง โดยระบุว่าโครงการขาดความโปร่งใส ไม่มีการทำประชาคมที่แท้จริง และทำลายหาดทรายธรรมชาติซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญของการท่องเที่ยวล่องแก่งหินเพิง

สอดคล้องกับ “พี่นันท์” ผู้จัดการวังตะพาบรีสอร์ท ที่ระบุว่าน้ำในแควขุ่นมัวจนกระทบการท่องเที่ยว และได้แจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ลักลอบขุดทรายไว้แล้วที่ สภ.นาดี ตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา

นางศิริพร กล่าวทิ้งท้ายว่า เหตุการณ์นี้คือการต่อสู้ระหว่างภาคประชาชนกับกลุ่มอิทธิพลที่ฉวยโอกาสใช้ช่องว่างนโยบายรัฐแสวงหาผลประโยชน์ ตนยืนยันจะเดินหน้า "เปิดหน้าชน" และบันทึกหลักฐานการกระทำผิดต่อไปจนกว่าหน่วยงานรัฐจะจัดการอย่างเด็ดขาด เพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติก่อนจะเกินเยียวยา

โดย...มานิตย์ สนับบุญ /ปราจีนบุรี

