เจาะสนามเลือกส.ส.พิจิตรเขต2วัชรินทร์เบอร์5รวมไทยสร้างชาติคลื่นลูกใหม่เขย่าการเมือง

เจาะสนามเลือกส.ส.พิจิตรเขต2วัชรินทร์เบอร์5รวมไทยสร้างชาติคลื่นลูกใหม่เขย่าการเมือง





Image
ad1

นายวัชรินทร์ แทนจำรัส ผู้สมัคร ส.ส.พิจิตร เขต 2  เบอร์ 5  พรรครวมไทยสร้างชาติ ผู้สมัครหน้าใหม่ป้ายแดง เป็น 1 ใน 7 ของผู้สมัครในเขตนี้ ซึ่งมีอดีตแชมป์และแชมป์เก่าอย่างเช่น นายภูดิท  อินสุวรรณ์  พรรคเพื่อไทย ,  นายวินัย ภัทรประสิทธิ์ พรรคภูมิใจไทย ที่จัดได้ว่าเก๋าเกมการเมือง รวมถึงคนรุ่นใหม่ไฟแรงอย่างเช่น นายวรพล เดชอ่อน  พรรคกล้าธรรม , นายชัยณรงค์ คล้ายเนียม  พรรคประชาชน ซึ่งก็ล้วนน่าจับตามอง แต่การข่าวเจาะสนามเลือกตั้ง ส.ส.พิจิตร เขต 2 ที่ประกอบด้วย อ.สากเหล้ก อ.วังทรายพูน อ.ตะพานหิน อ.ทับคล้อ อ.ดงเจริญ 

ฉายแสงส่องมาที่ นายวัชรินทร์ แทนจำรัส ผู้สมัคร ส.ส.พิจิตร เขต 2  เบอร์ 5  พรรครวมไทยสร้างชาติ ก็เพราะว่าเป็นผู้ที่ช่ำชองในแวดวงการเมืองของพิจิตร เพราะเป็นเลขาส่วนตัวของ นายนราพัฒน์ แก้วทอง อดีต ส.ส.พิจิตร , อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ อีกทั้ง นายวัชรินทร์ ก็เป็นตัวแทนของ นายไพฑูรย์ แก้วทอง อดีตส.ส.พิจิตร หลายสมัย รวมถึงเคยเป็นอดีต รมว.แรงงาน ในการออกงานต่างๆมายาวนานนับสิบปีรู้พื้นที่ รู้จักผู้นำ

แต่ที่ผ่านมาเป็นแค่เพียงเด็กวัดหิ้วย่ามตามก้นนักการเมืองรุ่นใหญ่ มาคราวนี้ถึงเวลาที่เหมาะสมจึงได้รับพิจารณาให้เป็นผู้สมัครรวมถึงใจที่รักการเมือง รักชาวบ้าน ชอบกิจกรรมช่วยเหลือสังคม การลงสนามครั้งนี้จึงไม่ใช่นักการเมืองหน้าใหม่เพราะคุ้นเคยพื้นที่งานนี้จึงต้องจับตามองเป็นพิเศษ ถ้าการหาเสียงหาคะแนนแบบตัวต่อตัวคืนหมาหอนไม่เกี่ยวรับรองได้ว่า นายวัชรินทร์ ไม่น่าเป็นสองรองใคร

 ด้วยเหตุผลที่ว่าเจ้านายสองพ่อลูกตระกูล “แก้วทอง” ก็ยังมีFCแฟนคลับและเครือข่ายอยู่ในพื้นที่อีกไม่ใช่น้อย รวมถึงอดีต สจ.ในพื้นที่ก็เปิดประตูต้อนรับไม่ขัดไม่ขวางบอกแค่เพียงว่างานนี้ Open House เปิดบ้านให้วัชรินทร์เดินลุยได้เลย สิ่งนี้เองจึงทำให้นักการเมืองบ้านใหญ่ทั้งแชมป์เก่าและอดีตแชมป์ต่างนอนไม่หลับกระสับกระส่าย เพราะเห็นนักการเมืองที่เป็นคลื่นลูกใหม่ลงพื้นที่เดินหาเสียงไม่หยุด ดังนั้นสนามเลือกตั้งพิจิตรเขต 2 เก่งเล็กหรือเก่งใหญ่ก็ไม่สำคัญ งานนี้ต้องวัดใจชาวบ้านว่าชอบแบบเดิมหรืออยากลองของใหม่เปิดโอกาสให้นักการเมืองหน้าใหม่ได้เติบโตลองดูบ้างเป็นไร?

 ในส่วนของ นายภูดิท  อินสุวรรณ์  พรรคเพื่อไทย ก็ขยันหาเสียงแถมได้นโยบายพรรคสนับสนุนสร้างกระแสคำว่าแพ้จึงไม่ได้อยู่ในสมอง เช่นเดียวกับ  นายวรพล เดชอ่อน  พรรคกล้าธรรม , นายชัยณรงค์ คล้ายเนียม  พรรคประชาชน ก็มีกองเชียร์เป็นกอบเป็นกำมิใช่น้อย นอกจากนี้ นายวินัย ภัทรประสิทธิ์ พรรคภูมิใจไทย แชมป์เก่าบ้านใหญ่แค่นั่งอยู่นิ่งๆ คะแนนก็วิ่งเข้าไปหาแบบหัวบันไดไม่แห้ง ดังนั้นงานนี้ วันอาทิตย์ที่  8 กุมภาพันธ์ 2569 วันลงคะแนนคงได้รู้กันว่าคนเมืองชาละวันไปใช้สิทธิเลือกตั้งฟังเสียงหัวใจตนเองหรือฟังเสียงหมาหอนกันแน่

ทีมข่าวการเมืองภาคเหนือ