“ม.หาดใหญ่” สะท้อนความต้องการคนใต้เรื่องใหญ่ ไทยช่วยไทยพลัส โซลาเซล์ กู้เต็ม 100 % ไม่มีดาวน์-หลักทรัพย์

“ม.หาดใหญ่” สะท้อนความต้องการของประชาชนภาคใต้ เรื่องใหญ่ ไทยช่วยไทยพลัส โซลาเซล์ กู้เต็ม 100 % ไม่มีดาวน์-หลักทรัพย์
ผศ.ดร.วิวัฒน์ จันทร์กิ่งทอง ผู้จัดการศูนย์วิจัยนวัตกรรมทางธุรกิจ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ รายงานผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของประชาชนในภาคใต้ ด้านเศรษฐกิจและสังคม พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของประชาชนโดยรวมเดือนเมษายน 2569 ปรับตัวลดลง เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนมีนาคมมาจากปัจจัย ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่กระทบต่อเศรษฐกิจไทยการขนส่งน้ำมันและก๊าซผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ราคา เช่น น้ำมันและก๊าซธรรมชาติในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นกระทบต่อประเทศไทยทำให้ค่าครองชีพของประชาชนเพิ่มสูงขึ้นมาก และต้นทุนการผลิตสินค้าทุกชนิดมีราคาสูงขึ้น ทำให้พ่อค้าแม่ค้าและผู้ประกอบการต้องปรับขึ้นราคาสินค้าเพื่อความอยู่รอด
ในขณะที่รายได้หรือค่าจ้างของประชาชนส่วนใหญ่ยังคงเท่าเดิม จึงต้องจ่ายเงินมากขึ้นเพื่อซื้อของจำนวนเท่าเดิมในขณะที่ภาคธุรกิจก็ต้องแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น จนแข่งขันได้ยาก นอกจากนี้ รัฐบาลยังต้องนำเงินไปอุดหนุนเพื่อตรึงราคาพลังงานไม่ให้แพงเกินไปจนเกิดเป็นภาระหนี้สาธารณะจำนวนมาก

ผศ.ดร.วิวัฒน์ จันทร์กิ่งทอง ผู้จัดการศูนย์วิจัยนวัตกรรมทางธุรกิจ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่
จากราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการเดินทางท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ทำให้ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าโดยสารรถทัวร์ รถตู้ แท็กซี่ และเรือนำเที่ยวก็ต้องปรับราคาขึ้นตาม นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติจำนวนมากได้ชะลอการเดินทาง หรือลดจำนวนวันในการท่องเที่ยว ผลกระทบนี้จึงตกไปสู่อาชีพที่พึ่งพานักท่องเที่ยวเป็นทอด ๆ ตั้งแต่กลุ่มผู้ให้บริการขนส่ง (คนขับรถตู้ แท็กซี่ ตุ๊กตุ๊ก เรือหางยาว) บริษัทนำเที่ยว มัคคุเทศก์ โรงแรม ร้านอาหาร ร้านขายของฝากและของที่ระลึก รวมถึงชุมชนที่ให้บริการท่องเที่ยว โดยผู้ประกอบอาชีพเกี่ยวกับการท่องเที่ยวต้องเผชิญกับจำนวนนักท่องเที่ยวและกำลังซื้อที่ลดลง ส่งผลให้รายได้ลดลงเป็นอย่างมาก
อย่างไรก็ตามผู้ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตน้ำมันแพงมากที่สุด คือ กลุ่มคนที่มีรายได้น้อยถึงปานกลาง เพราะคนกลุ่มนี้ต้องนำเงินเดือนหรือค่าจ้างส่วนใหญ่ไปใช้จ่ายกับสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวัน เช่น ค่าอาหาร ค่าเดินทาง และค่าสินค้า เมื่อของแพงขึ้นแต่รายได้ยังคงเท่าเดิม ทำให้รายได้ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย จนทำให้หลายครอบครัวต้องดึงเงินเก็บออกมาใช้ หรือไปกู้หนี้ยืมสิน โดยเฉพาะการพึ่งพาหนี้นอกระบบที่ดอกเบี้ยสูงมาก ส่งผลให้หนี้ครัวเรือนเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ประชาชนติดอยู่ในวงจรหนี้สินที่หลุดพ้นได้ยาก ในขณะเดียวกัน ประชาชนที่ทำอาชีพค้าขายหรือทำธุรกิจขนาดเล็กก็ต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้น บางรายต้องยอมลดกำไร เพราะกลัวลูกค้าจะหนีหาย บางรายก็ลดจำนวนลูกจ้าง และบางรายก็ต้องปิดกิจการในที่สุด

