รวบหนุ่มแก๊งหลอกลงทุนขายสินค้าออนไลน์อ้างกำไรงามเหยื่อสูญกว่า 1.2 แสนบาท

รวบหนุ่มแก๊งหลอกลงทุนขายสินค้าออนไลน์อ้างกำไรงามเหยื่อสูญกว่า 1.2 แสนบาท





Image
ad1

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กก.4 บก.ปพ. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก.,พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ.,พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ., ได้สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. ร่วมกันจับกุม นายกิตติพงษ์หรือโฟน อายุ 26 ปี ภูมิลำเนาชาวตำบลหนองตะครอง อำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ 
ซึ่งได้ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “เป็นผู้สนับสนุนในการกระทำผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันมิใช่ความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา และยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตน หรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง โดยประการที่รู้หรือควรจะรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับ อาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดอาญาอื่นใด” ตามหมายจับศาลจังหวัดสุพรรณบุรี 65/2568 ลงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2568

โดยสามารถจับกุมได้ที่ บริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ(หมอชิต 2) แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 
พฤติการณ์ก่อนการจับกุม เมื่อช่วงต้นเดือนกรกฎาคม 2567 ขณะที่ผู้เสียหายพักอาศัยอยู่ที่บ้านในพื้นที่อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ "ทราย" ส่งคำขอเป็นเพื่อนมายังบัญชีเฟซบุ๊กของผู้เสียหาย ผู้เสียหายจึงกดรับเป็นเพื่อนก่อนที่ทั้งสองจะเริ่มพูดคุยกันผ่านทาง Messenger
หลังจากสนทนากันได้ระยะหนึ่งผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ "ทราย" ได้ชักชวนให้ผู้เสียหายเพิ่มเพื่อนทางแอปพลิเคชั่น LINE โดยใช้ชื่อบัญชี "ทราย" และยังคงพูดคุยสร้างความน่าเชื่อถืออย่างต่อเนื่อง
ต่อมา "ทราย" ได้ชักชวนผู้เสียหายให้ร่วมลงทุนขายสินค้าออนไลน์ โดยอ้างว่าเป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนในรูปแบบค่าคอมมิชชั่น เพียงโอนเงินลงทุน ระบบจะเป็นผู้ดำเนินการจัดการสินค้าและจัดส่งให้ลูกค้าเอง ผู้ลงทุนไม่ต้องดำเนินการใดๆ นอกจากโอนเงินลงทุน เมื่อสินค้าส่งถึงลูกค้าแล้วจะได้รับเงินต้นพร้อมค่าคอมมิชชั่นกลับคืน

จากนั้น "ทราย" ได้ส่งลิงก์ให้ผู้เสียหายเพิ่มเพื่อน LINE อีกบัญชีหนึ่งชื่อ "ฝ่ายบริการ ชนัญชิดา" ซึ่งอ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ดูแลระบบการลงทุนมีหน้าที่แนะนำขั้นตอนการสมัครสมาชิก แจ้งรายละเอียดการลงทุนและกำหนดจำนวนเงินที่ต้องโอนในแต่ละรายการ รวมถึงผลตอบแทนที่จะได้รับ ผู้เสียหายได้สมัครบัญชีผู้ใช้ตามคำแนะนำและเริ่มลงทุนด้วยเงินจำนวนไม่มาก ในช่วงแรกสามารถถอนเงินและได้รับค่าคอมมิชชั่นจริง ทำให้ผู้เสียหายเชื่อว่าระบบดังกล่าวสามารถสร้างรายได้จริงจึงตัดสินใจเพิ่มวงเงินลงทุนมากขึ้น
ต่อมาเมื่อผู้เสียหายต้องการถอนเงินลงทุนและค่าคอมมิชชั่นกลับไม่สามารถดำเนินการได้ โดยระบบแจ้งว่าผู้เสียหายทำรายการไม่ครบและมียอดคำสั่งซื้อสินค้าจำนวนมาก ทำให้วงเงินลงทุนไม่เพียงพอ จำเป็นต้องโอนเงินเพิ่มเพื่อดำเนินรายการให้เสร็จสมบูรณ์ ด้วยความเชื่อว่าหากดำเนินการครบตามเงื่อนไขจะสามารถถอนเงินได้ ผู้เสียหายจึงทยอยโอนเงินเพิ่มเติมหลายครั้ง ได้แก่ จำนวน 1,000 บาท, 2,998 บาท, 6,987 บาท, 26,168 บาท และ 86,676 บาท รวมความเสียหายทั้งสิ้น 123,829 บาท 
อย่างไรก็ตาม แม้ผู้เสียหายจะโอนเงินครบตามที่ระบบแจ้งแล้ว ก็ยังไม่สามารถถอนเงินออกมาได้ โดยกลุ่มมิจฉาชีพยังอ้างเหตุผลเพิ่มเติมว่า "สินค้าถูกอายัด" และต้องโอนเงินเพิ่มเพื่อปลดล็อกระบบ ผู้เสียหายจึงเริ่มสงสัยและตรวจสอบ จนทราบว่าตนเองตกเป็นเหยื่อของขบวนการหลอกลวงให้ร่วมลงทุนขายสินค้าออนไลน์