จากการสัมภาษณ์ประชาชนต่อความคาดหวังและความต้องการ เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยประชาชนในหลากหลายอาชีพได้เสนอแนะต่อคณะรัฐบาล ดังนี้
1. ประชาชนที่มีรายได้ต่ำถึงปานกลางเฝ้ารอโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” (รัฐจ่าย 60 % และประชาชนจ่าย 40 %) เพื่อช่วยลดค่าครองชีพ ทั้งนี้ ประชาชนเสนอให้ภาครัฐขยายข้อจำกัดสินค้าให้สามารถใช้จ่ายได้หลากหลายมากขึ้น จากเดิม :สามารถใช้ซื้ออาหาร เครื่องดื่ม และของใช้จำเป็นทั่วไปได้เท่านั้น ทั้งนี้ ภาครัฐควรให้สามารถใช้จ่ายกับค่าโดยสารระบบขนส่งสาธารณะ เช่น สแกนจ่ายค่ารถเมล์ รถไฟฟ้า รถตู้ประจำทาง รถสองแถว และมอเตอร์ไซค์รับจ้าง เป็นต้น
2. ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวไทย ได้แก่ บริษัทนำเที่ยว มัคคุเทศก์ โรงแรม ร้านอาหาร ร้านขายของฝากและของที่ระลึก รวมถึงชุมชนท่องเที่ยว ต้องการให้ภาครัฐดำเนินโครงการไทยเที่ยวไทยพลัสโดยรัฐสนับสนุนค่าใช้จ่ายบางส่วน เช่น ค่าที่พัก ค่าอาหาร และกิจกรรมท่องเที่ยว เพื่อกระตุ้นให้คนไทยเดินทางท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวไทยให้สามารถผ่านพ้นวิกฤตในขณะนี้
3. จากการที่ภาครัฐสนับสนุนให้ประชาชนติดโซลาร์เซลล์ เพื่อลดค่าไฟฟ้านั้น ประชาชนมองว่า การสนับสนุนของภาครัฐไม่น่าสนใจ เพราะต้องมีเงินดาวน์ 10-20% และดอกเบี้ยเงินกู้ก็อยู่ในอัตราที่สูง รวมถึงระยะเวลาในการผ่อนได้นานสูงสุดเพียง 7 ปีเท่านั้น โดยประชาชนเสนอภาครัฐให้ปรับเงื่อนไข ดังนี้
3.1 ให้กู้เต็ม 100% แบบไม่ต้องมีเงินดาวน์ และไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน โดยในการพิจารณาควรใช้เพียงใบรับรองเงินเดือน สลิปเงินเดือน รายการเดินบัญชีย้อนหลัง 6 เดือน หลักฐานการเสียภาษี

3.2 ยืดเวลาผ่อนเป็น 10-15 ปี เพื่อให้ค่าผ่อนจ่ายรายเดือนถูกกว่าค่าไฟที่ประหยัดได้
3.3 รัฐช่วยอุดหนุนให้ดอกเบี้ยถูกลง เพื่อลดภาระอัตราดอกเบี้ยในการกู้ยืม ทำให้การลงทุนติดโซลาร์เซลล์ของประชาชนมีความคุ้มค่ามากขึ้น
3.4 ลดความยุ่งยากด้วยบริการทำเอกสารจุดเดียวจบ ให้ประชาชนสามารถติดต่อขอสินเชื่อและขออนุญาตติดตั้งต่าง ๆ ได้เบ็ดเสร็จในที่เดียว
3.5 ภาครัฐควรอนุญาตให้นำไฟฟ้าที่ผลิตเกินในช่วงกลางวัน ไปหักลบออกจากบิลค่าไฟที่ใช้ในช่วงกลางคืนได้ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนได้อย่างแท้จริง
4. จากราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับสภาพอากาศแปรปรวน ฝนทิ้งช่วงหลายเดือน อากาศแห้งแล้ง ทำให้พืชผลการเกษตรได้รับความเสียหาย ผลผลิตลดลง ส่งผลให้รายได้เกษตรกรลดลง
ทั้งนี้ ภาครัฐควรสนับสนุนให้เกษตรกรติดโซลาร์เซลล์และใช้เทคโนโลยีจัดการน้ำเพื่อลดต้นทุน พร้อมส่งเสริมการแปรรูปและขายสินค้าออนไลน์โดยตรงเพื่อเพิ่มกำไรชดเชยผลผลิตที่ลดลง นอกจากนี้ควรมีระบบประกันภัยพืชผลที่ประเมินและจ่ายเงินชดเชยได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงการสร้างแหล่งน้ำขนาดเล็กไว้ใช้ในระดับชุมชน เพื่อให้เกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเองได้.