จากการตรวจสอบพบว่า การลงทุนดังกล่าวเป็นเพียงอุบายของกลุ่มมิจฉาชีพที่ใช้วิธีสร้างความน่าเชื่อถือผ่านสื่อสังคมออนไลน์ หลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินลงทุนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยไม่มีการลงทุนหรือซื้อขายสินค้าจริง และเมื่อผู้เสียหายต้องการถอนเงิน ก็จะถูกอ้างเงื่อนไขต่าง ๆ เพื่อให้โอนเงินเพิ่มอย่างต่อเนื่อง จนได้รับความเสียหาย 
พฤติการณ์มิจฉาชีพ กลุ่มมิจฉาชีพจะใช้สื่อสังคมออนไลน์ เช่น Facebook, LINE หรือแอปพลิเคชั่นแชตต่างๆ สุ่มแอดผู้เสียหายเพื่อทำความรู้จัก พูดคุยตีสนิม สร้างความไว้วางใจ ก่อนชักชวนให้ร่วมลงทุนขายสินค้าออนไลน์ โดยอ้างว่าเป็นการหารายได้เสริมที่ทำได้ง่าย ไม่ต้องสต๊อกสินค้า ไม่ต้องแพ็กหรือจัดส่งสินค้า เพียงโอนเงินลงทุนตามยอดที่ระบบกำหนด ก็จะได้รับเงินต้นคืนพร้อมค่าคอมมิชชั่นเมื่อมีลูกค้าสั่งซื้อ ในช่วงแรกคนร้ายจะให้ผู้เสียหายลงทุนด้วยเงินจำนวนไม่มากและยอมให้ถอนเงินหรือรับค่าคอมมิชชั่นได้จริง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ทำให้ผู้เสียหายมั่นใจว่าระบบสามารถทำกำไรได้จริง 
ก่อนชักจูงให้เพิ่มวงเงินลงทุนมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อผู้เสียหายลงทุนเป็นจำนวนมากและต้องการถอนเงิน ระบบจะเริ่มอ้างเงื่อนไขต่างๆ เช่น ทำรายการไม่ครบ ยอดสั่งซื้อเพิ่มขึ้น วงเงินลงทุนไม่เพียงพอ ต้องชำระภาษี ค่าประกัน ค่าปลดล็อกระบบ หรือค่าสินค้าที่ถูกอายัด เพื่อบังคับให้ผู้เสียหายโอนเงินเพิ่มอย่างต่อเนื่อง สุดท้ายแม้ผู้เสียหายจะโอนเงินตามเงื่อนไขทุกครั้ง ก็จะไม่สามารถถอนเงินหรือรับผลตอบแทนได้จริง เพราะเว็บไซต์หรือระบบดังกล่าวเป็นเพียงแพลตฟอร์มปลอมที่กลุ่มมิจฉาชีพสร้างขึ้นเพื่อหลอกให้โอนเงินเท่านั้น เมื่อผู้เสียหายเริ่มสงสัยหรือปฏิเสธการโอนเงินเพิ่ม คนร้ายจะตัดการติดต่อ ปิดบัญชี หรือปิดเว็บไซต์ ทำให้ผู้เสียหายสูญเสียเงินทั้งหมดที่โอนไป

พฤติการณ์ในการจับกุม กล่าวคือก่อนทำการจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนและได้รับแจ้งจากสายลับว่านายกิตติพงษ์หรือโฟน เชียงพฤกษ์ อายุ 26 ปี นั้นได้หลบหนีอยู่ที่ทางภาคใต้และกำลังเดินทางมายังกรุงเทพมหานคร จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้นและสั่งการให้ทำการสืบสวนจับกุมตามอำนาจหน้าที่
ต่อมาตามวันเวลาที่จับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้เดินทางไปสืบสวนหาข่าวบริเวณดังกล่าว พบบุคคลมีตำหนิรูปพรรณคล้ายผู้ต้องหาตามหมายจับ จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยการแสดงบัตรข้าราชการตำรวจเพื่อทำการตรวจสอบ จากการตรวจสอบทราบว่าบุคคลดังกล่าวชื่อนายกิตติพงษ์ฯ โดยนำบัตรประจำตัวประชาชนมาตรวจสอบยืนยันพบว่ามีชื่อตรงกันกับบุคคลตามหมายจับและมีตำหนิรูปพรรณตรงตามหมายจับ 
สอบถามผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับฉบับนี้จริงและไม่เคยถูกจับในคดีนี้มาก่อน ผู้ต้องหาดูอย่างละเอียดจนทราบและเข้าใจดีแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตามกฎหมายให้ผู้ถูกจับกุม/ผู้ต้องหา จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหามายัง บก.ปพ. จัดทำบันทึกจับกุม และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.สองพี่น้อง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้นให้การว่า เมื่อช่วงต้นปี 2567 ตนได้ให้เพื่อนยืมโทรศัพท์มือถือเพื่อกดเงิน 1 ครั้ง ต่อมาเพื่อนได้ขโมยมือถือไปและเชื่อว่าเพื่อนน่าจะใช้โทรศัพท์ตนในการรับโอนเงินดังกล่าว เบื้องต้นให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
จากคำให้การของผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ เพราะจากคำกล่าวอ้างยังฟังไม่เพียงพอที่จะเป็นไปได้ สอบถามเรื่องการแจ้งความโทรศัพท์หาย ก็ไม่มีให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อยืนยัน และจำวันเวลาไม่ได้ 
ทั้งนี้ฝากเตือนไปยังพี่น้องประชาชนว่า อย่าหลงเชื่อคำชักชวนลงทุนหรือหารายได้จากบุคคลที่รู้จักกันผ่านโลกออนไลน์เพียงไม่นานและอย่าเชื่อการลงทุนที่รับประกันผลตอบแทนสูงโดยแทบไม่มีความเสี่ยง หากมีการเรียกให้โอนเงินเพิ่มเพื่อถอนเงินของตนเอง ให้หยุดโอนทันที เพราะนั่นคือสัญญาณสำคัญของการหลอกลวง ควรตรวจสอบข้อมูลให้รอบคอบและหากสงสัยว่าถูกหลอก ให้รีบเก็บหลักฐาน ติดต่อธนาคารเพื่ออายัดบัญชีและแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยเร็ว เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเพิ่มขึ้น

.